Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Believe you me

❬บิ-ลีฟ-ยู-มี❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: เชื่อฉันเถอะ - ใช้ย้ำคำพูดอย่างหนักแน่น

การใช้งาน: ใช้ก่อนหรือหลังข้อความที่อยากให้คนฟังเชื่อว่าผู้พูดมั่นใจ เช่น Believe you me, this takes practice. แม้ลำดับคำดูแปลก แต่เป็นถ้อยคำสำเร็จรูป ไม่ใช่คำถามหรือการขอให้คนสองคนเชื่อกัน และไม่ควรใช้แทนหลักฐานในเรื่องที่ต้องตรวจสอบ คำว่า you ไม่เปลี่ยนเป็น I หรือ he ตามใจ

หมายเหตุ: เป็นรูปย้ำของ believe me น้ำเสียงมั่นใจหรือจริงจัง อาจฟังเหมือนกำชับหรือสั่งสอนเมื่อใช้กับคนที่ไม่สนิท

ประโยคการใช้งาน

  1. เตือนเรื่องคิวก่อนเวลาเปิด

    A: Do we really need to arrive before the doors open?

    (แปล: เราต้องไปก่อนเปิดประตูจริงหรือ)

    B: Believe you me, the queue gets long very quickly.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ คิวจะยาวขึ้นเร็วมาก)

    คำอธิบาย: B ใช้คำเกริ่นให้ A เชื่อคำเตือนด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ไม่ได้หมายความว่าให้ you กับ me ต่อคิวด้วยกัน (บริบท: ยืนยันจากสิ่งที่เคยเจอ)

  2. เล่าความยากของงานเบื้องหลัง

    A: That little show must be easy to organise.

    (แปล: การแสดงเล็ก ๆ นั่นคงจัดง่ายนะ)

    B: It looks simple, but believe you me, it takes weeks of preparation.

    (แปล: มันดูง่าย แต่เชื่อฉันเถอะ ต้องเตรียมกันหลายสัปดาห์)

    คำอธิบาย: วลีแทรกกลางประโยคได้ ผู้พูดใช้เน้นข้อมูลที่ขัดกับสิ่งที่อีกคนคาด (บริบท: ย้ำว่าไม่ง่ายอย่างที่ดู)

  3. บอกระดับความเผ็ดของอาหารที่ลองแล้ว

    A: Is this sauce really as hot as everyone says?

    (แปล: ซอสนี้เผ็ดอย่างที่ทุกคนพูดจริงหรือ)

    B: Believe you me, a little is enough. I tried it yesterday.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ ใส่นิดเดียวก็พอ ฉันลองมาเมื่อวาน)

    คำอธิบาย: ผู้พูดอ้างประสบการณ์ของตนในบทสนทนา ไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนรู้สึกเผ็ดเท่ากัน (บริบท: กำชับว่าไม่ได้พูดเกินเล่น)

  4. แนะนำเสื้อสำหรับห้องซ้อมเย็น

    A: Do I need a jumper for the rehearsal room?

    (แปล: ฉันต้องเอาเสื้อกันหนาวไปห้องซ้อมไหม)

    B: Yes. Believe you me, it feels cold in there after an hour.

    (แปล: ต้องเอาไป เชื่อฉันเถอะ อยู่ในนั้นสักชั่วโมงแล้วจะรู้สึกหนาว)

    คำอธิบาย: ความมั่นใจเป็นน้ำเสียงของผู้พูด ไม่ใช่ความหมายใหม่ว่าเชื่อเรื่องอากาศเท่านั้น (บริบท: ย้ำคำแนะนำจากประสบการณ์)

  5. ให้กำลังใจคนที่เพิ่งเริ่มฝึก

    A: I’ll never be able to play this piece.

    (แปล: ฉันคงเล่นเพลงนี้ไม่ได้หรอก)

    B: Believe you me, it gets easier with practice. Start with the first few bars.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ ฝึกแล้วมันจะง่ายขึ้น เริ่มจากไม่กี่ห้องเพลงแรกก่อน)

    คำอธิบาย: ใช้ให้ความมั่นใจได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคำเตือนด้านลบเสมอไป (บริบท: ยืนยันว่าสิ่งที่ฝึกมีผล)

  6. ทบทวนการเลือกห้องทำงาน

    A: The room by the entrance looks convenient.

