ทำความเข้าเรื่อง สินสอด ทองหมั้น และการทำพิธีหมั้นหมาย

ทำความเข้าเรื่อง สินสอด ทองหมั้น และการทำพิธีหมั้นหมาย

ในเรื่องของการยกขบวนขันหมาก ทางฝ่ายชายจะมีการให้ทางเฒ่าแก่ ซึ่งเป็นคนที่มีคนเคารพนับถือ และพ่อแม่ของตนเองมาทำหน้าที่หมั้นหมายกับทางฝ่ายหญิง เป็นตัวแทนของฝ่ายชายแทนได้ แต่เจ้าบ่าวก็สามารถที่จะเดินทางมาร่วมกับขบวนขันหมากหมั้น ซึ่งในช่วงก่อนทำพิธี

ลิงก์ผู้สนับสนุน

สินสอดทองหมั้นระหว่างเฒ่าแก่ทั้งสองฝ่าย

เฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้เจรจากัน เริ่มต้นบทสนทนาจากเฒ่าแก่ของฝ่ายชายก่อน จะเป็นการกล่าวถึงรายละเอียดของฤกษ์ยามอันเหมาะสมและเป็นมงคลสำหรับวันนี้ และได้นำเอา “ขันหมากหมั้น” จากฝ่ายชายบุตรของคนนั้นๆ มาทำการหมั้นฝ่ายหญิง สินสอดทองหมั้นจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงแรก จากนั้นจะทำการขอให้ทางเฒ่าแก่ฝ่ายหญิงเปิดนับดูว่าถูกต้องและครบตามจำนวนที่ได้ตกลงกันเอาไว้หรือไม่

ในการแสดงความเข้าใจในบทสนทนา เฒ่าแก่ฝ่ายหญิงจะกล่าวเห็นดีเห็นงามด้วยกับการหมั้นในครั้งนี้ มีการร่วมพูดคุยด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสนิทสนมกันมากขึ้น การพูดคุยก็เพื่อเป็นการสร้างอัธยาศัยที่ดี การมีมิตรไมตรีจิตที่จะช่วยให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายผูกพันกันมากขึ้น แล้วจากนั้นจะมีการเปิดผ้าคลุมขันหมากออก ทำการตรวจสินสอดตามธรรมเนียม เมื่อครบถ้วนถูกต้องแล้ว ก็จะให้นำขันหมากทั้งหมดไปเก็บไว้ในห้องที่ได้จัดเตรียมเอาไว้

พิธีนับสินสอดทองหมั้น

พิธีนับสินสอด เป็นอีกพิธีหนึ่งที่มีความสำคัญในขั้นตอนการแต่งงาน โดยการนับสินสอดดังกล่าวไม่ใช่การนับแบบจริงจังว่าสินสอดครบหรือไม่ แต่เป็นเพียงการทำตามพิธีเพื่อให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และเป็นเคล็ดอย่างหนึ่งเพื่อให้คู่บ่าวสาวมีเงินทองไหลมาเทมาและมีฐานะที่มั่นคง ร่ำรวยตลอดการครองคู่ โดยพิธีการนับสินสอดทองหมั้นจะเริ่มหลังจากพิธีการเชิญขันหมาก

พิธีนับสินสอดทองหมั้น คือลำดับพิธีที่จะทำขึ้นหลังจากพิธีเชิญขันหมาก โดยพ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะทำท่าทางเหมือนกำลังนับสินสอดพอเป็นพิธี ไม่ได้มีการนั่งนับจำนวนจริงๆ แต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นพิธีหนึ่งที่มีความสำคัญ

ความสำคัญของพิธีนับสินสอด จะเน้นที่การอวยพรและเป็นเคล็ดให้กับคู่บ่าวสาว โดยจะอวยพรผ่านสิ่งของที่โปรยลงบนสินสอด และการพูดแก้เคล็ด ซึ่งว่ากันว่าจะทำให้คู่บ่าวสาวได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขและมีเงินทองไหลมาเทมาตลอดไป

ลำดับขั้นตอน

การทำพิธีนับสินสอด ต้องทำให้ถูกตามลำดับขั้นตอน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. แกะห่อผ้าสินสอด

