Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

A house is not a home

❬อะ-เฮาส์-อิซ-น็อท-อะ-โฮม❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน

การใช้งาน: ใช้เมื่อพูดถึงความต่างระหว่างอาคารที่อยู่อาศัยกับสถานที่ซึ่งรู้สึกสบายใจและผูกพัน house เน้นตัวสิ่งปลูกสร้าง ส่วน home ในวลีนี้เน้นประสบการณ์และความรู้สึก มักใช้คุยเรื่องการย้ายบ้าน ความสัมพันธ์ หรือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้ที่พักมีชีวิตชีวา

หมายเหตุ: สุภาษิตที่เน้นความอบอุ่นและความผูกพัน ไม่ได้บอกว่าคนอยู่คนเดียวหรือคนเช่าบ้านมีบ้านที่แท้จริงไม่ได้

ประโยคการใช้งาน

  1. เพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่

    A: We’ve unpacked everything, but this place still feels strange.

    (แปล: เราแกะของหมดแล้ว แต่ที่นี่ยังรู้สึกไม่คุ้นเลย)

    B: A house is not a home. Give it time and a few good memories.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน ให้เวลากับมันและสร้างความทรงจำดี ๆ สักหน่อย)

    คำอธิบาย: B แยกความพร้อมของสถานที่ออกจากความคุ้นเคยที่ต้องค่อย ๆ สร้าง (บริบท: มีบ้านครบแต่ยังไม่รู้สึกผูกพัน)

  2. เลือกรูปไว้ติดผนัง

    A: Why do you want those old family photos on the wall?

    (แปล: ทำไมเธออยากติดรูปครอบครัวเก่า ๆ พวกนั้นไว้บนผนัง)

    B: A house is not a home. Those photos make this place feel like ours.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน รูปพวกนั้นทำให้ที่นี่รู้สึกเป็นบ้านของเรา)

    คำอธิบาย: ผู้พูดให้คุณค่ากับความทรงจำ ไม่ได้อ้างว่าทุกบ้านต้องติดรูปครอบครัว (บริบท: ของที่มีความหมายช่วยสร้างความอบอุ่น)

  3. บ้านใหญ่แต่ไม่อบอุ่น

    A: Their new house is huge, but nobody seems happy there.

    (แปล: บ้านใหม่ของพวกเขาใหญ่มาก แต่ดูไม่มีใครมีความสุขเลย)

    B: A house is not a home. More space doesn’t fix a lack of warmth.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน พื้นที่มากขึ้นไม่ได้ทดแทนความอบอุ่นที่ขาดไป)

    คำอธิบาย: B ใช้ความต่างของ house กับ home เพื่อแยกสิ่งของออกจากบรรยากาศความสัมพันธ์ (บริบท: ขนาดบ้านไม่เท่ากับความสุขใจ)

  4. อยู่ไกลคนที่คิดถึง

    A: The apartment is lovely, but I miss our dinners together.

    (แปล: ห้องพักสวยนะ แต่ฉันคิดถึงเวลาที่เรากินข้าวด้วยกัน)

    B: A house is not a home. I miss those evenings too.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน ฉันก็คิดถึงช่วงค่ำแบบนั้นเหมือนกัน)

    คำอธิบาย: แม้ A พูดถึง apartment ก็ใช้สุภาษิตที่มี house ได้ เพราะกำลังพูดถึงที่อยู่อาศัยโดยรวม (บริบท: ความผูกพันสำคัญกว่าสถานที่)

  5. ช่วยเพื่อนตั้งตัว

    A: We’ve given her furniture. Is there anything else we can do?

    (แปล: เราให้เฟอร์นิเจอร์เธอแล้ว มีอะไรที่เราช่วยได้อีกไหม)

    B: A house is not a home. Maybe invite her over so she doesn’t feel so alone.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน ลองชวนเธอมาหา จะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวมากนัก)

    คำอธิบาย: B เสนอความสัมพันธ์ควบคู่ความช่วยเหลือด้านของใช้ ไม่ได้ลดความสำคัญของที่พัก (บริบท: ของใช้จำเป็นยังไม่ใช่ความอบอุ่นทั้งหมด)

  6. สร้างกิจวัตรในที่พัก

    A: Why do you insist on cooking here every Sunday?

