Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Better for it

❬เบท-เทอร์-ฟอร์-อิท❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: โดยรวมดีขึ้นเพราะสิ่งนั้น, ได้ประโยชน์จากประสบการณ์นั้นแม้อาจมีข้อเสียบางอย่าง

การใช้งาน: ใช้ be better for it โดย it ชี้กลับไปที่เหตุการณ์ การลงมือทำ หรือประสบการณ์ที่คุยอยู่ เช่น การฝึกซ้อมหนักหรือการรับคำแนะนำ ผู้พูดอาจยอมรับว่ามีส่วนเหนื่อยหรือไม่น่าพอใจ แต่เห็นผลดีโดยรวม ไม่จำกัดแค่สุขภาพหรือฐานะ และไม่ใช่การบอกว่าสิ่งหนึ่งเหมาะสำหรับอีกสิ่งในโครงสร้าง better for someone ทุกกรณี

หมายเหตุ: สื่อถึงผลที่ดีขึ้นจากสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า เป็นการประเมินในบริบทนั้น ไม่ได้บอกว่าประสบการณ์ยากลำบากทุกอย่างดีสำหรับทุกคน

ประโยคการใช้งาน

  1. ซ้อมการแสดงอย่างหนัก

    A: That extra rehearsal was exhausting.

    (แปล: การซ้อมเพิ่มครั้งนั้นเหนื่อยมาก)

    B: It was, but we're better for it. The difficult scene finally works.

    (แปล: ใช่ แต่เราก็ดีขึ้นเพราะมันนะ ฉากยากเล่นได้ลงตัวในที่สุด)

    คำอธิบาย: B ยอมรับความเหนื่อยและระบุผลต่อการแสดง it จึงชี้กลับไปที่การซ้อมเพิ่ม (บริบท: ได้ประโยชน์จากการฝึกที่เหนื่อย)

  2. รับข้อคิดเห็นตรงไปตรงมา

    A: Was it hard to hear all those comments on your draft?

    (แปล: ยากไหมที่ต้องฟังความเห็นมากมายเกี่ยวกับร่างของคุณ)

    B: Yes, but I'm better for it. I can see what needs changing now.

    (แปล: ยาก แต่ฉันได้ประโยชน์จากมัน ตอนนี้เห็นแล้วว่าต้องแก้ตรงไหน)

    คำอธิบาย: ผลดีที่ B กล่าวถึงคือมองเห็นจุดแก้ ไม่ได้บอกว่าคำวิจารณ์ทุกแบบสร้างสรรค์เสมอไป (บริบท: งานดีขึ้นจากคำวิจารณ์)

  3. ลองรับบทบาทใหม่

    A: Do you regret leading the workshop?

    (แปล: เสียใจไหมที่รับเป็นผู้นำเวิร์กช็อป)

    B: No. It pushed me, but I'm better for it.

    (แปล: ไม่เลย มันท้าทายฉันมาก แต่ฉันก็พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์นั้น)

    คำอธิบาย: B ประเมินประสบการณ์ของตัวเองว่าท้าทายและเป็นประโยชน์ ไม่ใช่อ้างแทนทุกคนที่รับหน้าที่คล้ายกัน (บริบท: ได้เรียนรู้จากงานที่ไม่คุ้น)

  4. ทบทวนหลังงานไม่สำเร็จ

    A: The project didn't go the way we'd hoped.

    (แปล: โครงการไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้เลย)

    B: True, but we're better for it. We know how to share responsibilities now.

    (แปล: จริง แต่เราได้ประโยชน์จากประสบการณ์นั้น ตอนนี้รู้แล้วว่าจะแบ่งหน้าที่กันอย่างไร)

    คำอธิบาย: B ไม่ปฏิเสธความผิดหวัง แต่ระบุบทเรียนที่ทำให้การทำงานครั้งต่อไปมีฐานดีขึ้น (บริบท: ทีมได้ปรับวิธีทำงานจากบทเรียน)

  5. แลกเปลี่ยนมุมมองในทีม

    A: That discussion was uncomfortable at times.

    (แปล: การคุยครั้งนั้นมีช่วงที่อึดอัดอยู่บ้าง)

    B: I agree, but the team is better for it. We understand the concerns now.

    (แปล: ฉันเห็นด้วย แต่ทีมดีขึ้นเพราะการคุยนั้น ตอนนี้เราเข้าใจข้อกังวลแล้ว)

    คำอธิบาย: ผลดีเกิดจากความเข้าใจที่ได้จากการคุย ไม่ใช่เพียงการมีความขัดแย้งเฉย ๆ (บริบท: กลุ่มดีขึ้นเพราะได้คุยความต่าง)

  6. ฝึกอาสาสมัครร่วมกับคนหลายวัย

    A: What did you gain from spending the month at the community centre?

