Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Bend someone’s ear

❬เบนด์-ซัม-วันซ-เอียร์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: คุยกับใครนานจนอาจทำให้เบื่อ, ขอความสนใจเพื่อคุยเรื่องสำคัญ

การใช้งาน: ใช้เมื่อพูดกับคนหนึ่งเป็นเวลานาน หรือหาโอกาสให้เขาฟังเรื่องที่อยากยกขึ้นมาคุย เปลี่ยน someone’s เป็น my, your, his หรือ her ให้ตรงคนฟัง รูปอดีตคือ bent ไม่ใช่ bended ในสำนวนนี้ ควรดูน้ำเสียงและคำรอบข้างว่าเป็นการบ่นว่าพูดมากหรือการขอคุยอย่างเกรงใจ ไม่ได้หมายถึงดึงหูให้โค้งจริง

หมายเหตุ: อาจสื่อว่าพูดนานจนคนฟังเบื่อ แต่รูปขออนุญาตคุย เช่น Can I bend your ear? ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตำหนิ

ประโยคการใช้งาน

  1. ขอโทษที่เล่าเรื่องยืดยาว

    A: Sorry to bend your ear about my journey. I didn’t realise how long I’d been talking.

    (แปล: ขอโทษที่คุยเรื่องการเดินทางให้เธอฟังยืดยาว ฉันไม่ทันรู้ตัวว่าพูดมานานแค่ไหน)

    B: That’s okay. I had time to listen.

    (แปล: ไม่เป็นไร ฉันมีเวลาฟังอยู่)

    คำอธิบาย: A ใช้กับตัวเองอย่างเกรงใจ B จึงอาจไม่ได้รู้สึกเบื่อจริง แม้สำนวนมีนัยพูดนาน (บริบท: รู้ตัวว่าพูดให้คนอื่นฟังนาน)

  2. ขอเวลาคุยปัญหาสั้น ๆ

    A: Can I bend your ear about a problem with the exhibition?

    (แปล: ขอคุยเรื่องปัญหานิทรรศการให้เธอฟังหน่อยได้ไหม)

    B: Of course. Let’s sit down for a few minutes.

    (แปล: ได้สิ มานั่งคุยกันสักครู่)

    คำอธิบาย: รูปคำถามเป็นการขออนุญาตคุย ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าคนฟังจะต้องเบื่อ (บริบท: ขอให้คนฟังสนใจเรื่องที่อยากคุย)

  3. หาโอกาสคุยกับผู้จัดการ

    A: Did you get a chance to mention the staffing problem?

    (แปล: เธอมีโอกาสยกเรื่องคนไม่พอขึ้นมาคุยไหม)

    B: Yes. I bent the manager’s ear about it after the meeting.

    (แปล: มี ฉันหาโอกาสคุยให้ผู้จัดการรับรู้เรื่องนั้นหลังประชุม)

    คำอธิบาย: ในบริบทนี้เน้นได้ยกเรื่องให้ผู้มีอำนาจฟัง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงพูดจนเขาเบื่อเสมอ (บริบท: ดึงความสนใจมาที่เรื่องสำคัญ)

  4. เพื่อนร่วมงานพูดเรื่องงานอดิเรกไม่หยุด

    A: Why were you late leaving the office?

    (แปล: ทำไมเธอถึงออกจากสำนักงานช้า)

    B: Tom bent my ear about his model trains for nearly an hour.

    (แปล: ทอมคุยเรื่องรถไฟจำลองให้ฉันฟังยาวเกือบชั่วโมง)

    คำอธิบาย: my ear เป็นของผู้ฟังซึ่งกำลังเล่าเหตุการณ์ น้ำเสียงอาจเป็นการบ่นว่าคุยนานเกินไป (บริบท: พูดนานเกินความสนใจของคนฟัง)

  5. ตัวแทนชุมชนได้คุยเรื่องห้องสมุด

    A: Did anyone listen to the residents’ concerns about the library?

    (แปล: มีใครรับฟังข้อกังวลของคนในชุมชนเรื่องห้องสมุดไหม)

    B: Maya managed to bend the chair’s ear about them before the session ended.

    (แปล: มายาหาโอกาสคุยให้ประธานรับฟังข้อกังวลเหล่านั้นได้ก่อนจบช่วงประชุม)

    คำอธิบาย: managed to เน้นได้โอกาสคุย ไม่ได้ยืนยันว่าประธานตกลงทำตามข้อเรียกร้องแล้ว (บริบท: หาโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องรับฟังข้อกังวล)

  6. คนในครอบครัวอยากระบาย

    A: Can I bend your ear for a moment? It’s been a difficult day.

