Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

A man is known by the company he keeps

❬อะ-แมน-อิซ-โนน-บาย-เดอะ-คัม-พะ-นี-ฮี-คีพส์❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ

การใช้งาน: ใช้กล่าวว่ากลุ่มคนที่ใครเลือกคบอาจสะท้อนความชอบ ค่านิยม หรือภาพลักษณ์ของคนนั้น company หมายถึงคนที่อยู่ด้วยหรือคบหา ไม่ใช่บริษัท มักใช้เตือนเรื่องการเลือกเพื่อนหรือสังเกตความคล้ายกันของคนในกลุ่ม แต่ความสัมพันธ์อย่างเดียวไม่เพียงพอจะพิสูจน์นิสัยหรือการกระทำของบุคคล

หมายเหตุ: สุภาษิตเชิงเตือนใจ man ใช้หมายถึงคนทั่วไปในถ้อยคำดั้งเดิม ไม่ควรใช้ตัดสินความผิดหรือคุณค่าของใครจากเพื่อนเพียงอย่างเดียว

ประโยคการใช้งาน

  1. เลือกกลุ่มเพื่อน

    A: Why do you care who I spend time with?

    (แปล: ทำไมเธอถึงสนใจว่าฉันใช้เวลากับใคร)

    B: A man is known by the company he keeps. People may judge you by your circle.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ คนอื่นอาจมองเธอจากกลุ่มเพื่อน)

    คำอธิบาย: B เตือนเรื่องการรับรู้ของคนอื่น ไม่ได้พิสูจน์ว่าเพื่อนทุกคนมีนิสัยเหมือนกัน (บริบท: เตือนว่าคนที่คบมีผลต่อภาพลักษณ์)

  2. เพื่อนที่ชอบช่วยเหลือ

    A: All her close friends volunteer at the shelter.

    (แปล: เพื่อนสนิทของเธอทุกคนเป็นอาสาสมัครที่ศูนย์พักพิง)

    B: A man is known by the company he keeps. She clearly values kindness too.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ เธอเองก็คงเห็นคุณค่าของความเมตตา)

    คำอธิบาย: ใช้สุภาษิตดั้งเดิมกับผู้หญิงได้ โดย man ไม่ได้จำกัดเพศในใจความทั่วไป (บริบท: เห็นความคล้ายของค่านิยม)

  3. กลุ่มที่ชอบนินทา

    A: I don’t join in, but my friends gossip about everyone.

    (แปล: ฉันไม่ได้ร่วมด้วย แต่เพื่อนฉันนินทาทุกคนเลย)

    B: A man is known by the company he keeps. It may help to make your own views clear.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ แสดงจุดยืนของตัวเองให้ชัดอาจช่วยได้)

    คำอธิบาย: B แยกการอยู่ในกลุ่มออกจากการแสดงจุดยืนของ A (บริบท: ระวังการถูกมองว่าเห็นด้วยกับพฤติกรรมกลุ่ม)

  4. คุยกับคนรู้จักใหม่

    A: What made you think he’d enjoy the book club?

    (แปล: อะไรทำให้เธอคิดว่าเขาจะชอบชมรมอ่านหนังสือ)

    B: A man is known by the company he keeps. Most of his friends are avid readers.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ เพื่อนเขาส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือมาก)

    คำอธิบาย: เป็นการคาดจากความสนใจของคนรอบตัว ไม่ใช่การรับรองความชอบของเขาแน่นอน (บริบท: ใช้กลุ่มเพื่อนเป็นเบาะแสหนึ่ง)

  5. ปฏิเสธการเหมารวม

    A: A man is known by the company he keeps. His friends cheat, so he must too.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ เพื่อนเขาโกง เขาก็คงโกงด้วย)

    B: That’s not enough evidence. We should look at his own actions.

    (แปล: แค่นั้นยังเป็นหลักฐานไม่พอ เราควรดูการกระทำของเขาเอง)

    คำอธิบาย: A ใช้สุภาษิตสรุปเกินหลักฐาน B จึงคัดค้าน ช่วยให้เห็นข้อจำกัดในการนำไปใช้ (บริบท: โต้แย้งการตัดสินจากเพื่อนเพียงอย่างเดียว)

  6. อ่านตัวละครในนิยาย

    A: Why does the author spend so much time describing his friends?