    (แปล: ทำไมเธอถึงตั้งใจทำอาหารที่นี่ทุกวันอาทิตย์เลย)

    B: A house is not a home. This little routine helps me feel settled.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน กิจวัตรเล็ก ๆ นี้ช่วยให้ฉันรู้สึกลงหลักปักฐาน)

    คำอธิบาย: คำตอบอธิบายความหมายของกิจวัตรต่อผู้พูดเอง ไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นอยู่ด้วย (บริบท: กิจกรรมประจำช่วยให้รู้สึกเป็นบ้าน)

  7. ตกแต่งห้องเช่า

    A: Is it worth decorating a place we don’t own?

    (แปล: แต่งที่พักที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของจะคุ้มหรือ)

    B: A house is not a home. We can still make this one feel welcoming.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน ถึงอย่างนั้นเราก็ทำให้ที่นี่อบอุ่นน่าอยู่ได้)

    คำอธิบาย: B เน้นความรู้สึกของผู้พักอาศัย ไม่ผูกคำว่า home ไว้กับกรรมสิทธิ์ (บริบท: สถานที่เช่าก็สร้างความผูกพันได้)

  8. บ้านที่กลับมาแล้วเงียบ

    A: The rooms look the same, but it feels different now that everyone has moved away.

    (แปล: ห้องต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม แต่พอทุกคนย้ายออกไปก็รู้สึกต่างจากก่อน)

    B: A house is not a home. I understand why you miss having them around.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน ฉันเข้าใจว่าทำไมเธอถึงคิดถึงตอนมีพวกเขาอยู่)

    คำอธิบาย: B รับฟังความคิดถึงของ A ไม่ได้ตัดสินว่าการอยู่คนเดียวต้องไม่มีความสุข (บริบท: สิ่งแวดล้อมเดิมอาจให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป)

  9. ออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง

    A: The renovation plan looks impressive, but there’s nowhere for us to sit together.

    (แปล: แผนปรับปรุงดูดีมาก แต่ไม่มีที่ให้เรานั่งด้วยกันเลย)

    B: A house is not a home. Let’s keep a space where we can actually spend time together.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน เราเก็บพื้นที่ที่ใช้เวลาด้วยกันได้จริงไว้เถอะ)

    คำอธิบาย: ผู้พูดใช้สุภาษิตย้ำความต้องการในการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์อาคาร (บริบท: การออกแบบควรเอื้อต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน)

  10. ของเก่าที่มีคุณค่า

    A: That table is scratched. Why not replace it?

    (แปล: โต๊ะตัวนั้นเป็นรอยแล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนล่ะ)

    B: A house is not a home. We’ve shared so many meals around that table.

    (แปล: ตัวบ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นบ้าน เรากินข้าวร่วมกันรอบโต๊ะตัวนั้นมาตั้งกี่มื้อ)

    คำอธิบาย: B อธิบายว่าความผูกพันทำให้โต๊ะมีคุณค่าเกินกว่าสภาพภายนอก (บริบท: ความทรงจำทำให้สิ่งของธรรมดามีความหมาย)

วลีใกล้เคียง

Home is where the heart is

❬โฮม-อิซ-แวร์-เดอะ-ฮาร์ท-อิซ❭

ความหมาย: บ้านคือที่ที่ใจเราผูกพัน

A: Do you feel at home in your new city yet?

(แปล: เธอรู้สึกว่าเมืองใหม่เป็นบ้านหรือยัง)

B: Yes. Home is where the heart is, and I’ve built a life here.

(แปล: รู้สึกแล้ว บ้านคือที่ที่ใจเราผูกพัน และฉันก็สร้างชีวิตที่นี่แล้ว)

คำอธิบาย: เน้นว่าบ้านที่แท้จริงอยู่ตรงไหนตามความรู้สึก ส่วนวลีหลักเน้นว่าตัวอาคารเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

Make yourself at home

❬เมค-ยัวร์-เซลฟ์-แอท-โฮม❭

ความหมาย: ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้าน

A: Should I wait by the door?

(แปล: ให้ฉันรอที่ประตูไหม)

B: No, come in and make yourself at home.

(แปล: ไม่ต้อง เข้ามาแล้วทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านได้เลย)

คำอธิบาย: ใช้เชื้อเชิญแขกให้ผ่อนคลาย เป็นคำพูดตรงต่อผู้ฟัง ไม่ใช่สุภาษิตอธิบายความหมายของบ้าน