You never know
ความหมาย: ไม่แน่นะ, อะไรก็เกิดขึ้นได้, ใครจะไปรู้
การใช้งาน: ใช้ชี้ว่าผลลัพธ์อาจต่างจากที่คาด บางครั้งให้กำลังใจให้ลอง บางครั้งเตือนให้เผื่อความไม่แน่นอน ประโยคถัดไปมักระบุสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
หมายเหตุ: มักใช้พูดถึงสิ่งที่ยังคาดเดาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแน่หรือมีโอกาสสูง
ประโยคการใช้งาน
-
ชวนส่งผลงานประกวด
A: I don’t think my photo will win.
(แปล: ฉันไม่คิดว่ารูปของฉันจะชนะหรอก)
B: You never know. The judges might love it.
(แปล: ไม่แน่นะ กรรมการอาจชอบมากก็ได้)
คำอธิบาย: ให้กำลังใจโดยเปิดโอกาสที่ยังไม่รู้ผล ไม่ได้รับรองว่าจะชนะ (บริบท: ยังมีความเป็นไปได้แม้ไม่มั่นใจ)
-
ลองติดต่อเพื่อนเก่า
A: She probably won’t remember me.
(แปล: เธอคงจำฉันไม่ได้แล้ว)
B: You never know. Try sending a short message.
(แปล: ไม่แน่นะ ลองส่งข้อความสั้น ๆ ไปดูสิ)
คำอธิบาย: ชวนให้ลองเพราะยังสรุปไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจำได้หรือไม่ (บริบท: อาจติดต่อกันได้อีก)
-
เผื่อเจอร้านเปิด
A: I expect all the shops will be closed by now.
(แปล: ฉันคิดว่าตอนนี้ร้านค้าคงปิดหมดแล้ว)
B: You never know. There may be one open near the station.
(แปล: ไม่แน่นะ อาจมีร้านแถวสถานีที่ยังเปิดอยู่)
คำอธิบาย: may แสดงความเป็นไปได้ ผู้พูดยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าร้านใดเปิด (บริบท: ผลจริงอาจต่างจากที่คิด)
-
พกร่มเผื่ออากาศเปลี่ยน
A: The sky looks clear. Do we need an umbrella?
(แปล: ฟ้าดูโปร่ง เราต้องเอาร่มไปไหม)
B: I’ll bring a small one. You never know.
(แปล: ฉันจะเอาคันเล็กไปด้วย อะไรก็เกิดขึ้นได้)
คำอธิบาย: ผู้พูดเผื่อฝนโดยไม่ยืนยันว่าฝนจะตกแน่นอน (บริบท: เผื่อสิ่งที่คาดเดาไม่ได้)
-
สมัครงานที่ยังไม่มั่นใจ
A: They probably have hundreds of applicants.
(แปล: พวกเขาคงมีผู้สมัครหลายร้อยคนแล้ว)
B: You never know. Your experience might be just what they need.
(แปล: ไม่แน่นะ ประสบการณ์ของคุณอาจตรงกับที่เขาต้องการพอดี)
คำอธิบาย: เป็นกำลังใจให้พิจารณาสมัคร ไม่ใช่การทำนายว่าจะได้งาน (บริบท: อย่าเพิ่งตัดความเป็นไปได้)
-
นำสายชาร์จติดไป
A: We’ll only be out for an hour.
(แปล: เราออกไปแค่ชั่วโมงเดียวเอง)
B: I’m taking my charger anyway. You never know.
(แปล: ถึงอย่างนั้นฉันก็จะเอาที่ชาร์จไปด้วย เผื่อมีอะไรเปลี่ยนไป)
คำอธิบาย: คำแปลปรับให้เข้ากับการเผื่อเหตุการณ์ เช่น อาจต้องอยู่นอกบ้านนานขึ้น (บริบท: เผื่อความจำเป็นระหว่างวัน)
-
รอฟังการตัดสินใจของเพื่อน
A: He said he wasn’t interested in joining us.
(แปล: เขาบอกว่าไม่สนใจไปกับเรา)
B: You never know. He might change his mind.
(แปล: ไม่แน่นะ เขาอาจเปลี่ยนใจก็ได้)
คำอธิบาย: ผู้พูดเสนอเพียงความเป็นไปได้ ไม่ได้บอกให้กดดันคนที่ปฏิเสธ (บริบท: ยังสรุปใจคนอื่นไม่ได้)
-
เก็บของที่อาจได้ใช้
A: Do we really need to keep this spare cable?
(แปล: เราจำเป็นต้องเก็บสายสำรองเส้นนี้จริงหรือ)
B: You never know. It could come in handy.
(แปล: ไม่แน่นะ มันอาจมีประโยชน์ขึ้นมาก็ได้)
คำอธิบาย: กล่าวถึงประโยชน์ที่ยังไม่เกิด ไม่ได้พิสูจน์ว่าของนั้นจำเป็นเสมอ (บริบท: อาจมีประโยชน์ในอนาคต)
-
ลุ้นที่นั่งว่างก่อนงาน
A: The workshop is fully booked.
(แปล: เวิร์กช็อปมีคนจองเต็มแล้ว)
B: You never know. Someone might cancel.
(แปล: ไม่แน่นะ อาจมีคนยกเลิกก็ได้)
คำอธิบาย: เหตุการณ์ที่หวังยังไม่มีหลักฐานว่าจะเกิด จึงไม่เท่ากับยืนยันว่ามีที่ว่าง (บริบท: อาจมีการยกเลิก)
-
คาดเดาความชอบเรื่องอาหาร
A: I’ve never liked mushrooms, so I doubt I’ll enjoy this.
(แปล: ฉันไม่เคยชอบเห็ด เลยคิดว่าคงไม่ชอบจานนี้)
B: You never know. It’s cooked differently here.
(แปล: ไม่แน่นะ ที่นี่เขาปรุงต่างออกไป)
คำอธิบาย: ชวนเปิดใจต่อผลที่อาจเปลี่ยน แต่การตัดสินใจลองยังเป็นของผู้ฟัง (บริบท: ผลอาจไม่เหมือนที่คาด)
วลีใกล้เคียง
Who knows
❬ฮู-โนซ❭
ความหมาย: ใครจะไปรู้
A: Will the weather stay like this all week?
(แปล: อากาศจะเป็นแบบนี้ทั้งสัปดาห์ไหม)
B: Who knows? It changes so quickly.
(แปล: ใครจะไปรู้ มันเปลี่ยนเร็วเหลือเกิน)
คำอธิบาย: เน้นว่าไม่มีคำตอบแน่ชัด ส่วน You never know มักเปิดความเป็นไปได้ที่คนอาจมองข้ามหรือใช้ให้กำลังใจให้ลอง
Time will tell
❬ไทม์-วิล-เทล❭
ความหมาย: เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
A: Do you think the new timetable will work?
(แปล: คุณคิดว่าตารางเวลาใหม่จะได้ผลไหม)
B: Time will tell. We need to try it first.
(แปล: เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เราต้องลองใช้ก่อน)
คำอธิบาย: เน้นว่าต้องรอจึงจะรู้ผล ส่วน You never know เน้นความไม่แน่นอนหรือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในตอนนี้