เก็บเงินแต่งงาน วิธีวางแผนล่วงหน้า เตรียมตัวจัดงานแต่งงาน

เก็บเงินแต่งงาน วิธีวางแผนล่วงหน้า เตรียมตัวจัดงานแต่งงาน

เมื่อคู่รัก ตกลงปลงใจจะครองคู่และใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนการแต่งงานก็คือการวางแผน เก็บเงินแต่งงาน เพื่อใช้ในการจัดงาน เพราะการแต่งงานจะต้องใช้งบประมาณเยอะมาก นอกจากสินสอดที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องมอบให้กับเจ้าสาวแล้ว ก็มีค่าสถานที่และค่าจัดเลี้ยง รวมถึงค่าจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นการวางแผนเก็บเงินล่วงหน้า จึงเป็นวิธีที่จะทำให้งานแต่งมีความสมบูรณ์แบบ และไม่มีปัญหาตามมา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

วิธีเก็บเงิน เพื่อเตรียมตัว จัดงานแต่งงาน

การเก็บเงินเพื่อจัดงานแต่งงาน สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ รวมถึงต้องมีความตั้งใจจริง เพื่อที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีวิธีการวางแผนเก็บเงินเพื่อแต่งงานดังนี้

1. ตั้งงบประมาณคร่าวๆ

อันดับแรก ก่อนเริ่มเก็บเงินแต่งงาน ต้องตั้งงบประมาณที่ต้องใช้ก่อน โดยคำนวณคร่าวๆ จากค่าใช้จ่ายหลักๆ และพยายามตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เมื่อได้จำนวนเงินที่ต้องเก็บแล้ว ก็ให้เผื่อเงินเพิ่มไปอีกเล็กน้อย ไว้เผื่อกันกรณีที่ฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายเกินงบ ตัวอย่างเช่น คำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆในงานแต่งงาน ประมาณ 120,000 บาท + ฉุกเฉิน 20,000 บาท รวมต้องเก็บเงินทั้งหมด 140,000 บาท เป็นต้น

2. เปิดบัญชีเงินฝากประจำร่วมกัน

เมื่อมีเป้าหมายที่จะแต่งงาน โดยมีกำหนดการอีกประมาณ 1-2 ปี ควรฝากเงินในรูปแบบเงินฝากประจำ เพราะจะได้ดอกเบี้ยสูงกว่า และเป็นการฝากที่มีวินัยมากกว่า เพราะไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ จนกว่าจะครบกำหนดฝาก โดยแนะนำให้เปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบเปิดร่วมกัน หรือหากมีโครงการกองทุนแต่งงาน ก็อาจฝากเงินในรูปแบบของกองทุนเพื่อการแต่งงาน

3. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นตัวช่วยในการลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น และเพิ่มเงินออมวิธีหนึ่ง เพราะการทำบัญชีจะทำให้ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายอะไร ที่จ่ายไปโดยไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยบ้าง เมื่อทราบแล้ว ในเดือนต่อไป ก็จะได้ปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นให้น้อยลง แล้วนำเงินตรงส่วนนั้นมาเก็บออมเพื่อแต่งงานแทน

4. ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

เพื่อเก็บเงินแต่งงานให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นหรือค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆ ที่แม้จะมีอยู่แล้วก็พยายามหาซื้อมาเก็บไว้อีก หรือค่าเสื้อผ้า กระเป๋า และของจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่มีความจำเป็น แต่ซื้อเพราะความอยากได้อยากมีล้วนๆ เมื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ก็จะทำให้มีเงินเก็บสำหรับแต่งงานเพิ่มขึ้น และมีเงินเหลือใช้ตลอดเดือนโดยไม่มีปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้

5. เพิ่มเงินออมจากรายได้เสริม

หากรายได้ประจำ ไม่เพียงพอต่อการเก็บออมตามเป้าหมาย ก็อาจหารายได้เสริมเพิ่มเติม ด้วยการทำอาชีพเสริมเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่กระทบต่องานประจำหรือการใช้ชีวิตประจำวันมากเกินไป โดยเงินที่ได้จากการทำอาชีพเสริม ให้เก็บเป็นเงินออมเพื่อการแต่งงานโดยเฉพาะ

วางแผนแต่งงานอย่างไร ไม่ให้เกินงบ?

การจัดงานแต่งงาน จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงมาก ดังนั้นจึงต้องวางแผนการจัดงานให้ดี เพื่อไม่ให้ค่าใช้จ่ายบานปลายจนเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยสามารถวางแผนการแต่งงานได้ดังนี้

  • เลือกธีมแต่งงานแบบเรียบง่าย ไม่ต้องให้เริ่ดหรูอลังการ เพราะจะทำให้ค่าจัดสถานที่แพงไปด้วย โดยเฉพาะดอกไม้ที่จะใช้ในการจัดงานแต่ง ควรเลือกใช้ดอกไม้ตามฤดูกาลมากกว่า
  • เชิญแขกตามความเหมาะสม ไม่เยอะเกินไป โดยดูจากงบประมาณที่มีอยู่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยงไม่ให้สูงเกินไป และควรจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ เพราะใช้งบประมาณน้อยกว่า
  • DIY ของชำร่วยด้วยตัวเอง โดยเฉพาะคนที่มีฝีมือในด้านการประดิษฐ์ ซึ่งนอกจากประหยัดแล้ว ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับแขกได้
  • ตัดในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น เครื่องดื่มราคาแพง และของตกแต่งสุดหรู เป็นต้น

แก้ไขอย่างไร เมื่อเงินไม่พอในช่วงจัดงาน?

