Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Believe one’s eyes

❬บิ-ลีฟ-วันซ-อายซ❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: เชื่อว่าสิ่งที่เห็นเองเป็นเรื่องจริง - มักใช้รูปปฏิเสธเพื่อบอกว่าแทบไม่เชื่อสายตา

การใช้งาน: ใช้เมื่อเห็นสิ่งที่น่าทึ่ง เปลี่ยนไปมาก หรือชวนตกใจ เช่น I can’t believe my eyes และ I could hardly believe my eyes เปลี่ยนสรรพนามเจ้าของตามคนที่เห็น พบรูป my own eyes เพื่อเน้นว่าเห็นด้วยตาตัวเองได้ หากรู้เรื่องจากการฟังให้พิจารณา believe one’s ears แทน และความประหลาดใจไม่ใช่หลักฐานยืนยันข้อกล่าวอ้างใด ๆ โดยตัวมันเอง

หมายเหตุ: มักใช้ can’t/couldn’t หรือ hardly/scarcely เพื่อแสดงว่าแทบไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ไม่ใช่คำบอกอาการสายตา

ประโยคการใช้งาน

  1. เห็นห้องที่ปรับปรุงใหม่

    A: What do you think of the renovated room?

    (แปล: เธอคิดอย่างไรกับห้องที่ปรับปรุงใหม่)

    B: I can’t believe my eyes. It looks twice as bright.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันดูสว่างขึ้นตั้งเท่าตัว)

    คำอธิบาย: B ตอบจากภาพที่เห็น ไม่ได้ใช้สำนวนนี้แทนการวัดความสว่างจริง (บริบท: ทึ่งกับความเปลี่ยนแปลงที่เห็น)

  2. เห็นหิมะนอกหน้าต่างครั้งแรก

    A: Why are you staring out of the window?

    (แปล: ทำไมเธอจ้องออกไปนอกหน้าต่าง)

    B: I’ve never seen snow before. I can hardly believe my eyes.

    (แปล: ฉันไม่เคยเห็นหิมะมาก่อน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย)

    คำอธิบาย: hardly สื่อว่าแทบไม่เชื่ออยู่แล้ว ไม่ต้องเติม not ซ้ำในรูปนี้ (บริบท: ตื่นตากับสิ่งที่ได้เห็นเอง)

  3. ต้นไม้รอดและมีใบใหม่

    A: Did the little plant survive?

    (แปล: ต้นไม้เล็ก ๆ รอดไหม)

    B: Yes. When I saw the new leaves, I couldn’t believe my eyes.

    (แปล: รอด ตอนเห็นใบใหม่ ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง)

    คำอธิบาย: ผู้พูดเล่าปฏิกิริยาเมื่อเห็นใบ ไม่ใช่คำรับรองว่าต้นไม้ทุกต้นจะฟื้นแบบเดียวกัน (บริบท: ทึ่งกับสภาพที่เปลี่ยนไป)

  4. เห็นคะแนนที่ดีกว่าคาด

    A: How did you react when you saw your score?

    (แปล: เธอมีปฏิกิริยาอย่างไรตอนเห็นคะแนน)

    B: I couldn’t believe my eyes. I’d done much better than I expected.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก)

    คำอธิบาย: แม้สิ่งที่เห็นเป็นตัวเลขหรือข้อความ ก็ใช้ eyes ได้เพราะรับรู้ด้วยการอ่าน (บริบท: ประหลาดใจกับข้อมูลที่เห็น)

  5. เห็นจำนวนเงินบนใบเสร็จ

    A: Why did you ask to check the receipt again?

    (แปล: ทำไมเธอขอตรวจใบเสร็จอีกครั้ง)

    B: I could scarcely believe my eyes when I saw the total.

    (แปล: ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองตอนเห็นยอดรวม)

    คำอธิบาย: scarcely แสดงความทึ่งหรือไม่เชื่อในตอนแรก ยังต้องตรวจรายการก่อนสรุปว่ายอดผิดจริง (บริบท: ตกใจกับสิ่งที่อ่าน)

  6. อ่านถ้อยคำเสียมารยาทในอีเมล

    A: Have you read the message he sent the team?

    (แปล: เธออ่านข้อความที่เขาส่งให้ทีมแล้วหรือยัง)

    B: Yes. I can’t believe my eyes. That was incredibly rude.