ในขั้นตอนนี้ เถ้าแก่ฝ่ายชายจะเริ่มจากการแกะห่อพานสินสอด ส่วนเถ้าแก่ของฝ่ายหญิงก็จะนำผ้าที่ได้เตรียมไว้วางลงบนพานขันหมาก เมื่อเตรียมพร้อมพานทั้งสองเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่ฝ่ายชาย จะหยิบใบเงิน ใบทองและใบนากเรียงบนพานขันหมากเป็นคู่ๆ และวางสินสอดเอาไว้ด้านบน

2. ตรวจนับสินสอด

มาถึงขั้นตอนการตรวจนับสินสอด โดยในอดีตจะมีการนับสินสอดจริงๆ แต่ในปัจจุบันจะทำขึ้นพอเป็นพิธี ซึ่งเมื่อตรวจนับสินสอดเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ตรวจนับจะต้องพูดขึ้นมาว่า “เงินงอก” เพื่อเป็นเคล็ดให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวครองคู่กันและมีเงินงอกไหลมาเทมาตลอดเวลา

3. โปรยถั่ว งา ใบเงิน ใบทองต่างๆ

เมื่อนับสินสอดเรียบร้อยแล้ว ลำดับขั้นตอนต่อไปจะเป็นการอวยพรคู่บ่าวสาวด้วยการโปรยถั่ว งา ข้าวตอก ใบเงินใบทองและดอกไม้ที่เตรียมไว้ในพานขันหมากเอกลงบนสินสอด โดยสิ่งที่นำมาโปรยจะมีความหมายเพื่ออวยพรดังนี้

  • ถั่วงา หมายถึง ความงอกงาม
  • ใบเงิน ใบทอง ใบนาก หมายถึง แก้ว แหวน เงินทอง
  • ดอกไม้ เช่นดอกดาวเรือง หมายถึง ความรุ่งเรือง
  • ข้าวตอก หมายถึง ฐานะใหญ่โต

นอกจากนี้ก็สามารถใช้สิ่งอื่นที่มีความหมายดีๆ โปรยเพื่ออวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาว

4. แบกสินสอดขึ้นบ่า

ขั้นตอนสุดท้ายในการทำพิธีนับสินสอดทองหมั้น เถ้าแก่ของฝ่ายหญิงจะมัดสินสอดทั้งหมดรวมกันแล้วแบกขึ้นบ่าตามประเพณี โดยจะทำท่าทางเหมือนหนักและพูดขึ้นเป็นเคล็ดว่า “ห่อนี้หนักจริงๆ คงมีเงินงอกงามมากมายเต็มบ้านเต็มเรือน” แล้วจึงนำสินสอดไปเก็บไว้

ความเชื่อ

พิธีการนับสินสอดทองหมั้น ในอดีตทำขึ้นเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายว่าสินสอดทองหมั้นที่ฝ่ายชายนำมาให้มีความครบถ้วนจริงๆ และเชื่อว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในการอวยพรให้กับคู่บ่าวสาว แม้ไม่ได้เอ่ยเป็นวาจาเพื่ออวยพรก็ตามแต่ขั้นตอนการโปรย สิ่งที่นำมาโปรยลงบนสินสอดก็สื่อความหมายถึงการอวยพรได้ดี

เกร็ดความรู้

นอกจากความหมายและลำดับขั้นตอนในการทำพิธีนับสินสอดทองหมั้นแล้ว ก็มีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรทำความเข้าใจดังนี้

  • กรณีที่สินสอดมีใบธนบัตร ในขั้นตอนการแกะห่อผ้าสินสอด หลังจากวางใบเงิน ใบทองและใบนากเป็นคู่ๆ แล้ว ให้ตามด้วยธนบัตรโดยเรียงเป็นวงกลมก่อน จากนั้นจึงวางแก้วแหวนเงินทองที่เป็นสินสอดทองหมั้นลงไป ซึ่งจะทำให้ฝ่ายเจ้าสาวตรวจนับสินสอดได้ง่ายขึ้นและดูสวยงามเป็นที่นิยม
  • สินสอดทองหมั้นทั้งหมดที่เจ้าบ่าวนำมามอบให้กับฝ่ายเจ้าสาว จะเป็นสิทธิ์ของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ซึ่งจะมอบคืนให้กับบ่าวสาวหรือไม่ก็ได้
  • ผ้าที่ใช้รองพานขันหมาก ควรเป็นผ้าที่มีขนาดใหญ่พอเหมาะ สามารถห่อสินสอดได้พอดี โดยส่วนมากจะนิยมใช้เป้าผ้าแดง ผ้าเงินหรือผ้าทอง พร้อมปักชื่อของบ่าวสาวลงบนผ้า เพื่อเป็นสิริมงคลมากขึ้น
  • การตรวจนับสินสอด ต้องทำต่อหน้าเถ้าแก่และญาติของทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นสักขีพยานในการทำพิธีครั้งนี้
  • การตรวจนับสินสอดทองหมั้น เป็นพิธีที่มีขึ้นทั้งกรณีหมั้นและแต่งงาน โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยตามความเหมาะสม เช่น วันหมั้นฝ่ายชายจะนำเฉพาะของหมั้นมาหมั้นฝ่ายหญิง และจะยกสินสอดมาอีกทีในวันแต่งงาน กรณีที่เป็นการหมั้น ฝ่ายหญิงจะต้องเก็บของหมั้นไว้ให้ดีจนถึงวันแต่งงาน เพราะหากมีการผิดสัญญาเกิดขึ้น เช่นฝ่ายหญิงต้องการถอนหมั้น ก็จะต้องคืนของหมั้นให้กับฝ่ายชายทั้งหมด
  • ตามธรรมเนียม เมื่อเปิดผ้าคลุมขันหมากออก หากมีแหวน สร้อยหรือกำไลอยู่ในสินสอดทองหมั้น เถ้าแก่ของทั้งสองฝ่ายก็จะเรียกเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อให้เจ้าบ่าวสวมให้กับเจ้าสาวทันที

การแต่งงาน ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญ โดยเฉพาะพิธีการนับสินสอดทองหมั้นที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ก็ไม่ควรมองข้าม หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการนี้เรียบร้อยแล้วก็จะต่อที่พิธีไหว้ผู้ใหญ่ พิธีสวดพระพุทธมนต์ พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และปราสาทพร พิธีจัดเลี้ยงฉลองสมรสและพิธีปูที่นอนก่อนจะส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการแต่งงานทั้งหมด

หลักการตรวจนับสินสอดที่ถูกต้อง

หลักในการตรวจนับสินสอดให้เหมาะสม ตามธรรมเนียมในพิธีกรรม จะต้องมีการตรวจนับกันต่อหน้าเฒ่าแก่และญาติของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะช่วยเป็นสักขีพยาน หลังจากที่เฒ่าแก่ฝ่ายชายบอกให้ลองตรวจนับ จะเปิดผ้าคลุมขันหมากออก แล้วส่งต่อให้ทางเฒ่าแก่ฝ่ายหญิงเป็นคนนับ

10062

กรณีที่มีแหวน หรือสร้อยกำไล เฒ่าแก่ทั้งสองฝ่ายจะเรียกให้ว่าที่เจ้าบ่าวมาทำการสวมให้ทางว่าที่เจ้าสาวต่อหน้าทุกคนซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นสักขีพยาน เราอาจเรียกในช่วงลำดับนี้ว่า “พิธีสวมแหวนหมั้น” นิยมนำมาใช้ในปัจจุบัน และตัดเอาขั้นตอนยกขบวนขั้นหมากหมั้นออกไป แต่จะเหลือเอาไว้คือการนำสินสอดและของหมั้นหมายมาทำการหมั้นฝ่ายหญิง เงินทองและของมีค่า ฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เก็บรักษา ส่วนของเงินสินสอดจะนำมาใช้ในวันพิธีแต่งงาน ตามแต่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย

ภายหลังพิธีนับสินสอดทองหมั้น

หลังจากที่ว่าที่เจ้าสาวได้สินสอดทองหมั้น รวมถึงของหมั้นนำไปเก็บรักษาเอาไว้แล้ว จะคืนภาชนะให้ทางฝ่ายชายกลับไป แต่จะมีสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เป็นของแถมให้กับผู้ยกขันหมากทุกคน ส่วนเฒ่าแก่ทั้งสองฝ่ายก็จะได้เป็นของที่พิเศษ เช่น ขนมและเสื้อผ้า แล้วแต่ความเหมาะสม ตามด้วยการกินเลี้ยงฉลองพิธีหมั้น

