Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Be like

❬บี-ไลค์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: พูดหรือมีท่าทีแบบที่เล่า, คล้ายกับหรือราวกับ

การใช้งาน: ในภาษาพูด be like ตามด้วยคำพูดหรือข้อความแทนปฏิกิริยา เช่น I was like, “Really?” อาจย่อใจความหรือเล่าความคิดที่ไม่ได้พูดออกมา จึงไม่ควรใช้เป็นหลักฐานคำพูดตรงโดยลำพัง เปลี่ยน be ตามประธานและเวลาได้ หากตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคอาจหมายถึงคล้ายกับหรือราวกับ ต้องดูบริบท ไม่ได้ใช้ like เป็นคำว่าชอบในโครงนี้

หมายเหตุ: ระดับเป็นกันเองในความหมายเล่าคำพูดหรือปฏิกิริยา ส่วนความหมายคล้ายกันเป็นการใช้ทั่วไป ไม่จำเป็นว่าข้อความที่ตามมาเป็นคำพูดตรงทุกคำ

ประโยคการใช้งาน

  1. เล่าราคาที่เห็นในร้าน

    A: Why did you call me from the shop?

    (แปล: ทำไมโทรหาฉันจากร้าน)

    B: I saw the price and was like, “That can’t be right!”

    (แปล: ฉันเห็นราคาแล้วก็ประมาณว่า ราคานี้ไม่น่าใช่นะ)

    คำอธิบาย: เล่าปฏิกิริยาโดยไม่รับรองว่าออกเสียงตรงทุกคำ (บริบท: เล่าปฏิกิริยาประหลาดใจ)

  2. ย่อคำตอบของเพื่อน

    A: What did Mia think of moving the picnic indoors?

    (แปล: มีอาคิดอย่างไรกับการย้ายปิกนิกเข้าอาคาร)

    B: She was like, “Let’s do it before everything gets wet.”

    (แปล: เธอพูดประมาณว่า รีบย้ายก่อนทุกอย่างจะเปียกเถอะ)

    คำอธิบาย: was like นำใจความคำตอบ ไม่ใช่เปรียบหน้าตาของมีอา (บริบท: เล่าใจความที่อีกคนพูด)

  3. เล่าความคิดในใจ

    A: Were you nervous when the lights went out on stage?

    (แปล: ตอนแสงบนเวทีดับคุณประหม่าไหม)

    B: I was like, “Please let this be part of the show.”

    (แปล: ฉันนึกประมาณว่า ขอให้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเถอะ)

    คำอธิบาย: ข้อความอาจเป็นความคิด ไม่จำเป็นมีใครได้ยิน (บริบท: ปฏิกิริยาที่ไม่ได้พูดออกมา)

  4. เล่าความตื่นเต้นตอนเห็นของขวัญ

    A: Did your brother enjoy the surprise?

    (แปล: พี่ชายชอบเซอร์ไพรส์ไหม)

    B: He was like, “Wow, you made this yourself?”

    (แปล: เขาพูดประมาณว่า ว้าว คุณทำเองหรือ)

    คำอธิบาย: บริบทของขวัญทำให้รู้ว่าเล่าความตื่นเต้น (บริบท: ถ่ายทอดอารมณ์ของอีกคน)

  5. คาดปฏิกิริยาที่อาจเกิด

    A: Is the view really worth the climb?

    (แปล: วิวคุ้มที่จะปีนขึ้นไปจริงไหม)

    B: You’ll be like, “I’m so glad I came,” when you see it.

    (แปล: พอเห็นคุณคงจะประมาณว่า ดีใจจังที่มา)

    คำอธิบาย: will คาดท่าทีในอนาคต ไม่ใช่บันทึกคำพูดที่เกิดแล้ว (บริบท: เล่าเหตุการณ์สมมุติ)

  6. พูดถึงท่าทีที่ไม่อยากให้ใช้

    A: How should I respond if someone asks for help?