    (แปล: ขอคุยให้เธอฟังสักครู่ได้ไหม วันนี้หนักมาก)

    B: Yes. Do you want advice, or would you just like me to listen?

    (แปล: ได้ อยากได้คำแนะนำหรืออยากให้ฉันฟังเฉย ๆ)

    คำอธิบาย: B ตรวจความต้องการของผู้พูด การขอคุยไม่ใช่การสั่งให้คนฟังแก้ปัญหาทั้งหมด (บริบท: ขอพื้นที่สนทนาโดยไม่เร่งคำตอบ)

  7. เพื่อนร่วมทางคุยยาว

    A: Did you have a quiet train journey?

    (แปล: นั่งรถไฟเงียบ ๆ สบายดีไหม)

    B: Not really. The passenger beside me bent my ear about every stop on the route.

    (แปล: ไม่ค่อยเลย ผู้โดยสารข้าง ๆ คุยเรื่องทุกสถานีให้ฉันฟังไม่หยุด)

    คำอธิบาย: คำตอบ Not really ทำให้น้ำเสียงเอนไปทางรำคาญ ไม่ใช่แค่รายงานว่ามีบทสนทนา (บริบท: คนฟังรู้สึกว่าได้รับข้อมูลมากเกิน)

  8. กำหนดเวลาฟังอย่างสุภาพ

    A: Can I bend your ear about my plans for the show?

    (แปล: ขอคุยแผนการแสดงให้เธอฟังหน่อยได้ไหม)

    B: Yes, but I have to leave in ten minutes.

    (แปล: ได้ แต่ฉันต้องออกไปในอีกสิบนาทีนะ)

    คำอธิบาย: ผู้ฟังสามารถบอกเวลาที่สะดวกได้ สำนวนขอคุยไม่ได้บังคับให้ต้องฟังได้ไม่จำกัด (บริบท: ยอมคุยแต่มีเวลาจำกัด)

  9. ย้อนเล่าว่าตัวเองพูดมาก

    A: Did you enjoy the reunion?

    (แปล: เธอสนุกกับงานพบปะไหม)

    B: Yes, though I probably bent Jo’s ear about my new garden.

    (แปล: สนุก แต่ฉันคงคุยเรื่องสวนใหม่ให้โจฟังยาวเกินไปหน่อย)

    คำอธิบาย: probably เป็นการประเมินของผู้พูด ยังไม่ได้อ้างว่าโจบ่นหรือไม่พอใจจริง (บริบท: ยอมรับว่ารบกวนเวลาคนฟัง)

  10. แยกสำนวนพูดคุยออกจากการแตะหู

    A: When you said he bent your ear, did he actually touch you?

    (แปล: ตอนเธอบอกว่าเขาคุยให้ฟังยืดยาว เขาแตะตัวเธอจริงหรือ)

    B: No. He just talked to me for much longer than I expected.

    (แปล: ไม่ เขาแค่คุยกับฉันนานกว่าที่คิดมาก)

    คำอธิบาย: ความหมายในประโยคคือการคุยนาน ไม่ใช่การกระทำกับอวัยวะ (บริบท: ไม่มีการดึงหูจริง)

วลีใกล้เคียง

Talk someone’s ear off

❬ทอค-ซัม-วันซ-เอียร์-ออฟ❭

ความหมาย: พูดให้คนอื่นฟังมากเกินกว่าที่เขาต้องการ

A: Was your phone call brief?

(แปล: คุยโทรศัพท์สั้น ๆ ใช่ไหม)

B: No, he talked my ear off about his holiday.

(แปล: ไม่ เขาคุยเรื่องวันหยุดให้ฉันฟังจนแทบไม่ได้หยุด)

คำอธิบาย: Talk someone’s ear off ติดป้ายสแลงในแหล่งและเน้นพูดมากเกินไป ส่วน Bend someone’s ear ยังใช้ขอความสนใจคุยเรื่องสำคัญได้ตามบริบท

I’m all ears

❬ไอม์-ออล-เอียร์ซ❭

ความหมาย: ฉันตั้งใจรอฟังอยู่

A: Can I tell you about the idea I mentioned?

(แปล: ฉันเล่าไอเดียที่เคยพูดถึงให้ฟังได้ไหม)

B: Go ahead. I’m all ears.

(แปล: เล่าเลย ฉันตั้งใจรอฟังอยู่)

คำอธิบาย: I’m all ears เป็นฝ่ายผู้ฟังบอกความพร้อม ส่วน Can I bend your ear? เป็นฝ่ายผู้พูดขอให้ฟัง จึงไม่ใช่สองคำที่สลับแทนกันในประโยคเดิมได้