Beauty is in the eye of the beholder
ความหมาย: ความสวยงามขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ที่มอง
การใช้งาน: ใช้เป็นประโยคเต็มเมื่อคนเห็นต่างว่าสิ่งใดสวย เช่น งานศิลปะ สถานที่ หรือการตกแต่ง beholder หมายถึงผู้มอง สุภาษิตนี้เน้นความรู้สึกส่วนบุคคล ไม่ได้หมายถึงนิสัยสำคัญกว่าหน้าตา และไม่จำเป็นต้องใช้ปิดการพูดคุยเรื่องคุณภาพหรือเหตุผลทั้งหมด
หมายเหตุ: สุภาษิตใช้พูดถึงความเห็นต่างเรื่องความงาม ไม่ใช่การตัดสินว่าใครมีรสนิยมถูกหรือผิด
ประโยคการใช้งาน
-
ชอบภาพวาดคนละแบบ
A: I love this abstract painting, but you look unconvinced.
(แปล: ฉันชอบภาพนามธรรมนี้มาก แต่เธอดูไม่ค่อยเห็นด้วย)
B: Beauty is in the eye of the beholder. I prefer the landscape beside it.
(แปล: ความสวยอยู่ที่คนมอง ฉันชอบภาพทิวทัศน์ข้าง ๆ มากกว่า)
คำอธิบาย: ใช้ยอมรับความเห็นต่างโดยไม่ต้องบอกว่าภาพใดสวยสำหรับทุกคน (บริบท: แต่ละคนมองความงามต่างกัน)
-
เลือกสีห้องร่วมกัน
A: Isn’t this green beautiful for the bedroom?
(แปล: สีเขียวนี้สวยเหมาะกับห้องนอนไม่ใช่หรือ)
B: Beauty is in the eye of the beholder. I find a softer shade more relaxing.
(แปล: เรื่องสวยแล้วแต่คนมอง ฉันรู้สึกว่าสีที่อ่อนกว่านี้ผ่อนคลายกว่า)
คำอธิบาย: ผู้พูดให้ความชอบของตนพร้อมเหตุผล ไม่ได้ใช้สุภาษิตเป็นข้อพิสูจน์ว่าสีเขียวไม่ดี (บริบท: ความสวยของสีขึ้นอยู่กับผู้มอง)
-
เห็นต่างเรื่องอาคาร
A: That concrete building looks beautiful to me.
(แปล: สำหรับฉันตึกคอนกรีตนั้นสวยดี)
B: Beauty is in the eye of the beholder. To me, it feels rather cold.
(แปล: ความสวยขึ้นอยู่กับคนมอง สำหรับฉันมันดูเย็นชาไปหน่อย)
คำอธิบาย: ขอบเขตคือการรับรู้รูปลักษณ์ ไม่ได้สรุปเรื่องความแข็งแรงหรือการใช้งานของอาคาร (บริบท: อาคารเดียวกันอาจดูสวยสำหรับบางคน)
-
ดูสวนที่ปล่อยให้รกอย่างตั้งใจ
A: Do you really think this wild garden is beautiful?
(แปล: เธอคิดว่าสวนที่ปล่อยตามธรรมชาตินี้สวยจริงหรือ)
B: Yes. Beauty is in the eye of the beholder, and I love the untidy flowers.
(แปล: ใช่ ความสวยอยู่ที่คนมอง และฉันชอบดอกไม้ที่ขึ้นไม่เป็นระเบียบแบบนี้)
คำอธิบาย: ผู้ตอบอธิบายว่าชอบอะไรในสวน ไม่ได้เพิ่มความหมายใหม่ให้สุภาษิต (บริบท: ความงามของสวนอาจอยู่ที่ความเป็นธรรมชาติสำหรับบางคน)
-
เลือกรูปถ่ายจัดแสดง
A: Why did you choose the rainy street photo?
(แปล: ทำไมเธอเลือกรูปถนนตอนฝนตก)
B: Beauty is in the eye of the beholder. The reflections caught my attention.
(แปล: ความสวยแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน แสงสะท้อนในภาพดึงดูดฉัน)
คำอธิบาย: คำตอบชี้สิ่งที่ผู้พูดเห็นว่างามโดยไม่ต้องอ้างว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน (บริบท: ผู้ชมแต่ละคนประทับใจภาพต่างกัน)
-
เห็นเสน่ห์ในของเก่า
A: That old chair looks worn out. Why keep it?
(แปล: เก้าอี้เก่านั้นดูโทรมแล้ว จะเก็บไว้ทำไม)
B: Beauty is in the eye of the beholder. I like the marks in the wood.
