จดทะเบียนสมรส มีขั้นตอนอย่างไร คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนได้

จดทะเบียนสมรส มีขั้นตอนอย่างไร คุณสมบัติของผู้ที่จะจดทะเบียนได้

การจัดงานแต่งงานเป็นเพียงการประกาศให้ทุกคน ได้รู้ว่าทั้งคู่จะครองรักและใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน พร้อมทั้งเป็นการให้แขกผู้มีเกียรติ มาเป็นสักขีพยานในความรักครั้งนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การแต่งงานมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น ก็คือการ จดทะเบียนสมรส ที่จะเป็นหลักฐานลายลักษณ์อักษรชิ้นสำคัญ ว่าทั้งคู่ได้ตกลงเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยมีขั้นตอนและสิ่งสำคัญที่ควรรู้ในการจดทะเบียนสมรสดังนี้

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ความหมาย และความสำคัญของทะเบียนสมรส

ทะเบียนสมรส หมายถึงใบสำคัญการสมรสที่มีการระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครเป็นสามี-ภรรยากับใคร สามารถใช้บังคับตามกฎหมายได้ ซึ่งนอกจากจะมีผลต่อคู่สามีภรรยาแล้ว ใบทะเบียนสมรสก็มีผลต่อทายาทและการเรียกร้องสิทธิในบางกรณี

ความสำคัญในการจดทะเบียนสมรส

ทะเบียนสมรสอาจถูกมองเป็นเพียงกระดาษใบหนึ่งสำหรับหลายๆ คน แต่ก็มีความสำคัญมาก ซึ่งสามารถสรุปความสำคัญเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1. เป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์

ทะเบียนสมรสใช้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างคู่สามี-ภรรยา รวมถึงเป็นหลักฐานการรับรองบุตรโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้เป็นพ่อไม่ต้องจดทะเบียนรับรองบุตรอีก การยืนยันความสัมพันธ์ดังกล่าว จึงทำให้คู่สามี-ภรรยา สามารถเรียกร้องสิทธิต่างๆ ต่อกันได้เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

2. ช่วยจัดการเรื่องการแบ่งสินสมรส

ในกรณีที่สามีภรรยาต้องการหย่าขาดจากกัน การมีทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ จะทำให้สามารถแบ่งสินสมรสและทรัพย์สินที่สร้างขึ้นมาด้วยกันในระหว่างแต่งงานได้อย่างลงตัว ซึ่งคู่รักส่วนใหญ่ที่ไม่ได้จดทะเบียนมักจะมีปัญหาเหล่านี้เมื่อถึงวันแยกทางกันเสมอ

3. ทำให้บุตรได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง

บุตรที่เกิดจากการที่พ่อแม่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน จะมีสิทธิ์ความชอบธรรมที่ต่างกัน กล่าวคือบุตรที่พ่อแม่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับสิทธิ์ที่ควรได้มากกว่า โดยเฉพาะการรับมรดกจากบิดาและการเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ในกรณีที่บิดาได้ทำประกันไว้ เป็นต้น

4. ใช้เพื่อลดหย่อนภาษีได้

การที่คู่สามีภรรยาได้มีการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง สามารถนำมาทำการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ทางกฎหมายภาษีได้ระบุไว้

5. ทำให้เปลี่ยนสัญชาติได้

กรณีที่หญิงชาวต่างชาติมาแต่งงานกับชาวไทย หากได้จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายหญิงสามารถขอสิทธิ์การถือสัญชาติไทยได้ทันที ในขณะที่ตามปกติการที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาถือสัญชาติไทยได้ ต้องผ่านเงื่อนไขหลายอย่าง

คุณสมบัติผู้จดทะเบียนสมรส

ในการจดทะเบียนสมรสนอกจากต้องเป็นคู่รักที่ตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็ต้องมีคุณสมบัติที่ทางกฎหมายได้กำหนดไว้ นั่นคือ

1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์

ผู้ที่จะจดทะเบียนสมรสได้จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยหากมีอายุ 17 ปีขึ้นไปแต่ยังไม่ถึง 20 ปี จะต้องให้บิดา มารดาหรือผู้ปกครองมาเซ็นลายมือชื่อให้ความยินยอม แต่หากมีอายุต่ำกว่า 17 ปี จะต้องให้ศาลเป็นผู้อนุญาตให้ทำการสมรสได้ก่อน

2. ไม่เป็นคู่สมรสของผู้อื่น

การจดทะเบียนสมรสจะต้องไม่เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน ดังนั้นทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต้องไม่มีใครที่เป็นคู่สมรสของผู้อื่น นอกจากได้ทำการหย่าเรียบร้อยแล้ว โดยในกรณีของผู้หญิงหากมีการหย่าจะสามารถจดทะเบียนสมรสใหม่ได้หลังจากหย่าไม่น้อยกว่า 310 วัน หรือมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์

3. ไม่เป็นคนวิกลจริต

คู่สมรสจะต้องไม่เป็นคนวิกลจริตหรือคนที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ โดยบุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

4. ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา

กรณีที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือร่วมบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายเดียว จะไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ เพราะถือว่าเป็นสายเลือดเดียวกันซึ่งตามกฎหมายและขนบธรรมเนียมไทย จะไม่อนุญาตให้ครองคู่กัน

5. ไม่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรม-บุตรบุญธรรม

ผู้ที่จดทะเบียนสมรสได้จะต้องไม่เป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กันแบบผู้รับบุตรบุญธรรม-บุตรบุญธรรม เพราะได้มีการจดทะเบียนที่จะเลี้ยงดูในสถานะพ่อลูกหรือแม่ลูกกันแล้ว การจดทะเบียนสมรสจึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะขัดกับเจตนาก่อนหน้าและถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกครรลองครองธรรม

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส

การจดทะเบียนสมรสมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แค่ไม่เป็นบุคคลที่กฎหมายห้ามสมรสและเตรียมเอกสารไว้อย่างครบถ้วน ก็จะทำให้การจดทะเบียนสมรสเป็นไปอย่างรวดเร็วและเสร็จสรรพในไม่กี่ขั้นตอน โดยมีลำดับขั้นตอนที่สำคัญในการจดทะเบียนสมรสดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสาร

อันดับแรกก่อนจะจูงมือกันไปจดทะเบียนสมรส จะต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งมีเอกสารที่ต้องใช้คือ

  • สำเนาทะเบียนบ้าน ของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
  • สำเนาหนังสือเดินทาง กรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ
  • บัตรประจำตัวประชาชนของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หรือจะเป็นบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการได้ออกให้
  • หนังสือรับรองสถานภาพบุคคล ในกรณีที่ชาวต่างชาติขอจดทะเบียนสมรส

ขั้นตอนที่ 2: ยื่นคำร้องขอที่อำเภอ

การจดทะเบียนสมรสจะต้องไปยื่นคำร้องขอที่อำเภอหรือสำนักทะเบียนเขต ซึ่งจะเป็นที่จังหวัดไหนอำเภอไหนก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส

  • ขอใบขอคำร้องจดทะเบียนสมรสจากเจ้าหน้าที่
  • กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยสามารถเลือกได้ว่าภรรยาจะใช้นามสกุลเดิมหรือนามสกุลของสามี และจะใช้นางหรือนางสาว นอกจากนี้สามีก็สามารถใช้นามสกุลของภรรยาได้
  • ยื่นเอกสารที่กรอกเรียบร้อยแล้วให้กับเจ้าหน้าที่และนั่งรอ

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นเอกสาร

หลังจากทำตามขั้นตอนที่ 2 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องนั่งรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ต่อไป คือ

  • เจ้าหน้าที่เรียกชื่อ ให้ยื่นเอกสารอื่นๆ ที่ได้เตรียมมาให้กับเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้วส่งไปให้นายทะเบียน
  • เจ้าหน้าที่อนุมัติว่าจดทะเบียนสมรสได้หรือไม่ได้
  • รอรับเอกสารใบทะเบียนสมรส และกลับบ้าน

สิทธิที่คู่สมรสจะได้รับ หลังจากจดทะเบียนสมรส

เมื่อจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วจะได้รับสิทธิที่คู่สมรสควรจะได้ นั่นคือ ทรัพย์สินต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจดทะเบียนจะถือเป็นสินสมรสซึ่งทั้งคู่ต่างมีสิทธิ์ในสิ่งนั้น คู่สมรสมีสิทธิ์ได้รับมรดกของกันและกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตก่อน ลูกที่เกิดมาจะถือเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายทันที ช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้ สามารถฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงดูหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีชู้ และสิทธิที่จะฟ้องดำเนินคดีเมื่อมีคนมาทำร้ายคู่สมรสของตน

เกร็ดความรู้ สิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย

การแต่งงานเป็นการแสดงถึงเจตนาที่จะอยู่ด้วยกัน และการจดทะเบียนสมรสเป็นการยืนยันความสัมพันธ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมรับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมายที่คู่สามีภรรยาควรได้รับ โดยนอกจากความสำคัญดังกล่าวแล้วก็มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับทะเบียนสมรสดังนี้

  • ทางกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องจดทะเบียนทุกคน โดยให้สิทธิในการตัดสินใจเต็มที่ ซึ่งไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่จด ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
  • สำหรับผู้หญิง การพิจารณาว่าจะจดทะเบียนหรือไม่นั้น ให้ดูที่ความพร้อมและความมั่นคงของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เนื่องจากหลังจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทรัพย์สินต่างๆ ที่งอกเงยขึ้นมาจะถือเป็นสินสมรสทั้งหมด โดยหากมีการหย่าเกิดขึ้น สินสมรสดังกล่าวก็จะต้องถูกแบ่งในจำนวนเท่าๆ กัน
  • การจดทะเบียนสมรสไม่มีผลต่อทรัพย์สินที่ได้มาโดยมรดก เพราะถือว่าเป็นสินส่วนตัว แต่ก็มีช่องโหว่อยู่บ้างเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ภรรยาได้มรดกมาเป็นที่ดินมีมูลค่า 10 ล้านบาทซึ่งถือเป็นสินส่วนตัว แต่เมื่อมีการนำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าในราคา 1,000,000 บาท เงินค่าเช่าที่จะได้รับนี้จะเป็นสินสมรสทันทีซึ่งฝ่ายชายมีสิทธิ์มากถึง 500,000 บาท
  • หนี้สินภายหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ ถือเป็นสินสมรสที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน จึงต้องพิจารณาและตรวจสอบให้ดี แต่กฎหมายก็ยังให้ความคุ้มครองโดยกำหนดว่า หากหนี้ที่เกิดขึ้นนำมาใช้จ่ายในครอบครัว ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่ถ้าหนี้ที่เกิดขึ้นมีการนำไปเล่นพนันที่ไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัว อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ นอกจากว่าได้มีการนำบ้านเป็นทรัพย์สินค้ำประกัน เจ้าหนี้จะสามารถยึดบ้านได้ตามสัญญา แต่จะยึดได้เพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งยังคงเป็นของคู่สมรสตามเดิม
  • การไม่จดทะเบียนสมรสก็มีข้อดี เพราะทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จะไม่กลายเป็นสินสมรสแต่อย่างใด และไม่มีปัญหาความยุ่งยากเมื่อต้องการแยกทาง แต่ทั้งคู่ก็จะไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย และบุตรที่คลอดออกมาจะเป็นบุตรโดยชอบธรรมของฝ่ายหญิง และถือเป็นบุตรนอกสมรสของฝ่ายชาย ซึ่งก็จะมีความยุ่งยากที่ฝ่ายชายจะต้องดำเนินเรื่องจดทะเบียนรับรองบุตร

การจดทะเบียนสมรส มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นเดียวกับการไม่จดทะเบียนสมรส แต่อย่างไรก็ถือว่าขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนสองคน ว่าจะจดทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์การเป็นสามี-ภรรยา ของกันและกันหรือไม่ โดยสำหรับการจดทะเบียน สามารถไปจดได้ที่สำนักงานที่ว่าการอำเภอ ณ เขตจังหวัดไหนก็ได้แค่เตรียมเอกสารต่างๆ ไปให้พร้อม

ลูกนอกสมรส และสิทธิตามกฎหมายไทย

ลูกนอกสมรส คือลูกที่เกิดจากการที่บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น

  • บิดามารดาแต่งงานกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนสมรส
  • บิดามารดาอยู่กินกันฉันสามีภรรยา แต่ไม่ได้แต่งงานและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
  • เป็นลูกที่เกิดจากหญิงอื่น โดยบิดามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่แล้ว

ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกนอกสมรส ก็มีโอกาสที่จะได้เป็นลูกในสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยสามารถทำได้ดังนี้

  • บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากมารดาและบุตร (นอกจากกรณีลูกเพิ่งคลอด ให้มีความยินยอมจากมารดาเพียงคนเดียวเท่านั้น)
  • บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันภายหลังจากมีบุตรแล้ว
  • มีคำพิพากษาของศาลให้ลูกเป็นบุตรโดยชอบธรรมของบิดา (ในกรณีที่มารดาหรือบุตรไม่ยินยอมและได้มีการฟ้องร้องต่อศาล)

สิทธิตามกฎหมายไทย

เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าลูกนอกสมรสก็มีสิทธิที่จะได้รับจากผู้เป็นบิดา แต่จะน้อยกว่าลูกในสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายและยังมีข้อจำกัดอีกมากมาย ซึ่งก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายไทยของลูกนอกสมรสดังนี้

เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาเท่านั้น

ลูกที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันหรือลูกนอกสมรส กฎหมายจะถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น โดยฝ่ายชายไม่มีสิทธิใดๆ นอกจากได้มีการจดทะเบียนรับรองบุตรภายใต้ความยินยอมของฝ่ายหญิง หรือได้มีการตรวจพิสูจน์แล้วว่าเป็นบิดาของเด็กจริงๆ แต่หลังตรวจพิสูจน์ก็ต้องจดทะเบียนรับรองบุตรหรือจดทะเบียนสมรสกับแม่ของเด็ก เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย

มารดามีอำนาจปกครองลูกแต่เพียงผู้เดียว

ในกรณีที่เป็นลูกนอกสมรส มารดาจะมีอำนาจปกครองลูกแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยบิดาไม่มีสิทธิที่จะนำลูกไปเลี้ยงดูโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้เป็นมารดา นอกจากว่าเป็นไปตามมาตรา 1566 และเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งกฎหมายได้บัญญัติในมาตรา 1566 ไว้ดังนี้

  • บิดาจะมีอำนาจในการเลี้ยงดูลูกนอกสมรส เมื่อมารดาของเด็กเสียชีวิต
  • เมื่อมารดาหายสาบสูญ โดยไม่ทราบว่ามารดายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ บิดามีสิทธิที่จะเลี้ยงดูลูกนอกสมรส
  • มารดาถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • มารดาต้องเข้ารับการรักษาตัวภายในโรงพยาบาลเนื่องจากมีปัญหาทางจิตหรือจิตฟั่นเฟือน
  • ศาลสั่งให้อำนาจปกครองเลี้ยงดูลูกนอกสมรสแก่ผู้เป็นบิดา
  • บิดามารดาตกลงกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงการเลี้ยงดูบุตร

ลูกนอกสมรสไม่มีสิทธิรับมรดกของบิดา

สำหรับเรื่องของมรดก ในกรณีที่บิดาเสียชีวิต ลูกนอกสมรสจะไม่มีสิทธิรับมรดกของบิดา ไม่ว่าจะเป็นมรดกประเภทใดก็ตาม ยกเว้นแต่เมื่อบิดาได้มีการจดทะเบียนรับรองบุตรอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หรือได้มีการรับรองโดยพฤติการณ์ ลูกนอกสมรสจึงจะมีสิทธิรับมรดกเทียบเท่ากับลูกในสมรส ซึ่งการรับรองโดยพฤติการณ์ก็มีความหมายดังนี้

  • บิดาเป็นผู้แจ้งเกิดบุตรและให้บุตรใช้นามสกุลของตนเอง
  • บิดาได้มีการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกว่าลูกนอกสมรสเป็นลูกของตนเอง

บิดาไม่มีสิทธิฟ้องคดีทางกฎหมายให้แก่บุตร

เพราะบิดาไม่มีสิทธิเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของลูกนอกสมรส จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีหากลูกถูกบุคคลผู้ทำละเมิดทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ในกรณีนี้ต้องให้มารดาเป็นผู้ฟ้องดำเนินคดีเท่านั้น

ลูกนอกสมรสไม่สามารถฟ้องคดีให้กับบิดาได้

เช่นเดียวกับกรณีที่ 4 โดยหากบิดาถูกผู้ทำละเมิดจนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ลูกนอกสมรสไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีให้กับบิดาได้ แต่สามารถเรียกร้องค่าปลงศพและค่าสินไหมทดแทนอื่นๆ ได้

บิดาไม่มีสิทธิในมรดกของลูกนอกสมรส

เป็นที่รู้กันดีว่า นอกจากลูกจะมีสิทธิในมรดกของบิดามารดาแล้ว บิดามารดาก็มีสิทธิในมรดกของลูก แต่หากเป็นกรณีที่เป็นลูกนอกสมรส บิดาจะไม่มีสิทธิในมรดกของลูกไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น นอกจากว่าได้มีการจดทะเบียนรับรองบุตร ซึ่งมรดกทั้งหมดของลูกนอกสมรสจะตกเป็นของบิดาแต่เพียงผู้เดียว

การเป็นลูกนอกสมรสนั้นจะมีความเสียเปรียบอยู่มากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการรับมรดกและการมีสิทธิหน้าที่ต่อกัน ดังนั้นบิดามารดาจึงควรจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะจดหลังจากมีลูกแล้วก็ตาม แต่หากจำเป็นจริงๆ ไม่สามารถที่จะจดทะเบียนสมรสกันได้ เช่นฝ่ายชายมีภรรยาที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องอยู่แล้ว ก็อาจให้บิดาจดทะเบียนรับรองบุตรแทน เพื่อให้ลูกได้มีสิทธิที่พึงได้จากบิดามากขึ้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น
Wedcy (เว็ดซี่) - ไอเดียแต่งงาน ชุดเจ้าสาว การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย งานแต่งงาน