Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

A bee in one’s bonnet

❬อะ-บี-อิน-วันส์-บอน-นิท❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: เรื่องที่ติดอยู่ในใจจนคิดหรือพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ

การใช้งาน: มักใช้ have/get a bee in one’s bonnet about something เช่น She has a bee in her bonnet about the timetable. เปลี่ยน one’s เป็น my/your/his/her ตามเจ้าของความคิด ไม่ได้หมายถึงมีผึ้งในหมวกจริง และไม่ได้บอกว่าความคิดนั้นผิดหรือเป็นโรคทางจิต

หมายเหตุ: ใช้พูดถึงความคิดหรือเรื่องที่ใครติดใจคิดหรือพูดถึงมาก บางครั้งฟังหยอกหรือรำคาญ Collinsระบุว่าค่อนข้างเก่าใน American English

ประโยคการใช้งาน

  1. เสนอที่จอดจักรยานซ้ำหลายครั้ง

    A: Why does Pat mention bike racks at every meeting?

    (แปล: ทำไมแพตพูดเรื่องที่จอดจักรยานทุกครั้งที่ประชุม)

    B: She’s got a bee in her bonnet about better cycle parking.

    (แปล: เธอติดใจเรื่องปรับปรุงที่จอดจักรยานจนพูดถึงอยู่เรื่อย)

    คำอธิบาย: เรื่องนี้อาจมีเหตุผลดี สำนวนบอกการให้ความสนใจวนอยู่กับเรื่องเดิม ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อเสนอผิด (บริบท: ติดใจเรื่องหนึ่งจนพูดถึงบ่อย)

  2. คิดเรื่องเปิดห้องสมุดวันหยุด

    A: Why is Arun writing another letter to the council?

    (แปล: ทำไมอรุณเขียนจดหมายถึงสภาท้องถิ่นอีกแล้ว)

    B: He has a bee in his bonnet about Sunday library hours.

    (แปล: เขาหมกมุ่นกับเรื่องเวลาเปิดห้องสมุดวันอาทิตย์)

    คำอธิบาย: about ตามด้วยประเด็นที่ติดใจ เจ้าของความคิดเป็น Arun จึงใช้ his (บริบท: อยากผลักดันแนวคิดจนคิดถึงบ่อย)

  3. พูดถึงงานอดิเรกไม่หยุด

    A: What has Ben been talking about lately?

    (แปล: พักนี้เบนพูดเรื่องอะไรอยู่)

    B: He’s got a bee in his bonnet about collecting old maps.

    (แปล: เขากำลังติดใจเรื่องสะสมแผนที่เก่าเป็นพิเศษ)

    คำอธิบาย: ใช้กับความสนใจได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องโกรธหรือข้อร้องเรียน (บริบท: ให้ความสนใจเรื่องใหม่เป็นพิเศษ)

  4. ตั้งใจแก้คำสะกดบนป้าย

    A: Why did you photograph all the shop signs?

    (แปล: ทำไมเธอถ่ายรูปป้ายร้านค้าทั้งหมด)

    B: I’ve got a bee in my bonnet about spelling mistakes this week.

    (แปล: สัปดาห์นี้ฉันติดใจเรื่องคำสะกดผิดจนคิดถึงอยู่เรื่อย)

    คำอธิบาย: ผู้พูดใช้ my พูดถึงตนเองอย่างรู้ตัว จึงอาจมีน้ำเสียงขำตามบริบท (บริบท: คิดวนเรื่องรายละเอียดหนึ่ง)

  5. ผลักดันสวนชุมชน

    A: Why is she drawing garden plans again?

    (แปล: ทำไมเธอวาดแบบสวนอีกแล้ว)

    B: She has a bee in her bonnet about turning that empty lot into a garden.

    (แปล: เธอติดใจแนวคิดเปลี่ยนที่ว่างตรงนั้นเป็นสวน)

    คำอธิบาย: ข้อมูลว่า drawing again ช่วยชี้ความคิดที่วนกลับมา ไม่ใช่ความหมายว่าต้องวาดสวนเสมอ (บริบท: ติดใจแนวคิดจนพยายามพูดให้คนสนใจ)

  6. กังวลเรื่องบรรจุภัณฑ์ทุกครั้งที่ซื้อของ

    A: Why do you ask about packaging in every shop?

    (แปล: ทำไมเธอถามเรื่องบรรจุภัณฑ์ทุกร้าน)

    B: I have a bee in my bonnet about unnecessary plastic.