    (แปล: อ่านแล้ว ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันหยาบคายมาก)

    คำอธิบาย: eyes เหมาะกับสิ่งที่อ่าน หากมีคนอ่านออกเสียงให้ฟังแล้วทึ่งอาจใช้ ears ตามช่องทางรับรู้ (บริบท: ตกใจกับข้อความที่เห็นเอง)

  7. พบพี่สาวที่คิดว่าอยู่ต่างประเทศ

    A: Who was at the door?

    (แปล: ใครอยู่หน้าประตู)

    B: My sister! I couldn’t believe my eyes. I thought she was abroad.

    (แปล: พี่สาวฉันเอง ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นึกว่าเธออยู่ต่างประเทศ)

    คำอธิบาย: ความประหลาดใจมาจากเห็นพี่สาวจริง ๆ ไม่ใช่แค่ได้ยินว่าเธอกลับมา (บริบท: ทึ่งเมื่อเห็นคนปรากฏตัว)

  8. เห็นประติมากรรมด้วยตนเอง

    A: Was the sculpture as impressive as the photos?

    (แปล: ประติมากรรมน่าประทับใจเท่าในรูปไหม)

    B: Even more so. I couldn’t believe my own eyes when I stood next to it.

    (แปล: ยิ่งกว่านั้นอีก ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองตอนยืนข้างมัน)

    คำอธิบาย: own เน้นการเห็นด้วยตัวเอง ไม่ได้เพิ่มความหมายใหม่ที่ต่างจากสำนวนเดิม (บริบท: ภาพที่เห็นจริงต่างจากที่นึกไว้)

  9. เล่าปฏิกิริยาของคนอื่น

    A: What did the children do when they saw the decorated hall?

    (แปล: เด็ก ๆ ทำอย่างไรตอนเห็นห้องโถงที่ตกแต่งแล้ว)

    B: They could hardly believe their eyes and stopped in the doorway.

    (แปล: พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองแล้วหยุดอยู่ตรงประตู)

    คำอธิบาย: their eyes เป็นของเด็ก ๆ ผู้เห็น ไม่ใช่ของผู้เล่าเหตุการณ์ (บริบท: เปลี่ยนสรรพนามให้ตรงคนที่เห็น)

  10. แยกความทึ่งออกจากการมองไม่ชัด

    A: You said you couldn’t believe your eyes. Was the picture blurry?

    (แปล: เธอบอกว่าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รูปไม่ชัดหรือ)

    B: No, it was perfectly clear. The transformation just surprised me.

    (แปล: ไม่ รูปชัดดี การเปลี่ยนแปลงทำให้ฉันทึ่งเฉย ๆ)

    คำอธิบาย: B แก้ความเข้าใจว่าสำนวนบอกความประหลาดใจ ไม่ได้บอกอาการทางตา (บริบท: สำนวนไม่ใช่คำบอกการมองเห็นผิดปกติ)

วลีใกล้เคียง

Believe one’s ears

❬บิ-ลีฟ-วันซ-เอียร์ซ❭

ความหมาย: เชื่อสิ่งที่ได้ยิน มักใช้ว่าแทบไม่เชื่อหู

A: What did you think when they announced the result?

(แปล: เธอคิดอย่างไรตอนเขาประกาศผล)

B: I couldn’t believe my ears. I wasn’t expecting to win.

(แปล: ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่ได้คาดว่าจะชนะ)

คำอธิบาย: ears เน้นสิ่งที่ได้ยิน ส่วน eyes เน้นสิ่งที่เห็นเอง เหตุการณ์เดียวกันอาจเลือกต่างกันตามช่องทางที่รับรู้

Do a double take

❬ดู-อะ-ดับ-เบิล-เทค❭

ความหมาย: หันกลับไปมองอีกครั้งเพราะทึ่งหรือไม่เชื่อ

A: Did you notice the tiny car parked outside?

(แปล: เธอสังเกตรถคันจิ๋วที่จอดข้างนอกไหม)

B: Yes, I did a double take when I saw it.

(แปล: เห็น ฉันถึงกับหันกลับไปมองอีกรอบตอนเห็นมัน)

คำอธิบาย: Do a double take ระบุปฏิกิริยาหันกลับไปมอง ส่วน can’t believe my eyes บอกความรู้สึกทึ่งโดยไม่จำเป็นต้องทำท่าทางนั้น