Be on days
ความหมาย: ทำงานกะกลางวัน
การใช้งาน: ใช้ be on days เมื่อบริบทเป็นงานที่แบ่งกะ เปลี่ยนเป็น I’m, she’s, we were หรือ will be ตามเวลา ไม่ใช้ days เพียงเพราะทำกิจกรรมตอนกลางวัน และอย่าสับสนกับ on Tuesday ที่ระบุวันในสัปดาห์ การอยู่กะกลางวันไม่ได้บอกว่าหยุดเสาร์อาทิตย์หรือทำงานจากที่ไหน
หมายเหตุ: เป็นภาษาพูดเรื่องตารางกะ เวลาเริ่มและเลิกขึ้นกับสถานที่ทำงาน ไม่ได้หมายถึงทำงานเฉพาะวันธรรมดา
ประโยคการใช้งาน
-
นัดกินข้าวหลังเลิกงาน
A: Could we have dinner at seven?
(แปล: เรากินข้าวเย็นตอนหนึ่งทุ่มได้ไหม)
B: Yes, I’m on days this week and finish at five.
(แปล: ได้ สัปดาห์นี้ฉันทำงานกะกลางวันและเลิกห้าโมง)
คำอธิบาย: เวลาเลิกมาจากข้อมูลที่ผู้พูดเติม ไม่ใช่ความหมายตายตัวของวลี (บริบท: กะกลางวันมีเวลาเลิกที่ระบุ)
-
ไม่ว่างรับโทรศัพท์ตอนสาย
A: Can I call you at ten tomorrow morning?
(แปล: พรุ่งนี้สิบโมงเช้าโทรหาได้ไหม)
B: I’m on days, so I’ll be working then.
(แปล: ฉันทำงานกะกลางวัน ตอนนั้นจึงกำลังทำงาน)
คำอธิบาย: คำตอบชี้ตารางงาน ไม่ใช่ไม่ชอบคุยตอนกลางวัน (บริบท: กำลังเข้ากะกลางวัน)
-
ถามเรื่องทำงานวันเสาร์
A: You’re on days, so are all your weekends free?
(แปล: คุณทำงานกะกลางวัน งั้นหยุดทุกสุดสัปดาห์หรือ)
B: No, I’m working this Saturday.
(แปล: ไม่ เสาร์นี้ฉันทำงาน)
คำอธิบาย: แยกชนิดกะจากวันหยุดของตาราง (บริบท: กลางวันไม่เท่ากับวันธรรมดา)
-
สลับจากกะกลางคืนชั่วคราว
A: Why are you home in the evening this week?
(แปล: ทำไมสัปดาห์นี้อยู่บ้านตอนเย็น)
B: I’m on days while a colleague is away.
(แปล: ฉันทำงานกะกลางวันระหว่างเพื่อนร่วมงานไม่อยู่)
คำอธิบาย: while จำกัดช่วงเวลา ไม่ยืนยันว่าจะอยู่กะนี้ถาวร (บริบท: ได้รับตารางกะใหม่)
-
วางเวลาไปรับของ
A: When can you collect the repaired chair?
(แปล: คุณไปรับเก้าอี้ที่ซ่อมได้เมื่อไร)
B: I’m on days tomorrow. Could I come after six?
(แปล: พรุ่งนี้ฉันทำงานกะกลางวัน ไปหลังหกโมงได้ไหม)
คำอธิบาย: ผู้พูดเสนอเวลาที่เหมาะกับตารางของตน ไม่ใช่ข้อกำหนดร้าน (บริบท: เลือกช่วงนอกกะ)
-
ส่งต่องานให้คนกะเดียวกัน
A: Who can show me the new storage area?
(แปล: ใครพาไปดูที่เก็บของใหม่ได้บ้าง)
B: Ask Lee. She’s on days with you this month.
(แปล: ถามลี เธอทำงานกะกลางวันกับคุณเดือนนี้)
คำอธิบาย: she’s เปลี่ยนประธานแต่คงความหมายเรื่องกะ (บริบท: ระบุคนที่ทำกะกลางวัน)
-
นัดเดินเล่นตอนเช้า
A: Is Tuesday good for a morning walk?
(แปล: วันอังคารเหมาะจะเดินตอนเช้าไหม)
B: Not for me. I’m on days and Tuesday is a workday.
(แปล: ฉันไม่สะดวก ฉันทำงานกะกลางวันและวันอังคารเป็นวันทำงาน)
คำอธิบาย: ผู้พูดระบุทั้งกะและวันทำงาน จึงรู้ข้อจำกัดจริง (บริบท: ต้องดูวันว่างแยกจากกะ)
-
ทำงานกะจากบ้าน
A: Are you still on days while working from home?
(แปล: ตอนทำงานจากบ้านคุณยังทำงานกะกลางวันหรือ)
B: Yes, the location changed, but my hours didn’t.
(แปล: ใช่ เปลี่ยนที่ทำงาน แต่เวลางานไม่เปลี่ยน)
คำอธิบาย: อยู่บ้านหรือสำนักงานเป็นอีกข้อมูลหนึ่ง (บริบท: กะไม่ได้ระบุสถานที่)
-
เล่าตารางงานที่ผ่านมา
A: Did you see the evening classes advertised last month?
(แปล: เห็นโฆษณาชั้นเรียนตอนเย็นเดือนก่อนหรือเปล่า)
B: Yes, I was on days then, so I could attend.
(แปล: เห็น ตอนนั้นฉันทำงานกะกลางวันจึงไปเรียนได้)
คำอธิบาย: was วางตารางในอดีต ไม่ยืนยันตารางปัจจุบัน (บริบท: เคยทำกะกลางวัน)
-
ชี้แจงคำที่คนฟังไม่คุ้น
A: When you say you’re on days, do you mean every day?
(แปล: ที่บอกว่า on days หมายถึงทุกวันหรือ)
B: No, I mean I’m assigned to the daytime shift.
(แปล: ไม่ ฉันหมายถึงถูกจัดให้ทำงานกะกลางวัน)
คำอธิบาย: คำตอบตัดความเข้าใจผิดว่า days บอกจำนวนวันทำงาน (บริบท: อธิบายว่าหมายถึงกะ)
วลีใกล้เคียง
Work the day shift
❬เวิร์ค-เธอะ-เดย์-ชิฟท์❭
ความหมาย: ทำงานกะกลางวัน
A: Why can’t Pat join us before lunch?
(แปล: ทำไมแพตมาร่วมก่อนเที่ยงไม่ได้)
B: Pat works the day shift at the warehouse.
(แปล: แพตทำงานกะกลางวันที่คลังสินค้า)
คำอธิบาย: ขยายชื่อกะตรง ๆ จึงชัดกว่า be on days สำหรับคนไม่คุ้นภาษางานกะ
Be on nights
❬บี-ออน-ไนท์ซ❭
ความหมาย: ทำงานกะกลางคืน
A: Can we meet late tonight?
(แปล: คืนนี้ดึก ๆ เจอกันได้ไหม)
B: No, I’m on nights this week.
(แปล: ไม่ได้ สัปดาห์นี้ฉันทำงานกะกลางคืน)
คำอธิบาย: เป็นคู่ตรงข้ามด้านช่วงกะ ไม่ใช่คำพ้อง และทั้งสองวลีไม่ระบุเวลาเริ่มเลิกแน่นอน