Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

I’m all ears

❬ไอม์-ออล-เอียร์ซ❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: ฉันพร้อมฟังเต็มที่, ฉันตั้งใจฟังอยู่, เล่ามาได้เลย - แสดงความสนใจที่จะฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด

การใช้งาน: ใช้ตอบเมื่ออีกฝ่ายมีเรื่องเล่า ความคิด ข้อเสนอ คำอธิบาย หรือข้อกังวลที่ต้องการแบ่งปัน เป็นการบอกว่าพร้อมให้ความสนใจ ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่จะได้ยินแล้ว และไม่ได้บอกว่าจะทำตามคำแนะนำทุกอย่าง

หมายเหตุ: ใช้กับเพื่อน คนรู้จัก หรือเพื่อนร่วมงานในน้ำเสียงเป็นมิตร ไม่ใช่คำแปลตามตัวอักษรว่าร่างกายเป็นหูทั้งหมด หากพูดประชดอาจฟังท้าทายได้

ประโยคการใช้งาน

  1. เพื่อนอยากเล่าข่าวสำคัญ

    A: I’ve got some news about the job I applied for.

    (แปล: ฉันมีข่าวเรื่องงานที่สมัครไว้จะเล่าให้ฟัง)

    B: I’m all ears. How did the interview go?

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ สัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้าง)

    คำอธิบาย: B แสดงความสนใจในข่าวของ A และชวนเล่าต่อ การพร้อมฟังไม่เท่ากับรู้อยู่แล้วว่าผลการสมัครเป็นบวกหรือลบ (บริบท: พร้อมฟังข่าวที่เพื่อนจะบอก)

  2. เปิดรับข้อเสนอในการทำงาน

    A: I think there’s a simpler way to organise the files.

    (แปล: ฉันคิดว่ามีวิธีจัดไฟล์ที่ง่ายกว่านี้)

    B: I’m all ears. Walk me through your idea.

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ ลองอธิบายแนวคิดของคุณให้ฟังทีละขั้นสิ)

    คำอธิบาย: B เปิดโอกาสให้เสนอวิธีใหม่ แต่ยังไม่ได้ตกลงใช้แนวคิดนั้น ต้องฟังรายละเอียดและประเมินต่อ (บริบท: พร้อมรับฟังแนวคิดใหม่)

  3. เพื่อนขอเล่าเรื่องที่กังวล

    A: Could I talk to you about something that’s been bothering me?

    (แปล: ฉันขอคุยเรื่องที่ค้างคาใจมาสักพักได้ไหม)

    B: Of course. I’m all ears, and we can sit somewhere quieter.

    (แปล: ได้สิ ฉันพร้อมฟังเต็มที่ เราไปนั่งที่เงียบกว่านี้ก็ได้)

    คำอธิบาย: B แสดงความพร้อมและช่วยจัดสภาพแวดล้อมสำหรับการฟัง ควรรักษาความเป็นส่วนตัวตามที่ตกลง ไม่ใช้ความสนใจเป็นเหตุให้ถามเกินขอบเขต (บริบท: ให้พื้นที่รับฟัง)

  4. รับคำอธิบายสาเหตุของปัญหา

    A: I can explain why the delivery went to the wrong address.

    (แปล: ฉันอธิบายได้ว่าทำไมของจึงถูกส่งไปผิดที่อยู่)

    B: I’m all ears. Tell me what happened from the beginning.

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ เล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นว่าเกิดอะไรขึ้น)

    คำอธิบาย: B บอกว่าจะรับฟังข้อมูล ไม่ใช่ยืนยันว่าเชื่อทุกอย่างแล้ว น้ำเสียงที่สงบช่วยไม่ให้วลีฟังเหมือนการท้าทาย (บริบท: ตั้งใจฟังเหตุผลก่อนตัดสิน)

  5. ฟังคำแนะนำเรื่องการเดินทาง

    A: I’ve visited that city a few times and have a few suggestions.

    (แปล: ฉันเคยไปเมืองนั้นมาสองสามครั้งและมีข้อแนะนำอยู่บ้าง)

    B: I’m all ears. Which neighbourhood would you recommend staying in?

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ คุณแนะนำให้พักย่านไหน)

    คำอธิบาย: B รับข้อเสนอช่วยเหลือและถามประเด็นที่อยากรู้ จึงทำให้การฟังมีทิศทาง ไม่ได้หมายถึงต้องเลือกตามคำแนะนำเสมอไป (บริบท: เปิดรับประสบการณ์ของอีกฝ่าย)

  6. รับฟังคำติชมงานเขียน

    A: I made some notes on the opening paragraph of your draft.

    (แปล: ฉันจดข้อสังเกตเกี่ยวกับย่อหน้าเปิดของร่างคุณไว้)

    B: I’m all ears. I’d like to hear what could be clearer.

