Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Feel free

❬ฟีล-ฟรี❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: ทำได้ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ

การใช้งาน: ใช้ Feel free to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น ask หรือ take และใช้ Feel free. ตอบคำขอได้เมื่อรู้แล้วว่าหมายถึงการทำอะไร

หมายเหตุ: ใช้เชิญหรืออนุญาตอย่างเป็นมิตร ไม่ได้บังคับให้อีกฝ่ายต้องทำ

ประโยคการใช้งาน

  1. ถามในห้องเรียน

    A: Can we ask questions during the lesson?

    (แปล: เราถามระหว่างเรียนได้ไหม)

    B: Feel free to ask whenever something is unclear.

    (แปล: ถามได้เลยเมื่อมีอะไรไม่ชัดเจน)

    คำอธิบาย: เปิดโอกาสให้ถามระหว่างเรียน ไม่ต้องรอจนจบ (บริบท: ถามได้ไม่ต้องเกรงใจ)

  2. เลือกที่นั่ง

    A: Is this seat reserved?

    (แปล: ที่นั่งนี้มีคนจองไหม)

    B: No. Feel free to sit here.

    (แปล: ไม่มี เชิญนั่งตรงนี้ได้เลย)

    คำอธิบาย: ผู้พูดยืนยันว่าที่นั่งว่างและอนุญาตให้นั่ง (บริบท: นั่งได้ตามสบาย)

  3. แบ่งขนม

    A: May I have one of these biscuits?

    (แปล: ฉันขอบิสกิตสักชิ้นได้ไหม)

    B: Feel free. There are plenty.

    (แปล: หยิบได้เลย มีเยอะอยู่)

    คำอธิบาย: ใช้สั้น ๆ ตอบคำขอที่ชัดเจนแล้ว (บริบท: หยิบได้ไม่ต้องขอซ้ำ)

  4. เสนอความคิดเห็น

    A: I have a different idea about the layout.

    (แปล: ฉันมีแนวคิดเรื่องการจัดวางอีกแบบ)

    B: Feel free to share it with the group.

    (แปล: เสนอให้กลุ่มฟังได้เลย)

    คำอธิบาย: ชวนให้อีกฝ่ายเสนอแนวคิด โดยไม่ได้แปลว่าจะยอมรับแนวคิดนั้นเสมอ (บริบท: พูดได้อย่างเปิดใจ)

  5. ติดต่อภายหลัง

    A: What if I have a question tomorrow?

    (แปล: ถ้าพรุ่งนี้ฉันมีคำถามล่ะ)

    B: Feel free to send me a message.

    (แปล: ส่งข้อความมาหาฉันได้เลย)

    คำอธิบาย: ใช้ปิดการสนทนาโดยเปิดช่องให้ติดต่อกลับ (บริบท: ติดต่อได้ไม่ต้องลังเล)

  6. พักระหว่างกิจกรรม

    A: Do we have to stay seated the whole time?

    (แปล: เราต้องนั่งอยู่ตลอดไหม)

    B: No. Feel free to take a short break.

    (แปล: ไม่ต้อง พักสั้น ๆ ได้ตามสบาย)

    คำอธิบาย: อนุญาตให้พักโดยไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าผิดมารยาท (บริบท: พักได้เมื่อจำเป็น)

  7. ดูตัวอย่างสินค้า

    A: Can I look inside the display bag?

    (แปล: ฉันเปิดดูกระเป๋าตัวอย่างได้ไหม)

    B: Feel free to open it and check the pockets.

    (แปล: เปิดดูช่องต่าง ๆ ได้เลย)

    คำอธิบาย: ให้สิทธิ์ตรวจดูสิ่งที่ระบุ ไม่ใช่อนุญาตทุกอย่างในร้าน (บริบท: ลองดูได้ไม่ต้องซื้อ)

  8. แก้ร่างร่วมกัน

    A: Should I leave your draft exactly as it is?

    (แปล: ฉันควรเก็บร่างของคุณไว้เหมือนเดิมทั้งหมดไหม)

    B: Feel free to improve the introduction.

    (แปล: ปรับบทนำให้ดีขึ้นได้เลย)

    คำอธิบาย: กำหนดขอบเขตการอนุญาตไว้ที่บทนำ (บริบท: ปรับได้ไม่ต้องรอ)

  9. ปฏิเสธคำชวน

    A: I may be too tired to join dinner.

    (แปล: ฉันอาจเหนื่อยเกินกว่าจะร่วมมื้อเย็น)

    B: Feel free to say no. We can meet another day.

    (แปล: ปฏิเสธได้เลย เราเจอกันวันอื่นได้)

    คำอธิบาย: ลดความเกรงใจโดยบอกว่าการไม่รับคำชวนก็ยอมรับได้ (บริบท: ปฏิเสธได้โดยไม่ลำบากใจ)

  10. แบ่งปันข้อมูล

    A: Can I show these notes to my classmates?

    (แปล: ฉันให้เพื่อนร่วมชั้นดูบันทึกนี้ได้ไหม)

    B: Yes. Feel free to share them with your class.

    (แปล: ได้ ส่งต่อให้คนในชั้นได้เลย)

    คำอธิบาย: อนุญาตให้ส่งต่อแก่กลุ่มที่ระบุ ไม่ใช่ประกาศสิทธิ์ใช้ข้อมูลทุกกรณี (บริบท: ส่งต่อได้ในขอบเขตที่บอก)

วลีใกล้เคียง

Be my guest

❬บี-มาย-เกสต์❭

ความหมาย: เชิญตามสบาย

A: May I borrow your pencil?

(แปล: ฉันยืมดินสอคุณได้ไหม)

B: Be my guest.

(แปล: เชิญเลย)

คำอธิบาย: ใช้ตอบรับคำขอได้ใกล้เคียง Feel free ส่วน Feel free to ต่อกริยาเพื่อเชิญให้ทำสิ่งใดโดยตรงได้

Help yourself

❬เฮลป์-ยัวร์-เซลฟ์❭

ความหมาย: หยิบหรือบริการตัวเองได้เลย

A: Could I have some water?

(แปล: ฉันขอน้ำหน่อยได้ไหม)

B: Help yourself. The jug is on the table.

(แปล: รินได้เลย เหยือกอยู่บนโต๊ะ)

คำอธิบาย: เจาะจงการหยิบหรือบริการตัวเอง ส่วน Feel free ใช้กับกิจกรรมได้กว้างกว่า