    (แปล: ได้อะไรจากการใช้เวลาหนึ่งเดือนที่ศูนย์ชุมชนบ้าง)

    B: I listened to people I wouldn't normally meet, and I'm better for it.

    (แปล: ฉันได้ฟังคนที่ปกติคงไม่มีโอกาสเจอ และฉันได้ประโยชน์จากประสบการณ์นั้น)

    คำอธิบาย: B ระบุว่าการฟังผู้คนเพิ่มมุมมอง ไม่ใช่กล่าวว่าได้กำไรเป็นเงินจากการอาสา (บริบท: ได้มุมมองจากการช่วยงาน)

  7. เรียนรู้การทำงานโดยไม่มีคู่มือสำเร็จรูป

    A: Wouldn't a ready-made guide have been easier?

    (แปล: ถ้ามีคู่มือสำเร็จรูปจะง่ายกว่าไหม)

    B: Certainly, but we're better for it. We had to understand each step ourselves.

    (แปล: ง่ายกว่าแน่นอน แต่เราก็พัฒนาขึ้นจากการทำครั้งนี้ เราต้องเข้าใจแต่ละขั้นด้วยตัวเอง)

    คำอธิบาย: B ยอมรับทางที่ง่ายกว่าแต่เห็นผลต่อความเข้าใจของกลุ่ม ไม่ได้ห้ามใช้คู่มือในอนาคต (บริบท: ได้ทักษะจากการลองแก้ปัญหา)

  8. จัดระบบบันทึกที่กระจัดกระจาย

    A: Sorting the notes took the whole afternoon.

    (แปล: จัดบันทึกพวกนั้นกินเวลาทั้งบ่ายเลย)

    B: Yes, but we're better for it. We can find everything in seconds now.

    (แปล: ใช่ แต่เราก็ได้ประโยชน์จากมัน ตอนนี้หาอะไรก็เจอในไม่กี่วินาที)

    คำอธิบาย: it คือการใช้เวลาจัดบันทึก ผลดีเป็นความสะดวกในการใช้งานหลังจากนั้น (บริบท: ได้ประโยชน์จากเวลาที่ใช้จัดระเบียบ)

  9. ฟังคำแนะนำของคนละสาขา

    A: Did the designer's questions slow you down?

    (แปล: คำถามของนักออกแบบทำให้งานช้าลงไหม)

    B: A little, but the project is better for it.

    (แปล: นิดหน่อย แต่โครงการดีขึ้นเพราะคำถามเหล่านั้น)

    คำอธิบาย: ประธานเป็นโครงการได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีสุขภาพหรืออารมณ์ดีขึ้น (บริบท: งานได้ประโยชน์จากมุมมองใหม่)

  10. ประเมินประสบการณ์โดยไม่ลบข้อเสีย

    A: Was the long journey worth making?

    (แปล: การเดินทางไกลครั้งนั้นคุ้มไหม)

    B: For me, yes. It was tiring, but I'm better for it after meeting the people there.

    (แปล: สำหรับฉันคุ้มนะ มันเหนื่อย แต่ฉันได้ประโยชน์จากการไปพบผู้คนที่นั่น)

    คำอธิบาย: For me จำกัดข้อสรุปไว้ที่ผู้พูด ทำให้เห็นว่าเป็นการประเมินผลรวม ไม่ใช่สูตรว่าทุกคนควรทำเหมือนกัน (บริบท: ยอมรับผลดีพร้อมความเหนื่อย)

วลีใกล้เคียง

A blessing in disguise

❬อะ-เบลส-ซิง-อิน-ดิส-ไกซ์❭

ความหมาย: เหตุที่เหมือนไม่ดีแต่กลับกลายเป็นผลดี

A: Was losing that booking a disaster?

(แปล: การเสียการจองนั้นแย่มากไหม)

B: It was a blessing in disguise. The new venue suited us much better.

(แปล: มันกลับเป็นเรื่องดีอย่างคาดไม่ถึง สถานที่ใหม่เหมาะกับเรากว่ามาก)

คำอธิบาย: เน้นตัวเหตุที่ตอนแรกดูเป็นโชคร้ายแต่กลับดี ส่วน better for it เน้นคนหรือสิ่งที่ได้ประโยชน์จากประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโชคร้าย

Silver lining

❬ซิล-เวอร์-ไล-นิง❭

ความหมาย: แง่ดีท่ามกลางเรื่องไม่น่าพอใจ

A: Was there anything good about the delay?

(แปล: ความล่าช้ามีอะไรดีบ้างไหม)

B: One silver lining was that we had more time to practise.

(แปล: แง่ดีอย่างหนึ่งคือเราได้เวลาซ้อมเพิ่ม)

คำอธิบาย: ชี้เพียงแง่ดีในสถานการณ์ที่โดยรวมอาจยังไม่ดี ส่วน better for it เป็นการประเมินว่าผลจากสิ่งนั้นทำให้คนหรือสิ่งที่กล่าวถึงดีขึ้นโดยรวม