Believe one’s ears
ความหมาย: เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องจริง - มักใช้รูปปฏิเสธเพื่อบอกว่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
การใช้งาน: ใช้เมื่อได้ยินข่าว คำพูด หรือเสียงที่ทำให้ทึ่ง ดีใจ หรือไม่พอใจ มักพูด I can’t believe my ears หรือ I couldn’t believe my ears เปลี่ยน my ให้ตรงกับคนที่ได้ยิน ถ้าใช้ hardly หรือ scarcely ก็มีความหมายว่าแทบไม่เชื่ออยู่แล้ว ไม่เติม not ซ้ำโดยไม่จำเป็น และใช้ eyes แทนเมื่อประเด็นคือสิ่งที่เห็นเอง
หมายเหตุ: ปกติใช้รูปปฏิเสธ เช่น can’t believe my ears หรือ could hardly believe her ears เพื่อแสดงความประหลาดใจ ไม่ใช่ปัญหาการได้ยิน
ประโยคการใช้งาน
-
ได้ยินว่าชนะการแข่งขัน
A: You’ve won first prize!
(แปล: เธอได้รางวัลที่หนึ่ง)
B: I can’t believe my ears. I thought I hadn’t even made the final.
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นึกว่าไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายด้วยซ้ำ)
คำอธิบาย: B ประหลาดใจกับข่าวที่ A บอก ไม่ได้บอกว่าหูฟังเสียงไม่ชัด (บริบท: ทึ่งกับข่าวดีที่ได้ยิน)
-
เพื่อนตอบรับหลังปฏิเสธมานาน
A: I’ll join your band after all.
(แปล: สุดท้ายฉันจะเข้าวงของเธอด้วย)
B: I can hardly believe my ears. You’ve always said no before.
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนหน้านี้เธอปฏิเสธมาตลอด)
คำอธิบาย: hardly ให้ความหมายแทบไม่อยู่แล้ว ไม่ต้องเติม not ซ้ำในรูปมาตรฐานนี้ (บริบท: ดีใจจนแทบไม่เชื่อสิ่งที่ฟัง)
-
เล่าวินาทีที่ได้ยินประกาศ
A: How did you feel when they announced your name?
(แปล: เธอรู้สึกอย่างไรตอนเขาประกาศชื่อ)
B: I couldn’t believe my ears. I just stood there for a moment.
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเลย)
คำอธิบาย: couldn’t เหมาะกับการย้อนเล่าปฏิกิริยาในอดีต ไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขสมมติ (บริบท: ทึ่งในเหตุการณ์ที่ผ่านมา)
-
ได้ยินคำพูดเสียมารยาท
A: He told the volunteers their work was worthless.
(แปล: เขาบอกอาสาสมัครว่างานของพวกเขาไม่มีค่า)
B: I can’t believe my ears. They’ve worked so hard.
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พวกเขาทุ่มเทกันมากนะ)
คำอธิบาย: ความทึ่งอาจเป็นทางลบ สำนวนไม่ได้แปลว่าต้องดีใจทุกครั้ง (บริบท: ตกใจกับสิ่งที่อีกคนพูด)
-
ครูเปลี่ยนแผนการเรียน
A: There won’t be a test tomorrow. We’ll do a group project instead.
(แปล: พรุ่งนี้ไม่มีสอบ เราจะทำโครงงานกลุ่มแทน)
B: I can’t believe my ears. I studied all evening.
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง อ่านหนังสือมาทั้งเย็นเลย)
คำอธิบาย: B แปลกใจที่แผนเปลี่ยน ไม่ได้กล่าวว่า A พูดโกหกจริง ๆ (บริบท: ประหลาดใจกับการตัดสินใจที่ได้ยิน)
-
บอกปฏิกิริยาของคนที่สาม
A: What happened when Jo heard she’d got the job?
(แปล: ตอนโจได้ยินว่าได้งานแล้วเกิดอะไรขึ้น)
B: She could hardly believe her ears and asked them to repeat it.