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ ฉันอยากรู้ว่าตรงไหนทำให้ชัดขึ้นได้)

    คำอธิบาย: B แสดงความพร้อมรับฟัง feedback เกี่ยวกับงาน วลีไม่ได้ลบสิทธิ์ในการซักถามหรือเลือกแนวแก้ไขหลังจากฟังแล้ว (บริบท: พร้อมฟังข้อเสนอแนะ)

  7. ฟังเพื่อนเล่าทริปที่ผ่านมา

    A: You won’t believe what happened on our camping trip.

    (แปล: คุณคงไม่อยากเชื่อว่าเกิดอะไรขึ้นตอนเราไปตั้งแคมป์)

    B: I’m all ears. Was it something funny or something worrying?

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ เป็นเรื่องตลกหรือเรื่องน่าห่วงกันแน่)

    คำอธิบาย: B เชิญให้อีกฝ่ายเล่าโดยไม่สรุปเนื้อหาล่วงหน้า การใช้กับเพื่อนทำให้บทสนทนาดูสนิทและเป็นธรรมชาติ (บริบท: สนใจเรื่องเล่าและประสบการณ์)

  8. ฟังวิธีทำงานจากผู้มีประสบการณ์

    A: I can show you how I prepare the equipment before a shoot.

    (แปล: ฉันแสดงวิธีเตรียมอุปกรณ์ก่อนถ่ายงานให้คุณดูได้)

    B: I’m all ears. I’ve been looking for a more reliable routine.

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ ฉันกำลังหาขั้นตอนที่ไว้ใจได้มากขึ้นอยู่)

    คำอธิบาย: วลีมุ่งการรับฟัง แม้กิจกรรมจะมีการดูสาธิตด้วย ไม่ได้แปลว่าผู้พูดรับข้อมูลผ่านการฟังได้อย่างเดียว (บริบท: พร้อมรับคำแนะนำแบบละเอียด)

  9. เปิดรับความคิดเรื่องงานเลี้ยง

    A: I have a different idea for the farewell party.

    (แปล: ฉันมีอีกไอเดียสำหรับงานเลี้ยงอำลา)

    B: I’m all ears. How would you like us to organise it?

    (แปล: ฉันพร้อมฟังเต็มที่ คุณอยากให้เราจัดอย่างไร)

    คำอธิบาย: B เปิดพื้นที่ให้เสนอทางเลือก ไม่ได้บอกว่าไอเดียเดิมถูกยกเลิกหรือกลุ่มเห็นชอบไอเดียใหม่นี้แล้ว (บริบท: สนใจไอเดียของสมาชิกกลุ่ม)

  10. หยุดงานที่ทำเพื่อหันมาฟัง

    A: Is now a good time to discuss the problem?

    (แปล: ตอนนี้สะดวกคุยเรื่องปัญหานั้นไหม)

    B: Yes. I’ve finished this task, and I’m all ears.

    (แปล: สะดวก ฉันทำงานนี้เสร็จแล้ว และฉันพร้อมฟังเต็มที่)

    คำอธิบาย: B บอกว่าตนพร้อมทั้งเวลาและความสนใจ การหันมาฟังจริงช่วยให้คำพูดสอดคล้องกับพฤติกรรม ไม่ใช่บอกพร้อมฟังแต่ยังทำอย่างอื่นต่อ (บริบท: ยืนยันว่าจะให้ความสนใจตอนนี้)

วลีใกล้เคียง

I’m listening.

❬ไอม์-ลิส-เซิน-นิง❭

ความหมาย: ฉันฟังอยู่

A: I’d like to explain the changes in the schedule.

(แปล: ฉันอยากอธิบายสิ่งที่เปลี่ยนในตาราง)

B: I’m listening. Please start with tomorrow’s plan.

(แปล: ฉันฟังอยู่ เริ่มจากแผนพรุ่งนี้ได้เลย)

คำอธิบาย: เป็นคำตรง ๆ ว่ากำลังฟัง ส่วน I’m all ears เพิ่มน้ำหนักความสนใจอย่างกระตือรือร้น น้ำเสียงของทั้งสองรูปยังมีผลต่อความสุภาพ

Go ahead.

❬โก-อะ-เฮด❭

ความหมาย: พูดต่อได้เลย, เริ่มได้เลย

A: May I tell you about the idea before we leave?

(แปล: ก่อนกลับฉันเล่าแนวคิดให้ฟังได้ไหม)

B: Go ahead. We have a few minutes.

(แปล: พูดได้เลย เรายังมีเวลาอีกไม่กี่นาที)

คำอธิบาย: Go ahead ในที่นี้ให้จังหวะหรืออนุญาตให้เริ่มพูด ส่วน I’m all ears เน้นความพร้อมตั้งใจฟัง ไม่ใช่เพียงเปิดโอกาสให้พูด