Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

No hard feelings

❬โน-ฮาร์ด-ฟีล-ลิงซ์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: ไม่ถือโทษโกรธกัน, ไม่มีความขุ่นเคืองต่อกัน - ใช้ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ตนติดใจหรือเสียความสัมพันธ์

การใช้งาน: ใช้ตอบคำขอโทษหรือยืนยันหลังการแข่งขัน การปฏิเสธข้อเสนอ หรือความเห็นไม่ตรงกัน ผู้พูดบอกความรู้สึกของตนได้ แต่ไม่อาจตัดสินแทนอีกฝ่ายว่าต้องหายโกรธแล้ว น้ำเสียงประชดอาจทำให้ความหมายไม่เป็นมิตร

หมายเหตุ: ใช้ในบทสนทนาที่เป็นกันเองหลังความขัดแย้งหรือการปฏิเสธ ควรรับฟังอีกฝ่ายก่อน ไม่ใช้บังคับให้ผู้ที่เสียหายต้องบอกว่าไม่โกรธ

ประโยคการใช้งาน

  1. ยอมรับคำขอโทษเรื่องมาสาย

    A: I’m sorry I was late and left you waiting.

    (แปล: ขอโทษที่ฉันมาสายและปล่อยให้คุณรอ)

    B: No hard feelings. Thanks for letting me know what happened.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ขอบคุณที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น)

    คำอธิบาย: B ตอบในฐานะคนที่ได้รับผลกระทบ จึงกำลังบอกว่าไม่ติดใจเอง ไม่ใช่สั่งให้คนอื่นเลิกโกรธ (บริบท: ไม่โกรธเรื่องที่ต้องรอ)

  2. หลังแข่งเกมกับเพื่อน

    A: I got a bit too competitive during the game. Sorry.

    (แปล: ตอนเล่นเกมฉันจริงจังกับการเอาชนะมากไปหน่อย ขอโทษนะ)

    B: No hard feelings. We can play another round just for fun.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ เราเล่นอีกตาเอาสนุกอย่างเดียวก็ได้)

    คำอธิบาย: B รับคำขอโทษและเสนอเล่นในบรรยากาศใหม่ วลีเน้นความสัมพันธ์ ไม่ได้ตัดสินว่าใครชนะถูกต้องหรือไม่ (บริบท: การแข่งขันไม่ทำให้ขุ่นเคืองกัน)

  3. เพื่อนไปร่วมกิจกรรมไม่ได้

    A: I can’t join your trip this month because of work.

    (แปล: เดือนนี้ฉันไปเที่ยวกับคุณไม่ได้เพราะงาน)

    B: No hard feelings. We’ll find another chance to go together.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ เราค่อยหาโอกาสไปด้วยกันใหม่)

    คำอธิบาย: B แสดงว่าเข้าใจข้อจำกัดของเพื่อนและไม่เก็บความผิดหวังเป็นความขุ่นเคือง ไม่ได้บอกว่าเรื่องงานไม่สำคัญ (บริบท: ไม่ติดใจที่อีกฝ่ายปฏิเสธนัด)

  4. ความเห็นต่างในการประชุม

    A: I hope my criticism of the plan didn’t upset you.

    (แปล: ฉันหวังว่าคำวิจารณ์แผนงานจะไม่ได้ทำให้คุณไม่สบายใจ)

    B: No hard feelings. I know you were discussing the idea, not attacking me.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ฉันรู้ว่าคุณกำลังถกเรื่องแนวคิด ไม่ได้โจมตีฉัน)

    คำอธิบาย: B อธิบายว่าตนแยกความคิดเห็นเรื่องงานออกจากความสัมพันธ์ วลีไม่ใช่ใบอนุญาตให้วิจารณ์โดยไม่เคารพกัน (บริบท: แยกข้อถกเถียงออกจากเรื่องส่วนตัว)

  5. ไม่ได้รับเลือกเข้าทีม

    A: We could only choose one person, and we selected someone else.

    (แปล: เราเลือกได้แค่คนเดียว และเลือกอีกคนไปแล้ว)

    B: No hard feelings. I appreciate the chance to try out.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ฉันขอบคุณที่ให้โอกาสมาคัดเลือก)

    คำอธิบาย: ผู้สมัครบอกท่าทีของตนหลังทราบผล ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยกับทุกเหตุผลหรือหมดสิทธิ์ขอข้อเสนอแนะ (บริบท: ยืนยันว่าไม่โกรธผู้ตัดสินใจ)

  6. เพื่อนเลือกซื้อของจากร้านอื่น

    A: I ended up buying from another shop because they had my size.