    (แปล: ทำไมผู้เขียนใช้เวลาบรรยายเพื่อนของเขาเยอะจัง)

    B: A man is known by the company he keeps. Their behavior tells us something about his values.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ พฤติกรรมของเพื่อนบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับค่านิยมของเขา)

    คำอธิบาย: บริบทเป็นการตีความวิธีเล่าเรื่อง ไม่ใช่กล่าวหาคนจริง (บริบท: กลุ่มคนรอบตัวช่วยเล่าลักษณะตัวละคร)

  7. เพื่อนที่รักษาคำพูด

    A: He surrounds himself with people who keep their promises.

    (แปล: เขาเลือกอยู่กับคนที่รักษาคำพูด)

    B: A man is known by the company he keeps. Reliability seems important to him.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ ความไว้ใจได้น่าจะสำคัญสำหรับเขา)

    คำอธิบาย: seems ช่วยแสดงว่าเป็นข้อสังเกตเชิงคาด ไม่ใช่คำตัดสินเด็ดขาด (บริบท: มองความน่าเชื่อถือผ่านวงคนใกล้ชิด)

  8. ย้อนนึกถึงคำสอน

    A: What did your grandfather say about choosing friends?

    (แปล: คุณปู่เธอเคยพูดเรื่องเลือกเพื่อนว่าอย่างไร)

    B: A man is known by the company he keeps. He wanted me to choose people I respected.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ ท่านอยากให้ฉันเลือกคบคนที่ฉันนับถือ)

    คำอธิบาย: B อ้างสุภาษิตเพื่อสรุปคำสอน ไม่ได้พูดถึงสถานที่ทำงานของใคร (บริบท: เล่าวลีที่เคยได้ยินจากผู้ใหญ่)

  9. พบกลุ่มคนที่มีความสนใจตรงกัน

    A: Every friend she introduced has a creative hobby.

    (แปล: เพื่อนทุกคนที่เธอแนะนำมีงานอดิเรกสร้างสรรค์กันหมด)

    B: A man is known by the company he keeps. Creativity is a big part of her life.

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ ความสร้างสรรค์เป็นส่วนสำคัญในชีวิตเธอ)

    คำอธิบาย: ใช้ในเชิงบวกได้ ไม่จำเป็นต้องเตือนเรื่องเพื่อนไม่ดีทุกครั้ง (บริบท: สังเกตความชอบที่สะท้อนผ่านเพื่อน)

  10. แยกเพื่อนที่เลือกคบกับคนที่จำเป็นต้องเจอ

    A: A man is known by the company he keeps. Why is he always with that group?

    (แปล: จะดูนิสัยคนให้ดูคนที่เขาคบ ทำไมเขาอยู่กับกลุ่มนั้นตลอด)

    B: They’re assigned to the same project. That doesn’t mean he shares their views.

    (แปล: เขาถูกจัดให้ทำโครงการเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าเห็นตรงกับทุกคน)

    คำอธิบาย: B ชี้ว่าการต้องทำงานร่วมกันไม่ใช่หลักฐานว่าเลือกคบหรือมีค่านิยมเดียวกัน (บริบท: พิจารณาบริบทก่อนใช้สุภาษิต)

วลีใกล้เคียง

Birds of a feather flock together

❬เบิร์ดซ์-อัฟ-อะ-เฟธ-เธอร์-ฟล็อค-ทะ-เก็ธ-เธอร์❭

ความหมาย: คนที่คล้ายกันมักคบกัน

A: Those two became friends as soon as they discovered they both love astronomy.

(แปล: สองคนนั้นเป็นเพื่อนกันทันทีที่รู้ว่าชอบดาราศาสตร์เหมือนกัน)

B: Birds of a feather flock together.

(แปล: คนที่คล้ายกันมักคบกัน)

คำอธิบาย: เน้นเหตุที่คนคล้ายกันมารวมกลุ่ม ส่วนวลีหลักเน้นการมองลักษณะของคนผ่านผู้ที่เขาคบ

Keep company with

❬คีพ-คัม-พะ-นี-วิธ❭

ความหมาย: คบหาสมาคมกับ

A: Who does he keep company with these days?

(แปล: ช่วงนี้เขาคบหาสมาคมกับใครบ้าง)

B: Mostly friends from his music class.

(แปล: ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนจากชั้นเรียนดนตรี)

คำอธิบาย: เป็นกริยาบอกการคบหา ไม่ได้สรุปนิสัยจากกลุ่มเพื่อน และต่างจาก keep someone company ที่หมายถึงอยู่เป็นเพื่อน