Take ownership
ความหมาย: รับผิดชอบเรื่องนั้นด้วยตนเอง
การใช้งาน: ในบริบทงาน ใช้ take ownership of something เช่น ปัญหา โครงการ หรือผลการทำงาน เพื่อบอกว่าจะรับผิดชอบและติดตามเรื่องนั้น ไม่ได้แปลว่าต้องทำคนเดียวหรือยอมรับว่าตนเป็นต้นเหตุทุกครั้ง ถ้าพูดถึงทรัพย์สินอาจหมายถึงได้กรรมสิทธิ์ ต้องดูบริบท
หมายเหตุ: ใช้มากในบทสนทนาเรื่องงาน หมายถึงรับผิดชอบจริงจัง ไม่ใช่ได้กรรมสิทธิ์เสมอไป
ประโยคการใช้งาน
-
รับเรื่องร้องเรียน
A: Who will follow up with the customer?
(แปล: ใครจะติดตามเรื่องกับลูกค้า)
B: I will take ownership of the issue and call them today.
(แปล: ฉันจะรับผิดชอบเรื่องนี้เองแล้วโทรหาลูกค้าวันนี้)
คำอธิบาย: ผู้พูดรับหน้าที่จัดการ ไม่ได้บอกว่าตนก่อปัญหา (บริบท: รับผิดชอบติดตามปัญหา)
-
งานไม่มีคนดูแล
A: This task keeps getting passed around.
(แปล: งานนี้ถูกส่งต่อไปมาเรื่อย ๆ)
B: Someone needs to take ownership of it.
(แปล: ต้องมีใครสักคนรับผิดชอบงานนี้อย่างจริงจัง)
คำอธิบาย: เน้นว่าต้องมีคนดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงรับทราบ (บริบท: กำหนดผู้รับผิดชอบ)
-
รับข้อผิดพลาด
A: The figures I sent were wrong.
(แปล: ตัวเลขที่ฉันส่งไปผิด)
B: Thanks for taking ownership. Please send a corrected version.
(แปล: ขอบคุณที่รับผิดชอบนะ ช่วยส่งฉบับแก้ไขด้วย)
คำอธิบาย: ใช้ชื่นชมการยอมรับและลงมือแก้ได้ (บริบท: รับผิดชอบผลที่เกิด)
-
ให้พื้นที่สมาชิกทีม
A: Should I check every small decision?
(แปล: ฉันควรตรวจทุกการตัดสินใจเล็ก ๆ ไหม)
B: Let the team take ownership of the project.
(แปล: ให้ทีมรับผิดชอบโครงการอย่างเต็มที่เถอะ)
คำอธิบาย: อาจสื่อถึงการให้พื้นที่ทีมทำงาน แต่ยังต้องกำหนดขอบเขตตามจริง (บริบท: รับผิดชอบงานที่มอบหมาย)
-
เรียนรู้ด้วยตนเอง
A: How can I make better progress?
(แปล: ฉันจะพัฒนาได้ดีขึ้นอย่างไร)
B: Take ownership of your learning and set a weekly goal.
(แปล: รับผิดชอบการเรียนของตัวเองแล้วตั้งเป้ารายสัปดาห์)
คำอธิบาย: ขยายจากงานมาสู่การเรียน โดยมีการลงมือวางแผน (บริบท: รับผิดชอบการเรียนของตัวเอง)
-
ติดตามหลังส่งต่อ
A: I have sent the problem to another team.
(แปล: ฉันส่งปัญหาให้อีกทีมแล้ว)
B: Please keep taking ownership until we have an answer.
(แปล: ช่วยดูแลรับผิดชอบต่อจนกว่าเราจะได้คำตอบ)
คำอธิบาย: การขอความช่วยเหลือไม่ได้ยุติความรับผิดชอบโดยอัตโนมัติ (บริบท: รับผิดชอบจนมีข้อสรุป)
-
เริ่มงานใหม่
A: The onboarding checklist needs updating.
(แปล: รายการเตรียมรับพนักงานใหม่ต้องปรับปรุง)
B: I can take ownership of that.
(แปล: ฉันรับผิดชอบเรื่องนั้นได้)
คำอธิบาย: that อ้างถึงงานที่กล่าวมาก่อนหน้า (บริบท: อาสาดูแลกระบวนการ)
-
บอกขอบเขตหน้าที่
A: Can you handle the whole event?
(แปล: คุณดูแลทั้งงานได้ไหม)
B: I can take ownership of registration, but we need someone for catering.
(แปล: ฉันรับผิดชอบการลงทะเบียนได้ แต่ต้องมีคนดูแลอาหาร)
คำอธิบาย: ระบุขอบเขตชัดแทนการรับทุกอย่างโดยไม่พร้อม (บริบท: รับผิดชอบบางส่วน)
-
ประเมินการทำงาน
A: What did you appreciate about her work?
(แปล: คุณชอบอะไรในการทำงานของเธอ)
B: She took ownership of the problem and kept us updated.
(แปล: เธอรับผิดชอบปัญหาอย่างจริงจังและคอยแจ้งความคืบหน้า)
คำอธิบาย: took เป็นอดีต และตัวอย่างมีพฤติกรรมประกอบคำชม (บริบท: ชื่นชมการรับผิดชอบ)
-
แก้ความเข้าใจผิด
A: If I take ownership, do I have to do everything myself?
(แปล: ถ้าฉันรับผิดชอบเรื่องนี้ ต้องทำทุกอย่างเองไหม)
B: No. You can ask for help and still coordinate the work.
(แปล: ไม่ คุณขอความช่วยเหลือและยังประสานงานต่อได้)
คำอธิบาย: วลีในคำถามเน้นผู้ดูแลหลัก แต่ไม่ห้ามการร่วมมือ (บริบท: รับผิดชอบไม่ได้แปลว่าทำคนเดียว)
วลีใกล้เคียง
Take responsibility
❬เทก-ริ-สปอน-ซะ-บิ-ลิ-ที❭
ความหมาย: รับความรับผิดชอบหรือยอมรับผิด
A: Who approved the incorrect schedule?
(แปล: ใครอนุมัติตารางที่ผิด)
B: I did, and I take responsibility for that.
(แปล: ฉันเอง และฉันรับผิดชอบเรื่องนั้น)
คำอธิบาย: ความหมายทับซ้อนกับ take ownership มาก; take responsibility for ใช้ยอมรับผิดได้ตรง ๆ ส่วน take ownership of ในงานมักเน้นดูแลเรื่องให้คืบหน้า
Take charge
❬เทก-ชาร์จ❭
ความหมาย: เข้าควบคุมหรือจัดการ
A: The team needs someone to organize the work.
(แปล: ทีมต้องการคนจัดระเบียบงาน)
B: I can take charge while the manager is away.
(แปล: ฉันเข้าดูแลจัดการได้ระหว่างผู้จัดการไม่อยู่)
คำอธิบาย: Take charge เน้นบทบาทควบคุม ส่วน take ownership เน้นความรับผิดชอบ แม้ไม่ได้มีอำนาจสั่งทุกคน