It's about time
ความหมาย: ได้เวลาเสียที, ควรทำหรือเกิดขึ้นตั้งนานแล้ว
การใช้งาน: ใช้ตอบเมื่อสิ่งที่รอมานานเพิ่งเกิดขึ้น หรือบอกว่าถึงเวลาต้องลงมือแล้ว รูป It’s about time ตามด้วยประธานและกริยารูปอดีต เช่น we started พูดถึงสิ่งที่ควรทำตอนนี้ ไม่ได้เล่าว่าเริ่มไปแล้ว หากแค่บอกถึงเวลาตามปกติ ใช้ It’s time จะตรงกว่าและไม่สื่อความหงุดหงิดเท่ากัน
หมายเหตุ: มักมีน้ำเสียงบ่น ทวง หรือประชดว่าเรื่องนั้นควรเกิดนานแล้ว ใช้กับคนไม่สนิทอาจฟังแรง
ประโยคการใช้งาน
-
เพื่อนมาสาย
A: I'm here. Sorry I kept you waiting.
(แปล: ฉันมาแล้ว ขอโทษที่ให้รอ)
B: It's about time! The film starts in five minutes.
(แปล: มาสักที อีกห้านาทีหนังจะเริ่มแล้ว)
คำอธิบาย: B บ่นเรื่องที่รอเพื่อน น้ำเสียงนี้เหมาะกับบทสนทนาคนสนิทมากกว่าการต้อนรับสุภาพ (บริบท: มาถึงเสียที)
-
รอซ่อมลิฟต์
A: The lift is finally working again.
(แปล: ลิฟต์กลับมาใช้ได้สักที)
B: It's about time. We've been using the stairs for weeks.
(แปล: ได้สักที เราเดินขึ้นบันไดกันมาหลายสัปดาห์แล้ว)
คำอธิบาย: B แสดงความโล่งใจปนบ่นว่าการแก้ปัญหาใช้เวลานาน (บริบท: ควรซ่อมเสร็จนานแล้ว)
-
ยอมขอโทษ
A: I finally apologized for what I said.
(แปล: ในที่สุดฉันก็ขอโทษเรื่องที่พูดไปแล้ว)
B: It's about time. She was really hurt.
(แปล: ควรขอโทษตั้งนานแล้ว เธอเสียใจมากนะ)
คำอธิบาย: B วิจารณ์ความล่าช้าในการขอโทษ ไม่ได้ชมการตัดสินใจอย่างเดียว (บริบท: ควรขอโทษตั้งนานแล้ว)
-
ได้รับคำตอบ
A: They've replied to our message at last.
(แปล: ในที่สุดเขาก็ตอบข้อความเราแล้ว)
B: It's about time. We sent it last month.
(แปล: ตอบสักที เราส่งไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว)
คำอธิบาย: B มองว่าควรได้คำตอบเร็วกว่านี้ จึงใช้คำอุทานเชิงบ่น (บริบท: คำตอบมาช้ากว่าที่ควร)
-
รออุปกรณ์ทดแทน
A: The office has ordered new chairs.
(แปล: สำนักงานสั่งเก้าอี้ใหม่แล้ว)
B: It's about time. These ones are falling apart.
(แปล: ได้สักที ตัวเก่าพวกนี้จะพังอยู่แล้ว)
คำอธิบาย: B เห็นว่าการเปลี่ยนเก้าอี้เลยเวลาที่เหมาะสมมาแล้ว (บริบท: ได้ของที่ควรเปลี่ยนนานแล้ว)
-
เริ่มงานที่เลื่อนมานาน
A: We've talked about this project for months.
(แปล: เราคุยเรื่องโครงการนี้มาหลายเดือนแล้ว)
B: It's about time we started.
(แปล: ถึงเวลาที่เราควรเริ่มเสียที)
คำอธิบาย: started เป็นรูปอดีตในโครงสร้างนี้ แต่ B กำลังชวนให้เริ่มตอนนี้ ไม่ได้บอกว่าเริ่มไปแล้ว (บริบท: ควรเริ่มลงมือแล้ว)
-
จัดห้องรก
A: I can't find anything in this room.
(แปล: ฉันหาอะไรในห้องนี้ไม่เจอเลย)
B: It's about time we tidied it up.
(แปล: ถึงเวลาที่เราควรจัดห้องได้แล้ว)
คำอธิบาย: B รวมตัวเองด้วย we จึงเป็นการชวนรับผิดชอบร่วมกันแม้มีน้ำเสียงบ่น (บริบท: ควรจัดห้องได้แล้ว)
-
เปลี่ยนอุปกรณ์เสียบ่อย
A: This kettle has stopped working again.
(แปล: กาต้มน้ำนี้เสียอีกแล้ว)
B: It's about time we replaced it.
(แปล: เราควรเปลี่ยนมันได้แล้ว)
คำอธิบาย: replaced ไม่ใช่การเล่าว่าเปลี่ยนไปแล้ว แต่บอกว่าควรลงมือเปลี่ยนตอนนี้ (บริบท: ควรเปลี่ยนได้แล้ว)
-
คืนของที่ยืม
A: I've still got your sister's book.
(แปล: ฉันยังมีหนังสือของพี่สาวคุณอยู่เลย)
B: It's about time you returned it.
(แปล: คุณควรคืนเขาได้แล้ว)
คำอธิบาย: B ทวงอย่างตรงๆ ว่ายืมนานเกินไป จึงอาจฟังตำหนิ (บริบท: ควรคืนของให้เจ้าของ)
-
นัดพบที่เลื่อนบ่อย
A: We keep saying we should meet for coffee.
(แปล: เราพูดกันตลอดว่าควรนัดกินกาแฟ)
B: It's about time we actually did. How about Sunday?
(แปล: ถึงเวลาที่เราควรนัดกันจริงๆ เสียที วันอาทิตย์ดีไหม)
คำอธิบาย: B ใช้ท่าทีเป็นกันเองชวนทำสิ่งที่ผัดไว้ ไม่จำเป็นต้องโกรธทุกครั้งที่ใช้วลีนี้ (บริบท: ควรได้เจอกันเสียที)
วลีใกล้เคียง
It's high time
❬อิทส์-ไฮ-ไทม์❭
ความหมาย: ถึงเวลาที่ควรทำอย่างยิ่งแล้ว
A: The storage room is packed with broken equipment.
(แปล: ห้องเก็บของเต็มไปด้วยอุปกรณ์พัง)
B: It's high time we cleared it out.
(แปล: ถึงเวลาที่เราควรเคลียร์มันเสียทีแล้ว)
คำอธิบาย: It's high time เน้นว่าเรื่องนั้นควรทำได้แล้วอย่างชัดเจน ใกล้กับการใช้ It's about time ตามด้วยประธานและกริยารูปอดีต
Better late than never
❬เบท-เทอร์-เลท-แดน-เนฟ-เวอร์❭
ความหมาย: ช้าก็ยังดีกว่าไม่ทำ
A: I finally learned to ride a bicycle.
(แปล: ในที่สุดฉันก็หัดขี่จักรยานเป็นแล้ว)
B: Better late than never! Shall we go for a ride?
(แปล: ช้าก็ยังดีกว่าไม่ทำนะ ไปปั่นกันไหม)
คำอธิบาย: วลีนี้มองบวกว่าทำช้ายังมีค่า ส่วน It's about time มักเน้นว่าควรทำเร็วกว่านี้