    (แปล: ฉันติดใจเรื่องพลาสติกที่ไม่จำเป็นจนคิดถึงบ่อย)

    คำอธิบาย: สำนวนบรรยายความสนใจของผู้พูด ไม่ตัดสินข้อดีข้อเสียของพลาสติกทุกชนิด (บริบท: คิดหรือพูดเรื่องเดิมมากเป็นพิเศษ)

  7. เล่าความคิดที่เคยติดใจในอดีต

    A: Why did Tom attend every school meeting last year?

    (แปล: ทำไมทอมเข้าประชุมโรงเรียนทุกครั้งปีที่แล้ว)

    B: He had a bee in his bonnet about changing the lunch menu.

    (แปล: ตอนนั้นเขาติดใจเรื่องเปลี่ยนเมนูอาหารกลางวันจนพูดถึงอยู่เรื่อย)

    คำอธิบาย: had วางความคิดที่ติดใจไว้ในอดีต ไม่ได้ยืนยันว่าปัจจุบันยังคิดเหมือนเดิม (บริบท: เคยหมกมุ่นกับประเด็นหนึ่ง)

  8. ไม่ใช่แค่นึกขึ้นได้ครั้งเดียว

    A: Why did you say she has a bee in her bonnet?

    (แปล: ทำไมเธอถึงบอกว่าเธอติดใจเรื่องนั้นไม่เลิก)

    B: She brings up the noisy clock every day, not just once.

    (แปล: เธอพูดเรื่องนาฬิกาที่เสียงดังทุกวัน ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว)

    คำอธิบาย: การกลับมาคิดหรือพูดซ้ำทำให้ตรงสำนวนกว่าการสังเกตเรื่องหนึ่งเพียงครั้งเดียว (บริบท: การกลับไปพูดเรื่องเดิมทำให้สำนวนเหมาะ)

  9. ขอโทษที่คุยเรื่องเดิมนาน

    A: We’ve spent half an hour talking about bus routes.

    (แปล: เราคุยเรื่องเส้นทางรถเมล์มาครึ่งชั่วโมงแล้ว)

    B: Sorry, I’ve got a bee in my bonnet about this. Let’s change the subject.

    (แปล: โทษที ฉันติดใจเรื่องนี้จนพูดไม่หยุด เปลี่ยนเรื่องกันเถอะ)

    คำอธิบาย: ผู้พูดใช้กับตัวเองเพื่อยอมรับว่าพูดเรื่องหนึ่งมากไป ไม่ใช่คำขอโทษในตัววลี (บริบท: ยอมรับว่าตนติดใจจนพูดมาก)

  10. แยกสำนวนจากผึ้งจริง

    A: Does “a bee in his bonnet” mean there is an insect in his hat?

    (แปล: a bee in his bonnet หมายถึงมีแมลงอยู่ในหมวกเขาหรือ)

    B: Not in this conversation. It means he keeps thinking or talking about one issue.

    (แปล: ไม่ใช่ในบทสนทนานี้ หมายถึงเขาคิดหรือพูดเรื่องหนึ่งซ้ำอยู่เรื่อย)

    คำอธิบาย: ต้องดูบริบทเพื่อแยกภาพเปรียบจากเหตุการณ์ที่มีผึ้งจริง ไม่แปล bonnet ว่าเป็นความหมายหลักของสำนวน (บริบท: เรื่องที่ติดใจไม่ใช่สัตว์ในหมวก)

วลีใกล้เคียง

Fixate on

❬ฟิค-เซท-ออน❭

ความหมาย: จดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งจนมองข้ามเรื่องอื่น

A: Why haven’t you looked at the rest of the plan?

(แปล: ทำไมเธอยังไม่ดูส่วนที่เหลือของแผน)

B: I’ve been fixating on one small error.

(แปล: ฉันมัวแต่จดจ่อกับข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ข้อเดียว)

คำอธิบาย: Fixate on ในความหมายทั่วไปเน้นการจดจ่อจนเรื่องอื่นหลุดความสนใจ ส่วน A bee in one’s bonnet เน้นเรื่องที่ติดใจและกลับมาคิดหรือพูดบ่อย ไม่ใช่การวินิจฉัยทางจิต

Be preoccupied with

❬บี-พรี-ออค-คิว-ไพด์-วิธ❭

ความหมาย: มีเรื่องหนึ่งอยู่ในใจจนเสียสมาธิกับเรื่องอื่น

A: You didn’t hear my question, did you?

(แปล: เธอไม่ได้ยินคำถามฉันใช่ไหม)

B: Sorry, I’m preoccupied with tomorrow’s interview.

(แปล: โทษที ฉันมัวแต่คิดเรื่องสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้)

คำอธิบาย: Preoccupied with อาจเป็นความกังวลชั่วคราวจนวอกแวก ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนั้นซ้ำบ่อยอย่างภาพของ A bee in one’s bonnet