พิธีหมั้น งานหมั้นหมาย ก่อนแต่งงาน ประเพณีของไทยที่สืบทอดอย่างยาวนาน

พิธีหมั้น งานหมั้นหมาย ก่อนแต่งงาน ประเพณีของไทยที่สืบทอดอย่างยาวนาน

พิธีหมั้น ก่อนแต่งงาน เป็นประเพณีของไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่จะทำพิธีหมั้นหมายก่อนแต่งงานจริงประมาณ 1-2 ปี เพื่อให้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้ทำการศึกษาดูใจกันในระยะหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน คู่รักส่วนใหญ่นิยมหมั้นและแต่งงานทันทีในวันเดียวกัน ดูผิดแปลกไปจากเดิมบ้าง แต่ก็ยังคงความเป็นขนบธรรมเนียม ที่คู่บ่าวสาวต้องหมั้นก่อนแต่งเสมอ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ความหมายของการหมั้น

การหมั้น หมายถึง การที่ฝ่ายชายได้ทำสัญญาตกลงกันว่าจะแต่งงานกับฝ่ายหญิง โดยจะมีการให้ทรัพย์สินเป็นของหมั้นเพื่อแทนคำสัญญาดังกล่าว ซึ่งมีเงื่อนไขว่า หากฝ่ายชายเป็นผู้ผิดสัญญา ฝ่ายหญิงสามารถริบของหมั้นเป็นของตัวเองได้ทันที แต่หากฝ่ายหญิงเป็นผู้ผิดสัญญา จะต้องคืนของหมั้นทั้งหมดให้กับฝ่ายชาย นอกจากนี้การจะเกิดการหมั้นได้นั้น ทั้งคู่จะต้องมีอายุครบ 17 บริบูรณ์ และหากอายุยังไม่ถึง 20 ปี ก็ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองก่อน

ลำดับขั้นตอนของพิธีหมั้น

สำหรับขั้นตอนการหมั้น มีลำดับพิธีที่ไม่ยุ่งยาก แต่ก็ต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้การหมั้นมีความสมบูรณ์แบบ และถูกต้องตามพิธี ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยมากที่สุด โดยลำดับพิธีการหมั้น มีดังนี้

1. ทำพิธีสู่ขอ

วิธีสู่ขอ เป็นขั้นตอนสำคัญในการหมั้น และเป็นพิธีที่ต้องทำเป็นอันดับแรก โดยเมื่อครั้งในอดีต การสู่ขอจะมีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเฒ่าแก่เพื่อไปเจรจาสู่ขอกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง ซึ่งจะมีการรับรองความประพฤติของฝ่ายชายด้วยตัวของเฒ่าแก่เอง จากนั้นก็จะตกลงเรื่องสินสอดทองหมั้น และฤกษ์ยามกำหนดการที่จะทำพิธีต่างๆ ต่อไป โดยเมื่อเจรจาตกลงเรียบร้อยแล้ว เฒ่าแก่ก็จะนำข่าวดีมาบอกกับฝ่ายชาย เพื่อเตรียมการลำดับต่อไปให้พร้อม

แต่ในปัจจุบัน ได้มีการตัดความยุ่งยากของพิธีการสู่ขอออกไป โดยครอบครัวของฝ่ายชายจะอยู่ร่วมในพิธีการสู่ขอด้วยเลย เพื่อพูดคุยตกลงอย่างรวดเร็วและทำให้พิธีมีความกระชับมากขึ้น นอกจากนี้โดยส่วนใหญ่พ่อแม่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จะรู้จักว่าที่ลูกเขย ลูกสะใภ้ของตัวเองดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้เวลาในการพิจารณาเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่ทำพิธีสู่ขอ เพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม ประเพณีอย่างถูกต้องเท่านั้น