ถึงแม้ว่าจะมีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการแต่งงานและวางแผนเก็บเงินล่วงหน้า แต่ปัญหาเงินไม่พอใช้ในช่วงจัดงานแต่งก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ โดยในช่วงที่ฉุกละหุกแบบนี้ ต้องเร่งหาทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งก็มีแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดังนี้

1. แคนเซิลสิ่งที่ไม่จำเป็น

ลองตรวจเช็คดูว่า มีอะไรในงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นบ้าง และยังไม่ได้จัดเตรียมในส่วนนั้น ให้ทำการแคนเซิลให้หมด หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ทดแทนกันได้ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้มาก เช่น เปลี่ยนจากไวน์ราคาแพง มาเป็นเหล้าเบียร์ทั่วไป เปลี่ยนธีมงานแต่งแบบอาณาจักรดอกไม้ เป็นการเน้นธรรมชาติต้นไม้สีเขียวเป็นหลัก

2. ยืมเงินจากคนรู้จักหรือกู้เงิน

การยืมเงินจากคนรู้จักหรือกู้เงิน เป็นวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ควรใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายมากกว่า เพราะนั่นหมายถึงปัญหาหนี้สินที่จะตามมาหลังแต่งงาน และอาจก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันได้ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ควรเลือกกู้ยืมจากเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยต่ำ และให้ระยะเวลาในการชำระคืนที่ไม่เร่งรัดจนเกินไป

วางแผนแต่งงาน ครองชีวิตคู่อย่างมีความสุข

เมื่อคู่รักต่างมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน นอกจากการวางแผนเพื่อจัดเตรียมงานแต่งงานแล้วก็ต้อง วางแผนแต่งงาน โดยคำนึงไปถึงการใช้ชีวิตหลังแต่งงาน เพื่อให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความสุขและไม่มีปัญหาที่อาจทำให้ต้องเลิกรากันไปในภายหลัง สำหรับสิ่งที่คู่รักควรจะวางแผนให้ดีก่อนแต่งงานมีดังนี้

วางแผนแต่งงาน ครองชีวิตคู่อย่างมีความสุข

ค่าใช้จ่ายเมื่ออยู่ร่วมกัน

เพราะการใช้ชีวิตคู่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้าน ย่อมต้องคูณ 2 ขึ้นมา หมายความว่าทั้งคู่จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แม้จะมีรายรับที่ได้จากทั้งสองฝ่ายก็ตาม โดยจากสถิติพบว่า คู่รักส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องเงินมากที่สุด ดังนั้นก่อนแต่งงานควรวางแผนเรื่องเงินให้ดีก่อนว่า ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง และเมื่อเฉลี่ยดูแล้ว รายได้จากทั้งสองคนรวมกันจะพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่

  • แบ่งกันรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างชัดเจน หรือใช้วิธีการแบ่งรายได้ของแต่ละคนมาเก็บเป็นเงินกองกลาง โดยอาจคิดเป็น 10% หรือ 20% ของรายได้ เพื่อนำเงินส่วนนี้มาไว้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในบ้านโดยเฉพาะ
  • หากเฉลี่ยดูแล้ว รายรับของทั้งคู่แทบจะไม่พอกับรายจ่าย ควรวางแผนหารายได้เพิ่ม โดยตกลงกันให้ดีว่าจะทำอาชีพเสริมอะไรที่สามารถเพิ่มรายได้ ได้บ้าง ซึ่งจะต้องเป็นอาชีพที่ไม่กระทบต่องานประจำและมีความถนัด

การเก็บออมเงิน

วางแผนแต่งงาน ชีวิตคู่จะมีความก้าวหน้า และสามารถสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวได้ ก็ต่อเมื่อมีเงินเก็บออม เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขสบายในอนาคต และเป็นเงินฉุกเฉินที่สามารถนำออกมาใช้ในยามจำเป็นได้อย่างไม่ติดขัด ดังนั้นจึงควรวางแผนการเก็บออมเงินตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน

  • ตกลงกันให้เรียบร้อย ว่าจะเก็บออมเงินอย่างไร โดยอาจเก็บที่ 10% -30% ของรายได้ ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินที่เป็นอยู่
  • เงินออมในส่วนนี้ อาจนำมาเก็บรวมในบัญชีเดียวกัน หรือจะเก็บแยกคนละบัญชีก็ได้
  • ควรแยกบัญชีออมเงินตามจุดประสงค์ เช่น ออมเพื่อวัยเกษียณ, ออมเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน, ออมเพื่อการศึกษาของลูก เป็นต้น