(แปล: สวยไม่สวยอยู่ที่คนมอง ฉันชอบร่องรอยบนเนื้อไม้)
คำอธิบาย: พูดถึงความชอบด้านรูปลักษณ์ของเก้าอี้ ไม่ได้รับรองว่าของเก่าทุกชิ้นยังใช้งานได้ดี (บริบท: สิ่งที่ดูเก่าสำหรับคนหนึ่งอาจสวยสำหรับอีกคน)
-
คุยเรื่องวิวในวันที่มีหมอก
A: The fog has ruined the view for me.
(แปล: หมอกทำให้ฉันรู้สึกว่าวิวไม่สวยแล้ว)
B: Beauty is in the eye of the beholder. I think it makes the hills look mysterious.
(แปล: ความงามขึ้นอยู่กับผู้มอง ฉันว่าหมอกทำให้เนินเขาดูลึกลับดี)
คำอธิบาย: ยอมรับมุมมองที่ต่างกันต่อวิวเดียวกัน ไม่ได้ปฏิเสธว่าหมอกบังทัศนวิสัย (บริบท: บรรยากาศที่บางคนชอบอาจไม่ถูกใจอีกคน)
-
เลือกแบบเครื่องประดับ
A: I think the simple ring is prettier than the ornate one.
(แปล: ฉันว่าแหวนเรียบ ๆ สวยกว่าแบบลวดลายเยอะ)
B: Beauty is in the eye of the beholder. I like the detailed design.
(แปล: ความสวยเป็นเรื่องของคนมอง ฉันชอบแบบที่มีรายละเอียด)
คำอธิบาย: ใช้ได้แม้ทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลด้านดีไซน์ต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใจให้ตรงกัน (บริบท: คนมองดีไซน์เดียวกันต่างกันได้)
-
อธิบายคำว่า beholder
A: What does “beholder” mean in “Beauty is in the eye of the beholder”?
(แปล: คำว่า beholder ในสุภาษิตนี้หมายถึงอะไร)
B: It means the person looking. What seems beautiful can differ from person to person.
(แปล: หมายถึงคนที่มอง สิ่งที่ดูสวยอาจต่างกันไปในแต่ละคน)
คำอธิบาย: คำว่า eye เป็นส่วนของภาพเปรียบ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นการตรวจสายตาจริง (บริบท: ผู้มองเป็นผู้ประเมินความงาม)
-
ยังอธิบายความเห็นด้านดีไซน์ได้
A: If beauty is in the eye of the beholder, can we still discuss this design?
(แปล: ถ้าความสวยอยู่ที่คนมอง เรายังคุยกันเรื่องดีไซน์นี้ได้ไหม)
B: Of course. We can explain what we like without expecting everyone to agree.
(แปล: ได้สิ เราอธิบายสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องคาดหวังให้ทุกคนเห็นด้วย)
คำอธิบาย: สุภาษิตยอมรับความเห็นต่าง ไม่ได้บังคับว่าเรื่องความงามห้ามวิเคราะห์หรือคุยเหตุผล (บริบท: ความเห็นส่วนตัวไม่ทำให้การสนทนาต้องจบ)
วลีใกล้เคียง
Different strokes for different folks
❬ดิฟ-เฟอ-เรินท์-สโตรคส์-ฟอร์-ดิฟ-เฟอ-เรินท์-โฟลคส์❭
ความหมาย: คนต่างกันย่อมชอบหรือเหมาะกับสิ่งต่างกัน
A: You like camping, but I prefer a hotel.
(แปล: เธอชอบกางเต็นท์ แต่ฉันชอบพักโรงแรม)
B: Different strokes for different folks. We can enjoy different holidays.
(แปล: คนเราชอบไม่เหมือนกัน เราสนุกกับวันหยุดคนละแบบได้)
คำอธิบาย: วลีนี้กว้างถึงความชอบและวิถีชีวิต ส่วน Beauty is in the eye of the beholder เจาะเรื่องสิ่งที่แต่ละคนเห็นว่าสวยงาม
There’s no accounting for taste
❬แดร์ซ-โน-อะ-เคาน์-ทิง-ฟอร์-เทสต์❭
ความหมาย: รสนิยมคนเราต่างกันจนไม่อาจอธิบายให้ตรงกันได้เสมอ
A: Why does she love that bright orange sofa?
(แปล: ทำไมเธอถึงชอบโซฟาสีส้มสดตัวนั้น)
B: There’s no accounting for taste. I’d choose something quieter.
(แปล: รสนิยมคนเราก็ต่างกัน ฉันคงเลือกแบบที่ดูเรียบกว่านี้)
คำอธิบาย: เกี่ยวกับรสนิยมโดยกว้างและอาจฟังเหมือนแปลกใจกับรสนิยมผู้อื่นตามน้ำเสียง ส่วนสุภาษิตหลักเน้นมุมมองเรื่องความงาม