ทำความรู้จัก เข้าใจเกี่ยวกับสินสอดอย่างถูกต้อง

ตามขนบธรรมเนียมประเพณีแต่งงานของชาวไทย ทางฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องนำสินสอดทองหมั้นมามอบให้กับฝ่ายเจ้าสาว ก่อนเข้าสู่พิธีการแต่งงานเป็นลำดับขั้นตอนต่อไป โดยสินสอดดังกล่าวก็จะเป็นเหมือนหลักประกันที่ยืนยันว่าเจ้าบ่าวจะดูแลและใช้ชีวิตคู่กับเจ้าสาวต่อไปในอนาคตอย่างมีความสุขจนแก่เฒ่าซึ่งสินสอดมีความสำคัญอย่างไรและมีกี่ประเภทบ้าง

สินสอดคืออะไร

สินสอด คือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายจะนำมามอบให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงในวันแต่งงาน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ยินยอมให้ฝ่ายหญิงสมรสด้วยและถือเป็นค่าเลี้ยงดู ค่าน้ำนมเท่าเอง โดยการมอบสินสอดนี้ก็เป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เนื่องด้วยในอดีตการเลือกคู่ครองจะเป็นลักษณะของการคลุมถุงชน ทำให้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงกลัวว่าบุตรสาวจะกลายเป็นหม้ายขันหมาก จึงต้องมีการเรียกสินสอดเพื่อเป็นหลักประกันนั่นเอง โดยตามธรรมเนียมแล้ว สินสอดจะตกเป็นสิทธิของพ่อแม่หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงทันที ซึ่งจะส่งคืนให้กับบ่าวสาวหรือไม่ก็ได้

เป็นขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาแต่โบราณ และต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง โดยนัยหนึ่งก็เพื่อใช้เป็นหลักประกันว่าฝ่ายชายจะไม่ทอดทิ้งการแต่งงานให้ฝ่ายหญิงต้องกลายเป็นหม้ายขันหมากและเป็นการการันตรีความมั่นคง เพื่อให้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงเกิดความมั่นใจว่าฝ่ายชายจะสามารถเลี้ยงดูฝ่ายหญิงต่อไปในอนาคตให้มีความสุขความสบายได้จริงๆ หรือหากมีเหตุให้ต้องเลิกรา ฝ่ายหญิงก็ยังคงมีเงินสินสอดที่จะทำให้ยืนหยัดด้วยตัวเองได้อย่างไม่ลำบากและไม่เป็นที่ครหาของคนทั่วไป

ประเภทของสินสอด ที่นิยมนำมาใช้

ประเภทของสินสอด ที่นิยมนำมาใช้ เพื่อมอบให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงตามประเพณีการแต่งงาน มี 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่

เงินสด

เงินสด เป็นสินสอดที่เบสิคที่สุดเพราะสามารถนำมาใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีสภาพคล่องสูง จึงมักจะถูกเรียกเป็นสินสอดในอันดับแรกๆ ซึ่งบางคนอาจเรียกสินสอดเป็นเงินสดอย่างเดียวหรือเรียกสินสอดประเภทอื่นๆ ร่วมด้วย การถือเงินสดหรือฝากธนาคารไว้เป็นเวลานานมักจะทำให้มูลค่าของเงินด้อยค่าลง จึงไม่ควรเรียกสินสอดเป็นเงินสดมากเกินไป นอกจากมีแผนที่จะนำเงินสดไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นมา

ทองคำ

ทองคำ เป็นสินสอดอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณก็ตาม แถมยังสามารถเก็บไว้ในระยะยาวได้ เพราะมูลค่าของทองคำมักจะเพิ่มขึ้นสูงอยู่เสมอ จึงไม่ทำให้ขาดทุน นอกจากนี้ทองคำก็สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อใช้สอยในยามจำเป็นได้ตลอดเวลา โดยอาจแลกเปลี่ยนในรูปของการจำนำหรือการขาย

ที่ดิน, ที่อยู่อาศัย

มูลค่าของที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่เสมอและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย จึงนิยมนำมาใช้เป็นสินสอดเช่นเดียวกับสินสอดประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ที่ดินยังถือเป็นหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว และเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ส่งต่อไปยังลูกหลานได้ หากที่ดินที่ได้มานั้น ไม่ได้มีการใช้สอย หรือปลูกบ้านอยู่ภายใน ควรไปดูแลและตรวจเช็คที่ดินอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้ามาในที่ดินของตน

