Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Lesson learned

❬เลส-เซิน-เลิร์นด์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: ได้บทเรียนแล้ว, คราวหน้าจะจำไว้

การใช้งาน: ใช้หลังประสบการณ์ที่ทำให้รู้ว่าควรทำหรือหลีกเลี่ยงอะไร โดยเฉพาะหลังความผิดพลาด มักตามด้วยสิ่งที่จะเปลี่ยนในครั้งหน้า lesson ในที่นี้คือข้อคิดจากประสบการณ์ ไม่ใช่ชั่วโมงเรียน

หมายเหตุ: รูปสั้นนี้ใช้ยอมรับบทเรียนของตนเองได้เป็นธรรมชาติ หากพูดกับคนที่กำลังเสียใจอาจฟังเหมือนสั่งสอน ควรดูจังหวะและน้ำเสียง

ประโยคการใช้งาน

  1. ใส่รองเท้าใหม่เดินทั้งวัน

    A: Were the new shoes comfortable on the long walk?

    (แปล: รองเท้าใหม่ใส่เดินไกลสบายไหม)

    B: Not at all. Lesson learned. I will wear them around the house first next time.

    (แปล: ไม่เลย ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะลองใส่เดินในบ้านก่อน)

    คำอธิบาย: ผู้พูดได้ข้อคิดจากการลองจริงและระบุว่าจะเตรียมต่างไปอย่างไร (บริบท: จำสิ่งที่ควรเตรียม)

  2. ลืมตรวจแบตเตอรี่กล้อง

    A: Why did you stop taking photos so early?

    (แปล: ทำไมเธอเลิกถ่ายรูปเร็วจัง)

    B: The battery died. Lesson learned. I will charge it the night before.

    (แปล: แบตหมดน่ะ ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะชาร์จไว้คืนก่อนหน้า)

    คำอธิบาย: วลีนี้รับว่าการเตรียมไม่พอทำให้พลาดโอกาส (บริบท: เปลี่ยนการเตรียมอุปกรณ์)

  3. ซื้อชั้นวางโดยไม่วัด

    A: Does the new shelf fit beside your desk?

    (แปล: ชั้นวางใหม่ใส่ข้างโต๊ะได้พอดีไหม)

    B: No. Lesson learned. I will measure the space before buying furniture.

    (แปล: ไม่ได้เลย ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะวัดที่ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์)

    คำอธิบาย: คำตอบผูกบทเรียนกับพฤติกรรมที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงบอกว่าเสียดาย (บริบท: เรียนรู้จากของที่ใส่ไม่พอดี)

  4. ทำเค้กโดยอ่านสูตรไม่จบ

    A: Why did you have to stop halfway through baking?

    (แปล: ทำไมเธอต้องหยุดทำขนมกลางคัน)

    B: I missed the chilling time. Lesson learned. I will read the whole recipe first.

    (แปล: ฉันอ่านข้ามช่วงที่ต้องแช่เย็นไป ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะอ่านสูตรให้จบก่อน)

    คำอธิบาย: ประสบการณ์ทำให้รู้ว่าต้องเผื่อขั้นตอนที่ใช้เวลารอด้วย (บริบท: เปลี่ยนวิธีเตรียมงาน)

  5. ออกไปโดยไม่ตรวจวันเปิด

    A: Was the gallery worth the trip?

    (แปล: แกลเลอรีคุ้มกับที่เดินทางไปไหม)

    B: It was closed. Lesson learned. I will check the opening days next time.

    (แปล: มันปิดน่ะ ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะตรวจวันเปิดก่อน)

    คำอธิบาย: ผู้พูดยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง ไม่กล่าวโทษคนถาม (บริบท: จำให้ตรวจข้อมูลก่อนเดินทาง)

  6. รับงานมากเกินเวลา

    A: You looked exhausted after the weekend.

    (แปล: หลังสุดสัปดาห์เธอดูเหนื่อยมาก)

    B: I took on too much. Lesson learned. I will leave more time between jobs.