    (แปล: ห้องใกล้ทางเข้าดูสะดวกดี)

    B: Believe you me, it’s noisy. I worked there last summer.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ มันเสียงดัง ฉันทำงานที่นั่นเมื่อหน้าร้อนที่แล้ว)

    คำอธิบาย: B ระบุประสบการณ์ประกอบแทนการสั่งให้เชื่อโดยไม่มีบริบท (บริบท: ย้ำข้อเสียที่เคยพบ)

  7. แนะนำแหล่งช่วยค้นข้อมูล

    A: Can the librarian help me find these old maps?

    (แปล: บรรณารักษ์ช่วยฉันหาแผนที่เก่าพวกนี้ได้ไหม)

    B: Believe you me, she knows that collection well. She helped me last week.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ เธอรู้จักคอลเลกชันนั้นดี เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอช่วยฉันมาแล้ว)

    คำอธิบาย: คำนี้เน้นความมั่นใจในความสามารถของบุคคล ไม่ใช่การรับรองว่าเขารู้ทุกเรื่อง (บริบท: ยืนยันว่าคนที่เคยช่วยมีประโยชน์)

  8. บอกเหตุผลที่ต้องเตรียมแบตสำรอง

    A: Why are you taking a spare battery?

    (แปล: ทำไมเธอเอาแบตสำรองไปด้วย)

    B: Believe you me, this camera uses up the battery fast.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ กล้องตัวนี้กินแบตเร็ว)

    คำอธิบาย: ผู้พูดกล่าวถึงกล้องตัวนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปเกี่ยวกับกล้องทุกรุ่น (บริบท: ย้ำข้อจำกัดของอุปกรณ์ที่ตัวเองใช้)

  9. เตือนว่าทำงานด่วนไม่ง่าย

    A: Can we finish the costumes in one afternoon?

    (แปล: เราทำเครื่องแต่งกายให้เสร็จในบ่ายเดียวได้ไหม)

    B: Believe you me, the fitting alone can take that long.

    (แปล: เชื่อฉันเถอะ แค่ลองชุดอย่างเดียวก็กินเวลานานขนาดนั้นได้แล้ว)

    คำอธิบาย: can แสดงความเป็นไปได้ของระยะเวลา ไม่ได้กำหนดว่าการลองชุดทุกครั้งใช้เท่ากัน (บริบท: ยืนยันว่าต้องเผื่อเวลาแก้งาน)

  10. เข้าใจลำดับคำที่เป็นถ้อยคำสำเร็จรูป

    A: Why did she say “Believe you me” instead of “Believe me”?

    (แปล: ทำไมเธอพูดว่า “เชื่อฉันเถอะ” ด้วยลำดับคำแบบนั้นแทนแบบปกติ)

    B: It’s a fixed expression that makes the message more emphatic.

    (แปล: เป็นถ้อยคำสำเร็จรูปที่ใช้เน้นข้อความให้หนักแน่นขึ้น)

    คำอธิบาย: ไม่ใช่คำถามและไม่ใช่รูปแบบที่นำ you me ไปเติมในคำสั่งอื่นได้ทั่วไป (บริบท: เป็นการเน้นให้เชื่อผู้พูด)

วลีใกล้เคียง

Believe me

❬บิ-ลีฟ-มี❭

ความหมาย: เชื่อฉันเถอะหรือขอให้มั่นใจตามที่บอก

A: Is that narrow path the way to the hall?

(แปล: ทางแคบนั่นเป็นทางไปห้องโถงหรือ)

B: Yes, believe me. I use it every day.

(แปล: ใช่ เชื่อฉันเถอะ ฉันใช้มันทุกวัน)

คำอธิบาย: Believe me มีลำดับคำปกติและใช้ยืนยันได้ ส่วน Believe you me เป็นรูปเน้นหนักโดยเพิ่ม you ไม่ได้เพิ่มผู้ที่ถูกขอให้เชื่ออีกคน

Take my word for it

❬เทค-มาย-เวิร์ด-ฟอร์-อิท❭

ความหมาย: เชื่อตามที่ฉันบอกโดยยังไม่ได้ตรวจเอง

A: I haven’t seen the new rehearsal room. Is it big enough?

(แปล: ฉันยังไม่เห็นห้องซ้อมใหม่ มันใหญ่พอไหม)

B: Take my word for it. There’s room for the whole group.

(แปล: เชื่อตามที่ฉันบอกได้เลย มีที่พอสำหรับทั้งกลุ่ม)

คำอธิบาย: Take my word for it เน้นเชื่อคำบอกแม้ยังไม่ตรวจด้วยตนเอง ส่วน Believe you me เน้นน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งคู่ไม่ควรแทนหลักฐานเมื่อเรื่องจำเป็นต้องตรวจ