2. จัดขันหมากหมั้น

เมื่อมีการตกลงและกำหนดฤกษ์ยามในการประกอบพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดขันหมากหมั้น โดยฝ่ายชายจะจัดเตรียมขันหมากหมั้นเพื่อให้เฒ่าแก่นำไปมอบให้เก่าเฒ่าแก่ของฝ่ายหญิงอีกที ซึ่งการเลือกบุคคลที่จะมาเป็นเฒ่าแก่เพื่อทำการสู่ขอและส่งมอบขันหมากหมั้นให้กับฝ่ายหญิง จะต้องเลือกตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ โดยให้เลือกบุคคลที่แต่งงานแล้ว และสามารถครองคู่ได้อย่างยาวนานจนแก่เฒ่า เพราะมีความเชื่อว่า จะทำให้ทั้งคู่สามารถครองรักได้ยาวนานเหมือนดั่งเฒ่าแก่ที่ทำหน้าที่สู่ขอให้

การเตรียมขันหมากมั่น ต้องมีเงินทองค่าสินสอดที่ได้ตกลงไว้ และจัดพานขันหมาก ซึ่งสิ่งที่ต้องมีในพานขันหมากก็คือ หมากดิบ 8 ผล พลู 8 เรียง ใบเงิน ใบทอง ใบนาก เมล็ดธัญพืช และผลไม้ ขนมที่เป็นมงคลต่างๆ โดยอาจจัดรวมเป็นพานเดียวกันกับสินสอดทองหมั้น หรือแยกเป็น 2 พาน ตามความเหมาะสมก็ได้

3. ทำพิธียกขันหมาก

เมื่อมาถึงลำดับพิธีการยกขันหมาก ทางฝ่ายเฒ่าแก่ของฝ่ายชายจะยกขันหมาก นำขบวนขันหมากหมั้นไปบ้านของฝ่ายหญิง ซึ่งทางฝ่ายหญิงเองก็จะต้องเตรียมเฒ่าแก่ไว้รับขันหมาก โดยเมื่อขบวนขันหมากมาถึงบ้านของฝ่ายหญิงแล้ว จะมีเด็กผู้หญิงถือพานเชิญขันหมากออกมาต้อนรับ โดยในพานจะมีหมากพลูที่เจียนและจีบเป็นคำเรียบร้อย และมีเครื่องประกอบอื่นๆ ด้วย โดยเฒ่าแก่จะรับพานมาแล้วให้เงินกับเด็กหญิงเป็นของขวัญ จากนั้นก็จะเดินเข้าไปตรงจุดที่ทำพิธีหมั้น พร้อมมอบพานขันหมาก สิสอดทองหมั้นให้กับฝ่ายหญิง เสร็จแล้วะทำพิธีการหมั้นและตรวจนับสินสอดตามธรรมเนียมต่อไป

4. เลี้ยงฉลองกันในหมู่ญาติมิตร

การเลี้ยงฉลองหลังจากเสร็จพิธีหมั้น อาจจัดขึ้นหรือไม่ก็ได้ ขึ้นแล้วความต้องการของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะเป็นการเลี้ยงฉลองเล็กๆ กันในหมู่ญาติมิตรเท่านั้น

เหตุผลที่ต้องมีพิธีหมั้นก่อนแต่ง

ในอดีตพ่อแม่จะเป็นผู้เลือกคู่ครองให้กับลูก โดยจะทำการจัดขบวนขันหมากเพื่อทำพิธีสู่ขอและหมั้นหมายไว้ก่อนแต่งงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระยะห่างในการหมั้นประมาณ 1-2 ปี โดยหลังจากทำพิธีหมั้นเรียบร้อยแล้ว ก็จะให้ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายได้ทำความรู้จักและค่อยๆ ศึกษาดูใจกันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันแต่งงาน นอกจากนี้การหมั้นก็จะทำให้ชายหญิงได้ใกล้ชิดกัน โดยไม่ต้องกลัวคำติฉินนินทาจากคนทั่วไป โดยในปัจจุบัน แม้ว่าขนบธรรมเนียมต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่บ้าง แต่การหมั้นก็ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อเป็นการรักษาธรรมเนียมดั้งเดิมไว้