    (แปล: สุดท้ายฉันซื้อจากอีกร้านเพราะมีขนาดที่ต้องการ)

    B: No hard feelings. I’m glad you found what you needed.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ฉันดีใจที่คุณหาแบบที่ต้องการได้)

    คำอธิบาย: B เป็นเจ้าของร้านที่ตอบอย่างเข้าใจความจำเป็นของลูกค้า ใช้ได้เมื่อมีความคุ้นเคยพอ ไม่จำเป็นสำหรับธุรกรรมทุกครั้ง (บริบท: ไม่ติดใจที่ไม่ได้อุดหนุนตน)

  7. ยืมของไม่ได้แต่ยังเป็นเพื่อนกัน

    A: I’m sorry, but I’m not comfortable lending out my camera.

    (แปล: ขอโทษนะ แต่ฉันไม่สะดวกให้ยืมกล้อง)

    B: No hard feelings. I’ll see whether I can rent one instead.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ฉันจะลองดูว่าเช่ากล้องแทนได้ไหม)

    คำอธิบาย: B เคารพขอบเขตที่อีกฝ่ายตั้งไว้โดยไม่กดดัน การตอบแบบนี้ช่วยยืนยันว่าการปฏิเสธไม่จำเป็นต้องทำลายมิตรภาพ (บริบท: ไม่มีความขุ่นเคืองจากการถูกปฏิเสธ)

  8. พูดขัดกันโดยไม่ตั้งใจ

    A: Sorry I interrupted you earlier. I thought you’d finished.

    (แปล: ขอโทษที่พูดขัดเมื่อกี้ ฉันนึกว่าคุณพูดจบแล้ว)

    B: No hard feelings. Let me finish the last point now.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ ขอฉันพูดประเด็นสุดท้ายให้จบตอนนี้)

    คำอธิบาย: B ยอมรับคำขอโทษพร้อมกลับไปทำสิ่งที่ต้องการคือพูดให้จบ การไม่โกรธไม่ได้หมายความว่าต้องยกเลิกความต้องการของตน (บริบท: ไม่เก็บเรื่องเล็กน้อยมาติดใจ)

  9. แข่งขันขอทุนเดียวกัน

    A: I feel awkward that I got the grant and you didn’t.

    (แปล: ฉันรู้สึกทำตัวไม่ถูกที่ฉันได้ทุนแต่คุณไม่ได้)

    B: No hard feelings. You worked hard for it, and I’m happy for you.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ คุณพยายามมากเพื่อทุนนี้ และฉันดีใจกับคุณ)

    คำอธิบาย: B เลือกยืนยันด้วยตนเองว่าไม่ขุ่นเคือง A ไม่ควรเรียกร้องคำตอบนี้จากผู้ที่ยังเสียใจกับผลการคัดเลือก (บริบท: รักษามิตรภาพแม้ผลไม่เหมือนกัน)

  10. เปลี่ยนแผนการทำกิจกรรมร่วมกัน

    A: I’d rather see a different film, so I may go with another group.

    (แปล: ฉันอยากดูหนังอีกเรื่องมากกว่า เลยอาจไปกับอีกกลุ่ม)

    B: No hard feelings. We can meet for a meal afterwards.

    (แปล: ไม่ถือโทษโกรธกันนะ เราค่อยเจอกันกินข้าวหลังจากนั้นได้)

    คำอธิบาย: B ยอมรับว่าความชอบต่างกันและเสนอจุดนัดหมายใหม่ วลีจึงช่วยรักษาความสัมพันธ์โดยไม่ต้องฝืนทำกิจกรรมเดียวกัน (บริบท: ไม่ติดใจเมื่อรสนิยมไม่ตรงกัน)

วลีใกล้เคียง

No worries.

❬โน-เวอ-รีซ❭

ความหมาย: ไม่เป็นไร, ไม่ต้องกังวล

A: I forgot to bring back your umbrella today.

(แปล: วันนี้ฉันลืมนำร่มของคุณมาคืน)

B: No worries. Bring it when we meet tomorrow.

(แปล: ไม่เป็นไร เอามาตอนเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้)

คำอธิบาย: No worries ใช้ลดความกังวลได้กว้างกว่า ส่วน No hard feelings เจาะจงว่าความขุ่นเคืองไม่ได้ค้างอยู่หลังเรื่องนั้น

We’re good.

❬เวียร์-กูด❭

ความหมาย: เราโอเคกันแล้ว, ไม่มีเรื่องติดใจกันแล้ว

A: Are you still upset about our disagreement?

(แปล: คุณยังไม่สบายใจกับเรื่องที่เราเห็นต่างกันอยู่ไหม)

B: We’re good. I’m glad we talked it through.

(แปล: เราโอเคกันแล้ว ฉันดีใจที่เราได้คุยเรื่องนี้จนเข้าใจ)

คำอธิบาย: We’re good มีหลายความหมายตามบริบท ตัวอย่างนี้พูดเรื่องความสัมพันธ์ จึงใกล้กับการยืนยันว่าไม่ติดใจ ไม่ใช่ประเมินว่าทั้งคู่มีฝีมือดี