นอกจากนี้ในปัจจุบันก็มีการนำทรัพย์สินอื่นๆ มาใช้เป็นสินสอด เช่น เพชร เครื่องประดับราคาแพง และรถยนต์ เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีมูลค่าสูงและดูดี มีระดับ สามารถนำมาใช้เป็นสินสอดได้ดี

เกร็ดความรู้

  • สินสอด ไม่มีกำหนดว่าต้องมีมูลค่าเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยเริ่มแรกฝ่ายหญิงจะเรียกจำนวนสินสอดมา ซึ่งหากพิจารณาว่าสูงเกินไป ฝ่ายชายก็สามารถเจรจาต่อรองได้ จนกว่าจะได้จำนวนที่พอใจทั้งสองฝ่าย
  • สินสอดไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอ เพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อาจทำให้ขาดความพร้อมทางการเงิน ซึ่งจริงๆ แล้วการเรียกสินสอดก็ทำไปตามประเพณี หากเจ้าบ่าวไม่พร้อมจริงๆ ก็สามารถที่จะพูดคุยตกลงกับฝ่ายหญิงได้ โดยอาจขอให้ฝ่ายหญิงลดสินสอดลงตามกำลังที่ตนมีหรือขอเปลี่ยนเป็นของขวัญแทนใจ
  • สินสอดอาจเป็นอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการเรียกสินสอดจากฝ่ายหญิงและการตกลงระหว่างกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเภทของสินสอดที่ได้รับความนิยมเสมอไป
  • ในวันแต่งงาน เมื่อเจ้าบ่าวแห่ขบวนขันหมากมาถึงและนำสินสอดมามอบให้กับพ่อแม่ของเจ้าสาวเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการตรวจนับสินสอด ซึ่งเป็นหนึ่งในลำดับพิธีการ แต่เป็นการนับแบบพอเป็นพิธี โดยสิ่งสำคัญจะอยู่ที่การโปรยพวกสิ่งของมงคลลงบนสินสอด เพราะมีความหมายในการอวยพรและการแก้เคล็ดด้วยคำพูดต่างๆ
  • สินสอดทองหมั้น คำนี้มักจะได้ยินจนชิน แต่มีความหมายต่างกัน โดยสินสอดก็คือทรัพย์สินเงินทองที่จะนำมามอบให้กับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงในวันแต่งงาน แต่ทองหมั้นจะเป็นทรัพย์สินที่นำมาหมั้นฝ่ายหญิง ในวันหมั้น

การแต่งงานจำเป็นต้องมีสินสอด ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แต่ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นสินสอดประเภทไหนหรือมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะเรียกเท่าไหร่ ในปัจจุบันไม่ได้เคร่งครัดเหมือนสมัยก่อน เรื่องสินสอดจึงสามารถตกลงและปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม แค่ทำให้ถูกต้องตามพิธีการเท่านั้น

ประเภทของสินสอด ที่นิยมนำมาใช้

กรณีเกิดการผิดสัญญาเรื่องสินสอดทองหมั้น

ในพิธีหมั้นหมาย กรณีของสินสอดทองหมั้นภายหลังจากการทำพิธีเสร็จสิ้นแล้ว หากในเวลาต่อมาทางฝ่ายชายผิดสัญญา ไม่มีการยกขันหมากมาในวันแต่งงานตามที่ตกลงกันเอาไว้ ฝ่ายหญิงจะกลายเป็น “หม้ายขันหมาก” ซึ่งทางฝ่ายชายจะต้องถูกริบสินสอดทั้งหมด ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายหญิงผิดสัญญาเอง ไม่ยอมแต่งงานกับฝ่ายชาย ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องทำการคืนสินสอดทองหมั้นทั้งหมดอย่างครบถ้วน

พิธีทางโบราณ ภายหลังจากการทำพิธีหมั้นหมายกันเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายชายและหญิงจะมีอิสระในการใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้น สามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้อย่างเปิดเผยมากกว่าสมัยที่เพิ่งจะตัดสินใจคบหาดูใจกัน แต่สำหรับประเพณีไทยแล้ว ก็ยังถือว่าการไปไหนมาไหนด้วยกัน ควรอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ให้เหมาะสม จนกว่าจะถึงวันงานแต่งงาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น
Wedcy (เว็ดซี่) - ไอเดียแต่งงาน ชุดเจ้าสาว การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย งานแต่งงาน