จุดเริ่มต้นของพิธีการหมั้นก่อนแต่ง

สำหรับจุดเริ่มต้นของพิธีการหมั้นก่อนแต่ง เกิดขึ้นเมื่อสมัยโบราณที่พ่อแม่จะเป็นผู้จัดหาคู่ครองให้กับลูก โดยฝ่ายชายจะมีการจัดของหมั้นเพื่อไปสู่ขอฝ่ายหญิง จากนั้นจะให้เวลาทั้งคู่ได้ศึกษาดูใจกันก่อนจะถึงกำหนดการแต่งงาน เพื่อให้ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้ทำความรู้จักและเรียนรู้การปรับตัวเข้าหากัน

โดยการหมั้นเมื่อครั้งในอดีตกับปัจจุบันก็มีความคล้ายคลึงกัน แตกต่างตรงที่ ในอดีตพ่อแม่จะเป็นผู้จัดการหมั้นให้โดยที่ทั้งคู่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ได้รักกัน แต่ในปัจจุบันการหมั้นหมายจะเกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายชายและหญิงได้รู้จัก เรียนรู้นิสัยและตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว พิธีการหมั้นจึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นการสัญญาหรือทำให้ถูกตามขนบธรรมเนียมไทย โดยจะเห็นได้จากบางคู่ที่หมั้นพร้อมกับแต่งงานในวันเดียวกัน

การหมั้นและแต่งงานภายในวันเดียวกัน

ในปัจจุบัน พิธีการหมั้นและการแต่งงานได้มีการนำมาจัดในวันเดียวกัน เพื่อให้มีความรวบรัดมากขึ้น โดยช่วงเช้าจะทำการหมั้น และเข้าสู่พิธีแต่งงานในทันที ซึ่งก็จะมีพิธีการรับไหว้ ทำบุญตักบาตรร่วมกัน รดน้ำสังข์และเลือกเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อเป็นเพื่อนเคียงข้างในพิธีงานเลี้ยงสมรสที่จะจัดขึ้นในช่วงเย็นหรือในวันถัดไป จากนั้นจบด้วยการส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าสู่ห้องหอ เป็นอันเสร็จพิธี

เกร็ดความรู้กับการหมั้น ตามประเพณีไทย

ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย ก่อนแต่งงานจะต้องมีการหมั้นหมาย โดยอาจหมั้นก่อนแต่งประมาณ 1-2 ปี หรือหมั้นและแต่งในวันเดียวกันเลยก็ได้ ซึ่งการหมั้นนอกจากต้องทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว ก็มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการหมั้นที่คู่บ่าวสาวต้องทำความเข้าใจดังนี้

เกร็ดความรู้กับการหมั้น ตามประเพณีไทย

1. ต้องมีของหมั้น

การทำพิธีหมั้นหมายจะต้องมีของหมั้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าฝ่ายชายจะแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับฝ่ายหญิงในอนาคต โดยของหมั้นอาจเป็นแหวน สร้อยทอง เครื่องเพชรหรืออะไรก็ได้ที่จัดอยู่ในประเภทของหมั้น ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่มีมูลค่า และเมื่อมีการนำของหมั้นมอบให้กับฝ่ายหญิงแล้ว จะตกเป็นสิทธิแก่หญิงทันที หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา ไม่แต่งงานตามตกลง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกำหนดดังนี้

  • ฝ่ายชายผิดสัญญา ของหมั้น จะถูกริบเป็นของฝ่ายหญิง ซึ่งฝ่ายชายไม่สามารถเรียกคืนได้
  • ฝ่ายหญิงผิดสัญญา ของหมั้น จะต้องคืนให้กับฝ่ายชายทั้งหมด นอกจากฝ่ายชายจะยกให้กับฝ่ายหญิงโดยไม่เรียกคืน

2. ของหมั้นกับสินสอด เป็นคนละอย่างกัน

หลายคนมีความเข้าใจว่าสินสอดทองหมั้นก็คือสิ่งเดียวกัน แต่ความจริงแล้วสินสอด ทองหมั้นสามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน โดยทองหมั้นก็คือสิ่งที่ฝ่ายชายนำมามอบให้กับฝ่ายหญิงในวันหมั้น ซึ่งอาจเป็นอะไรก็ได้ ส่วนสินสอดก็คือทรัพย์สินเงินทอง ที่นำมามอบให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงในวันแต่งงาน

