Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

A second wind

❬อะ-เซ-เคินด์-วินด์❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: แรงฮึดที่กลับมาอีกครั้งหลังเหนื่อย, พลังที่กลับคืนมาจนทำต่อไหว

การใช้งาน: ใช้เมื่อรู้สึกหมดแรงหรือหมดความกระตือรือร้นไปแล้ว แต่กลับมามีพลังทำสิ่งเดิมต่อได้ อาจเกิดระหว่างกิจกรรมหรือหลังพัก ไม่ใช้แทน second chance ที่หมายถึงโอกาสครั้งที่สอง

หมายเหตุ: wind ในวลีนี้อ่านว่า วินด์ มักใช้กับ get, find หรือ catch ไม่ได้หมายถึงลมลูกที่สองตามตัวอักษร

ประโยคการใช้งาน

  1. วิ่งระยะไกล

    A: I thought you were going to stop at the last lap.

    (แปล: ฉันนึกว่าเธอจะหยุดตั้งแต่รอบก่อนแล้ว)

    B: I was tired, but I got a second wind.

    (แปล: ฉันเหนื่อยนะ แต่ได้แรงฮึดกลับมาอีกครั้ง)

    คำอธิบาย: B เคยล้าแล้วรู้สึกมีพลังขึ้นระหว่างกิจกรรมเดิม (บริบท: แรงกลับมาหลังเริ่มล้า)

  2. เก็บบ้านต่อหลังพัก

    A: Ready to stop cleaning for today?

    (แปล: พร้อมหยุดทำความสะอาดวันนี้หรือยัง)

    B: Actually, I’ve got a second wind. I’ll finish this shelf.

    (แปล: ที่จริงฉันมีแรงขึ้นมาอีกรอบ จะจัดชั้นนี้ให้เสร็จ)

    คำอธิบาย: ไม่ได้เริ่มงานใหม่ แต่มีพลังทำส่วนที่เหลือของงานเดิม (บริบท: กลับมีแรงทำงานบ้าน)

  3. อ่านหนังสือตอนเย็น

    A: You looked exhausted an hour ago.

    (แปล: ชั่วโมงก่อนเธอดูเหนื่อยมากเลย)

    B: I took a break and got a second wind.

    (แปล: ฉันพักแล้วก็มีแรงกลับมาอีกครั้ง)

    คำอธิบาย: การพักมาก่อนแรงที่ฟื้น แต่ตัวสำนวนเน้นผลที่รู้สึกมีพลัง (บริบท: กลับมามีสมาธิและพลัง)

  4. จัดเตรียมงานเลี้ยง

    A: How are you still decorating?

    (แปล: ทำไมเธอยังมีแรงตกแต่งต่ออีก)

    B: The music gave me a second wind.

    (แปล: เพลงทำให้ฉันมีแรงฮึดขึ้นมาอีก)

    คำอธิบาย: give someone a second wind ระบุสิ่งที่ช่วยปลุกพลัง (บริบท: กลับมาคึกคักหลังเหนื่อย)

  5. เดินเขาช่วงท้าย

    A: Shall we rest before the final stretch?

    (แปล: พักก่อนช่วงสุดท้ายไหม)

    B: I feel a second wind coming on, but we can stop if you need to.

    (แปล: ฉันเริ่มรู้สึกมีแรงขึ้นมาอีก แต่ถ้าเธอต้องพักเราก็หยุดได้)

    คำอธิบาย: ความรู้สึกของคนหนึ่งไม่ได้แปลว่าทุกคนในกลุ่มต้องพร้อมเดินต่อ (บริบท: กลับมามีแรงเดินต่อ)

  6. แก้งานเขียนที่ติดขัด

    A: Are you still stuck on the ending?

    (แปล: ยังติดอยู่ตรงตอนจบไหม)

    B: No. Our conversation gave me a second wind.

    (แปล: ไม่แล้ว คุยกับเธอแล้วฉันมีแรงฮึดกลับมา)

    คำอธิบาย: ใช้กับพลังในการทำงานทางความคิด ไม่จำกัดเฉพาะแรงกาย (บริบท: แรงสร้างสรรค์กลับมา)

  7. เล่นดนตรีในช่วงท้าย

    A: The band seemed tired before the encore.

    (แปล: วงดูเหนื่อยก่อนเล่นเพลงแถม)

    B: The audience gave them a second wind.

    (แปล: คนดูทำให้พวกเขามีแรงขึ้นมาอีกรอบ)

    คำอธิบาย: เสียงตอบรับของคนดูเป็นสิ่งที่ฟื้นความกระตือรือร้นของวง (บริบท: กลับมาคึกคักในการแสดง)

  8. แพ็กของย้ายบ้าน

    A: I thought you’d left those boxes for tomorrow.

    (แปล: ฉันนึกว่าเธอจะเก็บกล่องพวกนั้นไว้ทำพรุ่งนี้)

    B: I found a second wind after dinner.

    (แปล: หลังกินข้าวฉันมีแรงกลับมาอีกครั้ง)

    คำอธิบาย: find a second wind ใช้บอกว่าพลังกลับมาหลังรู้สึกหมดไป (บริบท: มีแรงทำงานค้างต่อ)

  9. ทำงานกลุ่มยืดเยื้อ

    A: Everyone was ready to give up on the model.

    (แปล: ทุกคนเกือบจะถอดใจกับโมเดลแล้ว)

    B: Then the first test worked, and we got a second wind.

    (แปล: พอการทดสอบแรกสำเร็จ เราก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีก)

    คำอธิบาย: ความสำเร็จเล็ก ๆ ฟื้นพลังของทีมหลังช่วงที่ท้อ (บริบท: ทั้งทีมกลับมามีกำลังใจ)

  10. ปฏิเสธว่าพลังยังไม่กลับมา

    A: Have you got a second wind yet?

    (แปล: มีแรงกลับมาอีกครั้งหรือยัง)

    B: No. I’m still tired, so I’m stopping for tonight.

    (แปล: ยัง ฉันยังเหนื่อยอยู่ คืนนี้จะหยุดแค่นี้)

    คำอธิบาย: รูปคำถามไม่ได้บังคับว่าต้องเกิดแรงฮึด ผู้ตอบบอกสภาพจริงได้ (บริบท: ยังเหนื่อยและต้องหยุดพัก)

วลีใกล้เคียง

Recharge my batteries

❬รี-ชาร์จ-มาย-แบต-เทอ-รีซ❭

ความหมาย: พักเติมพลัง

A: I’m taking a day off to recharge my batteries.

(แปล: ฉันจะหยุดหนึ่งวันเพื่อพักเติมพลัง)

B: Enjoy it. We can continue on Monday.

(แปล: พักให้เต็มที่นะ วันจันทร์ค่อยทำต่อ)

คำอธิบาย: เน้นการพักเพื่อฟื้นแรง ส่วน a second wind คือพลังที่รู้สึกกลับมาแล้วระหว่างหรือหลังทำกิจกรรม

Bounce back

❬เบานซ์-แบ็ค❭

ความหมาย: ฟื้นกลับมาหลังเจอปัญหา

A: The team had a bad week, but they can bounce back.

(แปล: ทีมเจอสัปดาห์ที่แย่ แต่พวกเขาฟื้นกลับมาได้)

B: Let’s give them time to regroup.

(แปล: ให้เวลาพวกเขาตั้งหลักกันเถอะ)

คำอธิบาย: bounce back ใช้กับการฟื้นจากความพ่ายแพ้หรือปัญหากว้างกว่า ส่วน a second wind เน้นพลังใหม่หลังเหนื่อย