    (แปล: ฉันรับงานมากไป ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะเว้นเวลาระหว่างงานมากขึ้น)

    คำอธิบาย: บทเรียนเกิดจากผลของการวางตารางที่แน่นเกินไป (บริบท: ทบทวนขีดจำกัดของตนเอง)

  7. เก็บของโดยไม่ติดป้าย

    A: Did you find the winter blankets?

    (แปล: เจอผ้าห่มหน้าหนาวหรือยัง)

    B: Eventually. Lesson learned. I will label the boxes when I pack them.

    (แปล: ในที่สุดก็เจอ ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าเก็บของจะติดป้ายกล่องไว้)

    คำอธิบาย: ผู้พูดสรุปสิ่งที่จะช่วยลดเวลาค้นในอนาคต (บริบท: ปรับวิธีจัดของ)

  8. ส่งงานโดยไม่อ่านทวน

    A: There were two typos in the announcement.

    (แปล: ประกาศมีคำพิมพ์ผิดสองคำ)

    B: I have corrected them. Lesson learned. I will proofread before sending it out.

    (แปล: ฉันแก้แล้ว ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะอ่านทวนก่อนส่ง)

    คำอธิบาย: การแก้ความผิดพลาดครั้งนี้กับการป้องกันครั้งหน้าปรากฏควบคู่กัน (บริบท: ยอมรับสิ่งที่ควรตรวจ)

  9. จองกิจกรรมชนกัน

    A: How did you end up with two events at the same time?

    (แปล: ทำไมเธอถึงมีกิจกรรมสองงานเวลาเดียวกัน)

    B: I did not check my calendar. Lesson learned. I will look before saying yes.

    (แปล: ฉันไม่ได้ดูปฏิทิน ได้บทเรียนแล้ว คราวหน้าจะดูก่อนตอบตกลง)

    คำอธิบาย: เน้นการเปลี่ยนขั้นตอนตัดสินใจจากประสบการณ์ที่พลาด (บริบท: ปรับวิธีดูตาราง)

  10. รดน้ำต้นไม้มากไป

    A: What happened to the plant by the window?

    (แปล: ต้นไม้ริมหน้าต่างเป็นอะไรไป)

    B: I watered it too often. Lesson learned. I will check the soil before watering.

    (แปล: ฉันรดน้ำบ่อยไป ได้บทเรียนแล้ว ต่อไปจะตรวจดินก่อนรด)

    คำอธิบาย: ผู้พูดสะท้อนสิ่งที่ตนทำและตั้งใจสังเกตให้มากขึ้น ไม่ใช่บทเรียนจากห้องเรียน (บริบท: เรียนรู้จากการดูแลจริง)

วลีใกล้เคียง

Live and learn

❬ลิฟ-แอนด์-เลิร์น❭

ความหมาย: อยู่ไปก็ได้เรียนรู้

A: I did not know the market opened so early.

(แปล: ฉันไม่รู้เลยว่าตลาดเปิดเช้าขนาดนี้)

B: Live and learn. Now we know when to come.

(แปล: อยู่ไปก็ได้เรียนรู้ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าควรมาตอนไหน)

คำอธิบาย: มองการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและอาจใช้กับการค้นพบใหม่ ส่วนวลีหลักเน้นข้อคิดที่ได้จากเหตุครั้งนั้น

Learn the hard way

❬เลิร์น-เธอะ-ฮาร์ด-เวย์❭

ความหมาย: เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เจอเอง

A: Why do you keep a spare key with your sister?

(แปล: ทำไมฝากกุญแจสำรองไว้กับพี่สาว)

B: I learned the hard way after locking myself out.

(แปล: ฉันเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เจอเอง หลังทำตัวเองติดอยู่นอกบ้านเพราะลืมกุญแจ)

คำอธิบาย: เน้นว่าต้องเจอผลเสียด้วยตัวเอง ส่วน Lesson learned เป็นการประกาศสั้น ๆ ว่าได้ข้อคิดแล้ว