    (แปล: ถ้ามีคนขอความช่วยเหลือควรตอบอย่างไร)

    B: Don’t be like, “Not my job.” Find out what they need first.

    (แปล: อย่าพูดทำนองว่า ไม่ใช่งานฉัน ลองถามก่อนว่าเขาต้องการอะไร)

    คำอธิบาย: ยกตัวอย่างน้ำเสียงที่ไม่เหมาะ ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังเคยพูดแบบนั้น (บริบท: เตือนวิธีตอบคนอื่น)

  7. เปรียบลักษณะกับคนในครอบครัว

    A: Does Sam resemble his dad?

    (แปล: แซมคล้ายพ่อไหม)

    B: He’s like his dad in the way he tells stories.

    (แปล: เขาคล้ายพ่อในวิธีเล่าเรื่อง)

    คำอธิบาย: ตามด้วยบุคคลและด้านที่คล้าย จึงไม่ได้แปลว่าพ่อพูดอะไร (บริบท: คล้ายกันในด้านที่ระบุ)

  8. รู้สึกราวกับอยู่อีกที่

    A: How does the restored theatre feel?

    (แปล: โรงละครที่บูรณะแล้วให้ความรู้สึกอย่างไร)

    B: It’s like we’ve stepped into another century.

    (แปล: มันราวกับเราเดินเข้ามาในอีกยุคหนึ่ง)

    คำอธิบาย: อนุประโยคหลัง like เปรียบความรู้สึก ไม่ใช่เดินทางข้ามเวลาจริง (บริบท: เปรียบสภาพแวดล้อม)

  9. บอกพฤติกรรมที่เป็นลักษณะประจำ

    A: You brought extra chairs in case more people came.

    (แปล: คุณเอาเก้าอี้เผื่อคนมาเพิ่มด้วย)

    B: It’s just like you to think of everyone.

    (แปล: เป็นนิสัยคุณเลยที่คิดถึงทุกคน)

    คำอธิบาย: like you to ทำสิ่งหนึ่งชี้ลักษณะที่รู้จัก ไม่ใช่เล่าคำพูด (บริบท: เป็นนิสัยของคนหนึ่ง)

  10. ตรวจว่าคำพูดเป็นคำตรงหรือใจความ

    A: You said he was like, “I’m never coming back.” Did he use those exact words?

    (แปล: คุณเล่าว่าเขาพูดประมาณว่า จะไม่กลับมาอีก เขาพูดตรงคำนั้นเลยหรือ)

    B: No, that was my summary of his reaction.

    (แปล: ไม่ นั่นเป็นการสรุปปฏิกิริยาของเขาจากฉัน)

    คำอธิบาย: คำตอบยืนยันข้อจำกัดของการเล่าด้วย was like (บริบท: ไม่เหมาคำเล่าเป็นคำอ้างตรง)

วลีใกล้เคียง

Say

❬เซย์❭

ความหมาย: พูดหรือบอกข้อความ

A: What did the note say?

(แปล: ข้อความเขียนว่าอะไร)

B: It said the workshop would start at ten.

(แปล: มันบอกว่ากิจกรรมจะเริ่มสิบโมง)

คำอธิบาย: Say ใช้กับคำพูดหรืองานเขียนได้กว้างกว่า และใช้ในรายงานได้ ส่วน be like ที่เล่าคำพูดมีน้ำเสียงกันเองมาก

As if

❬แอซ-อิฟ❭

ความหมาย: ราวกับว่า

A: Why is everyone carrying a torch?

(แปล: ทำไมทุกคนถือไฟฉาย)

B: They’re walking as if the power has already failed.

(แปล: พวกเขาเดินราวกับว่าไฟดับไปแล้ว)

คำอธิบาย: As if ใกล้กับ be like ในความหมายเปรียบสภาพ แต่ไม่ได้ใช้แทนโครงเล่าคำพูดทุกกรณี