Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Believe one’s ears

❬บิ-ลีฟ-วันซ-เอียร์ซ❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องจริง - มักใช้รูปปฏิเสธเพื่อบอกว่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

การใช้งาน: ใช้เมื่อได้ยินข่าว คำพูด หรือเสียงที่ทำให้ทึ่ง ดีใจ หรือไม่พอใจ มักพูด I can’t believe my ears หรือ I couldn’t believe my ears เปลี่ยน my ให้ตรงกับคนที่ได้ยิน ถ้าใช้ hardly หรือ scarcely ก็มีความหมายว่าแทบไม่เชื่ออยู่แล้ว ไม่เติม not ซ้ำโดยไม่จำเป็น และใช้ eyes แทนเมื่อประเด็นคือสิ่งที่เห็นเอง

หมายเหตุ: ปกติใช้รูปปฏิเสธ เช่น can’t believe my ears หรือ could hardly believe her ears เพื่อแสดงความประหลาดใจ ไม่ใช่ปัญหาการได้ยิน

ประโยคการใช้งาน

  1. ได้ยินว่าชนะการแข่งขัน

    A: You’ve won first prize!

    (แปล: เธอได้รางวัลที่หนึ่ง)

    B: I can’t believe my ears. I thought I hadn’t even made the final.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นึกว่าไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายด้วยซ้ำ)

    คำอธิบาย: B ประหลาดใจกับข่าวที่ A บอก ไม่ได้บอกว่าหูฟังเสียงไม่ชัด (บริบท: ทึ่งกับข่าวดีที่ได้ยิน)

  2. เพื่อนตอบรับหลังปฏิเสธมานาน

    A: I’ll join your band after all.

    (แปล: สุดท้ายฉันจะเข้าวงของเธอด้วย)

    B: I can hardly believe my ears. You’ve always said no before.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนหน้านี้เธอปฏิเสธมาตลอด)

    คำอธิบาย: hardly ให้ความหมายแทบไม่อยู่แล้ว ไม่ต้องเติม not ซ้ำในรูปมาตรฐานนี้ (บริบท: ดีใจจนแทบไม่เชื่อสิ่งที่ฟัง)

  3. เล่าวินาทีที่ได้ยินประกาศ

    A: How did you feel when they announced your name?

    (แปล: เธอรู้สึกอย่างไรตอนเขาประกาศชื่อ)

    B: I couldn’t believe my ears. I just stood there for a moment.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเลย)

    คำอธิบาย: couldn’t เหมาะกับการย้อนเล่าปฏิกิริยาในอดีต ไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขสมมติ (บริบท: ทึ่งในเหตุการณ์ที่ผ่านมา)

  4. ได้ยินคำพูดเสียมารยาท

    A: He told the volunteers their work was worthless.

    (แปล: เขาบอกอาสาสมัครว่างานของพวกเขาไม่มีค่า)

    B: I can’t believe my ears. They’ve worked so hard.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พวกเขาทุ่มเทกันมากนะ)

    คำอธิบาย: ความทึ่งอาจเป็นทางลบ สำนวนไม่ได้แปลว่าต้องดีใจทุกครั้ง (บริบท: ตกใจกับสิ่งที่อีกคนพูด)

  5. ครูเปลี่ยนแผนการเรียน

    A: There won’t be a test tomorrow. We’ll do a group project instead.

    (แปล: พรุ่งนี้ไม่มีสอบ เราจะทำโครงงานกลุ่มแทน)

    B: I can’t believe my ears. I studied all evening.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง อ่านหนังสือมาทั้งเย็นเลย)

    คำอธิบาย: B แปลกใจที่แผนเปลี่ยน ไม่ได้กล่าวว่า A พูดโกหกจริง ๆ (บริบท: ประหลาดใจกับการตัดสินใจที่ได้ยิน)

  6. บอกปฏิกิริยาของคนที่สาม

    A: What happened when Jo heard she’d got the job?

    (แปล: ตอนโจได้ยินว่าได้งานแล้วเกิดอะไรขึ้น)

    B: She could hardly believe her ears and asked them to repeat it.

