Feel free
ความหมาย: ทำได้ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ
การใช้งาน: ใช้ Feel free to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน เช่น ask หรือ take และใช้ Feel free. ตอบคำขอได้เมื่อรู้แล้วว่าหมายถึงการทำอะไร
หมายเหตุ: ใช้เชิญหรืออนุญาตอย่างเป็นมิตร ไม่ได้บังคับให้อีกฝ่ายต้องทำ
ประโยคการใช้งาน
-
ถามในห้องเรียน
A: Can we ask questions during the lesson?
(แปล: เราถามระหว่างเรียนได้ไหม)
B: Feel free to ask whenever something is unclear.
(แปล: ถามได้เลยเมื่อมีอะไรไม่ชัดเจน)
คำอธิบาย: เปิดโอกาสให้ถามระหว่างเรียน ไม่ต้องรอจนจบ (บริบท: ถามได้ไม่ต้องเกรงใจ)
-
เลือกที่นั่ง
A: Is this seat reserved?
(แปล: ที่นั่งนี้มีคนจองไหม)
B: No. Feel free to sit here.
(แปล: ไม่มี เชิญนั่งตรงนี้ได้เลย)
คำอธิบาย: ผู้พูดยืนยันว่าที่นั่งว่างและอนุญาตให้นั่ง (บริบท: นั่งได้ตามสบาย)
-
แบ่งขนม
A: May I have one of these biscuits?
(แปล: ฉันขอบิสกิตสักชิ้นได้ไหม)
B: Feel free. There are plenty.
(แปล: หยิบได้เลย มีเยอะอยู่)
คำอธิบาย: ใช้สั้น ๆ ตอบคำขอที่ชัดเจนแล้ว (บริบท: หยิบได้ไม่ต้องขอซ้ำ)
-
เสนอความคิดเห็น
A: I have a different idea about the layout.
(แปล: ฉันมีแนวคิดเรื่องการจัดวางอีกแบบ)
B: Feel free to share it with the group.
(แปล: เสนอให้กลุ่มฟังได้เลย)
คำอธิบาย: ชวนให้อีกฝ่ายเสนอแนวคิด โดยไม่ได้แปลว่าจะยอมรับแนวคิดนั้นเสมอ (บริบท: พูดได้อย่างเปิดใจ)
-
ติดต่อภายหลัง
A: What if I have a question tomorrow?
(แปล: ถ้าพรุ่งนี้ฉันมีคำถามล่ะ)
B: Feel free to send me a message.
(แปล: ส่งข้อความมาหาฉันได้เลย)
คำอธิบาย: ใช้ปิดการสนทนาโดยเปิดช่องให้ติดต่อกลับ (บริบท: ติดต่อได้ไม่ต้องลังเล)
-
พักระหว่างกิจกรรม
A: Do we have to stay seated the whole time?
(แปล: เราต้องนั่งอยู่ตลอดไหม)
B: No. Feel free to take a short break.
(แปล: ไม่ต้อง พักสั้น ๆ ได้ตามสบาย)
คำอธิบาย: อนุญาตให้พักโดยไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าผิดมารยาท (บริบท: พักได้เมื่อจำเป็น)
-
ดูตัวอย่างสินค้า
A: Can I look inside the display bag?
(แปล: ฉันเปิดดูกระเป๋าตัวอย่างได้ไหม)
B: Feel free to open it and check the pockets.
(แปล: เปิดดูช่องต่าง ๆ ได้เลย)
คำอธิบาย: ให้สิทธิ์ตรวจดูสิ่งที่ระบุ ไม่ใช่อนุญาตทุกอย่างในร้าน (บริบท: ลองดูได้ไม่ต้องซื้อ)
-
แก้ร่างร่วมกัน
A: Should I leave your draft exactly as it is?
(แปล: ฉันควรเก็บร่างของคุณไว้เหมือนเดิมทั้งหมดไหม)
B: Feel free to improve the introduction.
(แปล: ปรับบทนำให้ดีขึ้นได้เลย)
คำอธิบาย: กำหนดขอบเขตการอนุญาตไว้ที่บทนำ (บริบท: ปรับได้ไม่ต้องรอ)
-
ปฏิเสธคำชวน
A: I may be too tired to join dinner.
(แปล: ฉันอาจเหนื่อยเกินกว่าจะร่วมมื้อเย็น)
B: Feel free to say no. We can meet another day.
(แปล: ปฏิเสธได้เลย เราเจอกันวันอื่นได้)
คำอธิบาย: ลดความเกรงใจโดยบอกว่าการไม่รับคำชวนก็ยอมรับได้ (บริบท: ปฏิเสธได้โดยไม่ลำบากใจ)
-
แบ่งปันข้อมูล
A: Can I show these notes to my classmates?
(แปล: ฉันให้เพื่อนร่วมชั้นดูบันทึกนี้ได้ไหม)
B: Yes. Feel free to share them with your class.
(แปล: ได้ ส่งต่อให้คนในชั้นได้เลย)
คำอธิบาย: อนุญาตให้ส่งต่อแก่กลุ่มที่ระบุ ไม่ใช่ประกาศสิทธิ์ใช้ข้อมูลทุกกรณี (บริบท: ส่งต่อได้ในขอบเขตที่บอก)
วลีใกล้เคียง
Be my guest
❬บี-มาย-เกสต์❭
ความหมาย: เชิญตามสบาย
A: May I borrow your pencil?
(แปล: ฉันยืมดินสอคุณได้ไหม)
B: Be my guest.
(แปล: เชิญเลย)
คำอธิบาย: ใช้ตอบรับคำขอได้ใกล้เคียง Feel free ส่วน Feel free to ต่อกริยาเพื่อเชิญให้ทำสิ่งใดโดยตรงได้
Help yourself
❬เฮลป์-ยัวร์-เซลฟ์❭
ความหมาย: หยิบหรือบริการตัวเองได้เลย
A: Could I have some water?
(แปล: ฉันขอน้ำหน่อยได้ไหม)
B: Help yourself. The jug is on the table.
(แปล: รินได้เลย เหยือกอยู่บนโต๊ะ)
คำอธิบาย: เจาะจงการหยิบหรือบริการตัวเอง ส่วน Feel free ใช้กับกิจกรรมได้กว้างกว่า