3. กรณีคู่หมั้นเสียชีวิต

หากคู่หมั้นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงเสียชีวิตก่อนถึงวันแต่งงาน ให้ถือว่าไม่ใช่การผิดสัญญาหมั้นแต่อย่างใด ดังตัวอย่างเช่น ฝ่ายหญิงเสียชีวิตก่อนถึงกำหนดแต่งงาน กรณีนี้ฝ่ายชายจะเรียกของหมั้นคืนจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงไม่ได้ แม้ว่าการหมั้นจะไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานก็ตาม เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น โดยไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญา

4. การทาบทามสู่ขอ

แม้ว่าการหมั้นจะเป็นเพียงการนำของหมั้นมามอบให้กับฝ่ายหญิงเพื่อเป็นหลักประกัน แต่ก็ต้องทำตามลำดับขั้นตอนอย่างถูกต้อง โดยเริ่มแรกจะต้องมีการทาบทามสู่ขอโดยเฒ่าแก่ของฝ่ายชาย พร้อมตกลงเรื่องของหมั้นเรียบร้อยแล้วจึงดำเนินพิธีการหมั้นเป็นลำดับต่อไป โดยผู้ทำหน้าที่เป็นเฒ่าแก่ อาจเป็นพ่อแม่หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือของฝ่ายชาย

5. ลำดับพิธีสามารถปรับเปลี่ยนได้

การจัดพิธีหมั้นในปัจจุบันสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความกระชับ รวดเร็วขึ้นได้ เพียงแค่ให้คงลำดับพิธีสำคัญๆ ไว้

ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ขนบธรรมเนียมต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตามความทันสมัย แต่พิธีการหมั้นก่อนแต่งก็เป็นพิธีการสำคัญที่ต้องทำตามลำดับขั้นตอนอย่างถูกวิธีและไม่ควรละเลยเป็นอันขาด โดยหากต้องการแต่งงานแบบเร่งด่วน ก็สามารถนำพิธีการหมั้นมาจัดในวันเดียวกันกับการแต่งงานได้ ซึ่งก็เป็นการรวบรัดที่จะทำให้เกิดความรวดเร็ว แต่ไม่ผิดขนบธรรมเนียมประเพณี

การผิดสัญญาหมั้น ข้อควรรู้การชดใช้ค่าเสียหาย

เรื่องแต่งงานแม้จะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากให้เกิดความราบรื่นขึ้นไปจนถึงอยู่กินกันอย่างมีความสุข แต่ด้วยชีวิตของคนเราล้วนต้องพบเจอกับปัญหาหลายๆ อย่างที่แตกต่างกันออกไป การหย่าร้างเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ย้อนไปก่อนหน้าที่จะเป็นการหย่าร้างยังสามารถเกิดการผิดสัญญาระหว่างพิธีหมั้นหมายขึ้นมาได้อีกด้วย เมื่อไม่มีสิ่งใดเป็นของยั่งยืน เราก็ไม่อาจทราบได้ว่าสิ่งที่ไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้นมา

กรณีเรื่องการหมั้นหมาย ช่วงแรกที่มีการนำผู้ใหญ่มาสู่ขอฝ่ายผู้หญิง แน่นอนว่าจะต้องเข้ามาพูดคุยกันด้วยดี สัญญาด้วยลมปากที่ทำให้เกิดความเชื่อใจขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดเป็นการผิดสัญญาขึ้นมา ซึ่งจะมีกฎการทำสัญญาว่าด้วยเรื่องการหมั้น ที่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญาขึ้นมา ก็จะต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายให้กับอีกฝ่ายด้วย