    (แปล: เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองแล้วขอให้เขาพูดซ้ำ)

    คำอธิบาย: her ears หมายถึงโจ ไม่ใช่ผู้เล่า จึงเปลี่ยนสรรพนามตามคนที่ทึ่ง (บริบท: คนที่ได้ยินเป็นเจ้าของ ears)

  7. ได้ยินพี่ชายร้องเพลงอย่างไม่คาดคิด

    A: Was that your brother singing just now?

    (แปล: เมื่อกี้พี่ชายเธอร้องเพลงหรือ)

    B: Yes. I couldn’t believe my ears. I’d never heard him sing like that.

    (แปล: ใช่ ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่เคยได้ยินเขาร้องแบบนั้น)

    คำอธิบาย: สิ่งที่ทำให้ทึ่งอาจเป็นเสียงแสดงความสามารถ ไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวหรือคำบอกเล่า (บริบท: ทึ่งกับเสียงที่ได้ยินจริง)

  8. อนุญาตให้ใช้ห้องซ้อมดนตรี

    A: You can use the spare room for your music practice.

    (แปล: เธอใช้ห้องว่างซ้อมดนตรีได้)

    B: I can’t believe my ears. Are you really okay with that?

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยอมให้ทำจริง ๆ หรือ)

    คำอธิบาย: คำถามตามมาขอความมั่นใจ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ยินคำอนุญาต (บริบท: ทึ่งกับคำตอบที่ได้รับ)

  9. ได้ฟังคำขอโทษที่ไม่คาดหวัง

    A: Did he finally apologise?

    (แปล: สุดท้ายเขาขอโทษหรือยัง)

    B: Yes, and I could scarcely believe my ears.

    (แปล: ขอโทษแล้ว และฉันก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง)

    คำอธิบาย: scarcely ใกล้กับ hardly ในรูปนี้ ผู้พูดไม่คาดว่าจะได้ฟังคำขอโทษ (บริบท: ประหลาดใจกับการยอมรับผิด)

  10. แยกสำนวนออกจากการฟังไม่ชัด

    A: When you said you couldn’t believe your ears, did you mean you couldn’t hear me?

    (แปล: ตอนเธอบอกว่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง หมายถึงไม่ได้ยินฉันหรือ)

    B: No. I heard you clearly. I was just surprised by the news.

    (แปล: ไม่ ฉันได้ยินชัด แค่ประหลาดใจกับข่าว)

    คำอธิบาย: คำตอบแยกสำนวนจากการได้ยินทางกายภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัยสุขภาพ (บริบท: ทึ่งไม่ใช่อาการหูมีปัญหา)

วลีใกล้เคียง

Believe one’s eyes

❬บิ-ลีฟ-วันซ-อายซ❭

ความหมาย: เชื่อสิ่งที่เห็นเอง มักใช้ว่าแทบไม่เชื่อสายตา

A: Was the empty hall really full when you came back?

(แปล: ตอนเธอกลับมา ห้องโถงที่ว่างอยู่เต็มแล้วจริงหรือ)

B: Yes. I couldn’t believe my eyes.

(แปล: ใช่ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง)

คำอธิบาย: eyes เน้นสิ่งที่เห็นโดยตรง ต่างจาก ears ที่เน้นสิ่งที่ได้ยิน ไม่ได้เปลี่ยนใช้แทนกันทุกครั้ง

Believe it or not

❬บิ-ลีฟ-อิท-ออร์-นอท❭

ความหมาย: เชื่อหรือไม่ก็ตาม

A: Did you really finish the whole puzzle in one evening?

(แปล: เธอต่อจิ๊กซอว์ทั้งหมดเสร็จในเย็นเดียวจริงหรือ)

B: Believe it or not, I did.

(แปล: เชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันทำเสร็จจริง)

คำอธิบาย: Believe it or not เป็นผู้เล่าเกริ่นข้อเท็จจริงที่คนฟังอาจทึ่ง ส่วน can’t believe my ears เป็นปฏิกิริยาของคนที่ได้ยิน