(แปล: เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองแล้วขอให้เขาพูดซ้ำ)
คำอธิบาย: her ears หมายถึงโจ ไม่ใช่ผู้เล่า จึงเปลี่ยนสรรพนามตามคนที่ทึ่ง (บริบท: คนที่ได้ยินเป็นเจ้าของ ears)
-
ได้ยินพี่ชายร้องเพลงอย่างไม่คาดคิด
A: Was that your brother singing just now?
(แปล: เมื่อกี้พี่ชายเธอร้องเพลงหรือ)
B: Yes. I couldn’t believe my ears. I’d never heard him sing like that.
(แปล: ใช่ ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่เคยได้ยินเขาร้องแบบนั้น)
คำอธิบาย: สิ่งที่ทำให้ทึ่งอาจเป็นเสียงแสดงความสามารถ ไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวหรือคำบอกเล่า (บริบท: ทึ่งกับเสียงที่ได้ยินจริง)
-
อนุญาตให้ใช้ห้องซ้อมดนตรี
A: You can use the spare room for your music practice.
(แปล: เธอใช้ห้องว่างซ้อมดนตรีได้)
B: I can’t believe my ears. Are you really okay with that?
(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยอมให้ทำจริง ๆ หรือ)
คำอธิบาย: คำถามตามมาขอความมั่นใจ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่ได้ยินคำอนุญาต (บริบท: ทึ่งกับคำตอบที่ได้รับ)
-
ได้ฟังคำขอโทษที่ไม่คาดหวัง
A: Did he finally apologise?
(แปล: สุดท้ายเขาขอโทษหรือยัง)
B: Yes, and I could scarcely believe my ears.
(แปล: ขอโทษแล้ว และฉันก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง)
คำอธิบาย: scarcely ใกล้กับ hardly ในรูปนี้ ผู้พูดไม่คาดว่าจะได้ฟังคำขอโทษ (บริบท: ประหลาดใจกับการยอมรับผิด)
-
แยกสำนวนออกจากการฟังไม่ชัด
A: When you said you couldn’t believe your ears, did you mean you couldn’t hear me?
(แปล: ตอนเธอบอกว่าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง หมายถึงไม่ได้ยินฉันหรือ)
B: No. I heard you clearly. I was just surprised by the news.
(แปล: ไม่ ฉันได้ยินชัด แค่ประหลาดใจกับข่าว)
คำอธิบาย: คำตอบแยกสำนวนจากการได้ยินทางกายภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัยสุขภาพ (บริบท: ทึ่งไม่ใช่อาการหูมีปัญหา)
วลีใกล้เคียง
Believe one’s eyes
❬บิ-ลีฟ-วันซ-อายซ❭
ความหมาย: เชื่อสิ่งที่เห็นเอง มักใช้ว่าแทบไม่เชื่อสายตา
A: Was the empty hall really full when you came back?
(แปล: ตอนเธอกลับมา ห้องโถงที่ว่างอยู่เต็มแล้วจริงหรือ)
B: Yes. I couldn’t believe my eyes.
(แปล: ใช่ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง)
คำอธิบาย: eyes เน้นสิ่งที่เห็นโดยตรง ต่างจาก ears ที่เน้นสิ่งที่ได้ยิน ไม่ได้เปลี่ยนใช้แทนกันทุกครั้ง
Believe it or not
❬บิ-ลีฟ-อิท-ออร์-นอท❭
ความหมาย: เชื่อหรือไม่ก็ตาม
A: Did you really finish the whole puzzle in one evening?
(แปล: เธอต่อจิ๊กซอว์ทั้งหมดเสร็จในเย็นเดียวจริงหรือ)
B: Believe it or not, I did.
(แปล: เชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันทำเสร็จจริง)
คำอธิบาย: Believe it or not เป็นผู้เล่าเกริ่นข้อเท็จจริงที่คนฟังอาจทึ่ง ส่วน can’t believe my ears เป็นปฏิกิริยาของคนที่ได้ยิน