วางแผนการมีลูก

เมื่อแต่งงาน เชื่อว่าหลายคู่อยากจะมีลูกในทันที ดังนั้นควรปรึกษากันก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการมีลูกไม่ใช่เรื่องง่าย หากมองไปถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ ไปจนถึงเมื่อลูกเข้ารับการศึกษา รวมถึงปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย

  • เช็คความพร้อมทางด้านสุขภาพ โดยว่าที่คุณแม่จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงและไม่เป็นโรคติดต่อที่อาจติดต่อไปสู่ลูกทางพันธุกรรมได้ และว่าที่คุณพ่อก็จะต้องไม่เป็นโรคติดต่อหรือเป็นพาหะ
  • เช็คความพร้อมทางด้านการเงิน ควรวางแผนเก็บเงินเพื่อการมีลูกก่อนล่วงหน้าให้ได้ประมาณก้อนหนึ่ง เพื่อเป็นเงินสำรองในยามที่จำเป็นต้องใช้
  • เช็คความมั่นใจ ว่าสามารถที่จะเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพแล้วหรือยัง

ความพร้อมในการใช้ชีวิตคู่

เพราะการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าทั้งคู่จะรักกันมากแค่ไหน แต่ก็มีความแตกต่างในเรื่องของพื้นฐานการดำเนินชีวิตและลักษณะนิสัย ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งจนเป็นเหตุให้ต้องเลิกราในอนาคตได้เหมือนกัน ดังนั้นก่อนแต่งงาน จึงควรพูดคุย วางแผนแต่งงาน เพื่อหาช่องทางการปรับตัวเข้าหากัน และเช็คความพร้อมในการใช้ชีวิตคู่

  • พูดคุยแลกเปลี่ยนนิสัยของกันและกัน เพื่อเช็คว่าต่างฝ่ายต่างสามารถยอมรับนิสัยทั้งข้อดีและข้อเสียของกันได้หรือไม่ โดยควรพูดแบบเปิดใจ เพื่อจะได้ช่วยกันมองหาแนวทางที่จะปรับตัวเข้าหากันให้ได้มากที่สุด และอย่าลืมว่าการใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ไม่ควรยึดความคิดของตัวเองเป็นหลักเพียงฝ่ายเดียว
  • พูดคุยเปิดใจถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตนเอง หากมีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ขัดแย้งกัน จะได้มองหาแนวทางเพื่อปรับไลฟ์สไตล์ให้ลงตัวมากขึ้น
  • เช็คความพร้อมของตนเอง ว่าพร้อมจะละทิ้งชีวิตแบบเดิมๆ และเริ่มต้นใหม่ด้วยการใช้ชีวิตร่วมกับคนรักหรือยัง เพราะหลังจากแต่งงานแล้ว อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ต้องเป็นแม่ศรีแม่เรือนมากขึ้น

วางแผนอนาคต

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่คู่รักควรวางแผนก่อนแต่งงาน เพื่อให้ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความสุขและก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต ก็คือการวางแผนอนาคต เป็นเหมือนการตั้งเป้าหมายของชีวิตคู่เอาไว้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องก้าวไปสู่เป้าหมายเหล่านั้นให้ได้

  • ตั้งเป้าหมายที่ใฝ่ฝันอยากจะให้เป็นความจริงหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เช่น ต้องมีบ้านสักหลัง มีรถยนต์สักคัน มีเงินเก็บหลักล้าน แม้ว่าจะเป็นเป้าหมายที่ดูเหมือนอยู่ไกลเกินเอื้อม แต่หากมีความตั้งใจจริง ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
  • วางแผนขั้นบันไดสู่ความสำเร็จ โดยตกลงกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ เช่นต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง อาจวางแผนใช้วิธีการช่วยกันออมเงิน หรือนำเงินไปลงทุนเพื่อหวังกำไรสูง เป็นต้น

คู่รักส่วนใหญ่ที่แต่งงานกันไปโดยไม่มีการ วางแผนแต่งงาน ล่วงหน้า มักจะมีปัญหาจนถึงขั้นต้องหย่าร้างกันเสมอ ดังนั้น ก่อนแต่งงาน จึงควรหันหน้าเข้าหากัน เพื่อพูดคุยวางแผนถึงการใช้ชีวิตร่วมกันให้ดี โดยเฉพาะการวางแผนในเรื่องของการเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และการมีลูก หากสามารถวางแผนได้ดังนี้ ชีวิตคู่จะมีแต่ความสุข และสามารถครองคู่ไปจนนิรันดร์

ร่วมแสดงความคิดเห็น
Wedcy (เว็ดซี่) - ไอเดียแต่งงาน ชุดเจ้าสาว การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย งานแต่งงาน