การผิดสัญญาหมั้น ข้อควรรู้การชดใช้ค่าเสียหาย

การชดใช้ค่าเสียหายเมื่อผิดสัญญาหมั้น

การหมั้นหมายถือว่าเป็นการทำสัญญาชนิดหนึ่งตามหลักของกฎหมายเช่นเดียวกัน มีการรองรับว่าหากทำสัญญาหมั้นไปเรียบร้อยแล้ว แต่ละฝ่ายจะต้องมีการทำสัญญาให้เป็นไปตามกำหนดเอาไว้ต่อกันอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมา กรณีที่่ภายหลังมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญาหมั้นหมายแล้วล่ะก็ ฝ่ายที่เสียหายสามารถที่จะทำการเรียกร้องให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดเชยค่าเสียหายในส่วนต่างๆ กับอีกฝ่ายได้

การผิดสัญญาหมั้น จะไม่สามารถบังคับให้อีกฝ่ายมาแต่งงงานกับตนเองไม่ได้ เพราะส่วนนี้เป็นเรื่องที่นอกเหนือจากกฎหมาย ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว สามารถแก้ไขได้เพียงแค่การเรียกค่าเสียหายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การเรียกค่าเสียหายก็จะขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่เป็นคนผิดสัญญา หากเป็นฝ่ายหญิงก็จะต้องคืนสินสอดทั้งหมดทุกชิ้นให้ฝ่ายชายคืนไป แต่หากเป็นทางฝ่ายชายผิดสัญญาเอง ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกคืนสินสอดใดๆ ทั้งสิ้น

10064

ส่วนเรื่องค่าเสียหาย มีการแบ่งรายละเอียดให้เข้าใจเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

  1. ส่วนของค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจะสามารถเรียกได้นั้น กรณีที่เกิดทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียงขึ้นมา โดยเฉพาะการหมั้นในฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่มีหน้ามีตา เป็นที่รู้จักของผู้คนเป็นจำนวนมากด้วยแล้ว ถือว่าเป็นการทำให้เสียชื่อเสียงอย่างรุนแรงทีเดียว
  2. ค่าเสียหายที่จะได้รับนอกเหนือจากส่วนของสินสอดทองหมั้นแล้ว หากมีการจัดการเตรียมงานพิธีแต่งงานเอาไว้ล่วงหน้า ฝ่ายใดผิดสัญญาจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายในส่วนนั้นให้กับทางคู่หมั้นหรือพ่อแม่ฝ่ายที่เสียหาย
  3. กรณีที่การหมั้น มีการผิดสัญญา ทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหายในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินส่วนตนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอาการงาน การวางแผนเตรียมตัวเองสำหรับการแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็น การลางาน ออกจากงาน ยกเลิกธุรกิจ ขายหรือย้ายบ้าน ฯลฯ ฝ่ายที่เสียหายจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายทดแทนในส่วนนี้ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หากเป็นการผิดสัญญาแบบที่ภายหลังการหมั้น คู่หมั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตลงก่อนวันแต่งงานจะมาถึง คู่หมั้นอีกฝ่ายจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าทดแทนใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนหากเป็นฝ่ายหญิงที่ได้รับสินสอดทองหมั้นมาก่อนหน้านี้ แล้ฝ่ายเจ้าบ่าวเสียชีวิตก่อน ก็ไม่จำเป็นต้องคืนให้กับทางฝ่ายชายแต่อย่างใด ทว่าในส่วนนี้ก็จะมีการตกลงกันในเรื่องส่วนตัวกันแล้วแต่ความพึงพอใจ หากฝ่ายหญิงอยากจะมอบคืนให้กับทางฝ่ายชายด้วยความเต็มใจ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

การผิดสัญญาหมั้น เป็นสิ่งที่สามารถพบได้ไม่ต่างไปจากการหย่าร้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายไปไม่แพ้กัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการหมั้นหมายหรือแต่งงานแล้ว หากเกิดปัญหาขึ้นมาด้วยเหตุและผลตามกฎหมาย การฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าชดเชยย่อมเกิดขึ้นได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น
Wedcy (เว็ดซี่) - ไอเดียแต่งงาน ชุดเจ้าสาว การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย งานแต่งงาน