Fill me in
ความหมาย: เล่าให้ฉันฟังหน่อย, ช่วยบอกข้อมูลที่ฉันยังไม่รู้ด้วย
การใช้งาน: ใช้ขอให้คนที่รู้เรื่องช่วยสรุปเหตุการณ์ รายละเอียด หรือความคืบหน้าให้ฟัง มักใช้หลังพลาดการประชุมหรือการสนทนา จะพูด Could you fill me in? เพื่อให้นุ่มนวลขึ้นก็ได้
หมายเหตุ: ใช้ขอข้อมูลที่ตนพลาดหรือยังไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงกรอกแบบฟอร์ม และอาจเติม on ตามด้วยเรื่องที่ต้องการรู้
ประโยคการใช้งาน
-
ตามเรื่องประชุม
A: I missed the team meeting. Could you fill me in?
(แปล: ฉันไม่ได้เข้าประชุมทีม ช่วยสรุปเรื่องให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม)
B: Sure. We moved the deadline to Friday.
(แปล: ได้เลย เราเลื่อนกำหนดส่งเป็นวันศุกร์)
คำอธิบาย: ผู้พูดต้องการสาระจากการประชุม ไม่ได้ขอให้คนอื่นเข้าประชุมแทน (บริบท: ขอสรุปสิ่งที่พลาด)
-
กลับจากวันหยุด
A: A lot happened while you were away.
(แปล: มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะเลยตอนคุณไม่อยู่)
B: Fill me in over lunch.
(แปล: เล่าให้ฉันฟังหน่อยตอนกินมื้อกลางวัน)
คำอธิบาย: ระบุเวลาที่สะดวกฟังเรื่อง ไม่ได้แปลว่าต้องเล่าทุกรายละเอียดทันที (บริบท: ขอข้อมูลช่วงที่ไม่อยู่)
-
ร่วมวางแผนเดินทาง
A: Have you heard about our weekend trip?
(แปล: ได้ยินเรื่องทริปสุดสัปดาห์ของเราหรือยัง)
B: Only a little. Fill me in on the plan.
(แปล: ได้ยินมานิดหน่อย ช่วยเล่าแผนให้ฉันฟังหน่อย)
คำอธิบาย: on the plan ระบุหัวข้อที่ต้องการรู้ (บริบท: ขอรายละเอียดแผน)
-
สายหลุดระหว่างคุย
A: My connection dropped. Can you fill me in?
(แปล: เน็ตฉันหลุด ช่วยเล่าส่วนที่ฉันพลาดให้ฟังได้ไหม)
B: We agreed to meet at the north entrance.
(แปล: เราตกลงว่าจะเจอกันที่ทางเข้าฝั่งเหนือ)
คำอธิบาย: ขอเนื้อหาที่หายไปช่วงสัญญาณขาด ไม่จำเป็นต้องเริ่มคุยใหม่ทั้งหมด (บริบท: ขอข้อมูลที่ฟังไม่ทัน)
-
รับงานต่อจากเพื่อน
A: I'm taking over the booking. Please fill me in.
(แปล: ฉันจะรับช่วงเรื่องจองต่อ ช่วยบอกข้อมูลให้ฉันด้วยนะ)
B: The room is booked, but we haven't ordered lunch.
(แปล: จองห้องแล้ว แต่เรายังไม่ได้สั่งอาหารกลางวัน)
คำอธิบาย: ใช้ขอข้อมูลเพื่อทำงานต่อได้โดยไม่ตกหล่น (บริบท: ขอสถานะงาน)
-
ถามเรื่องข่าวดี
A: Maya has some exciting news.
(แปล: มายามีข่าวน่าตื่นเต้นด้วยนะ)
B: Really? Fill me in!
(แปล: จริงเหรอ เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ)
คำอธิบาย: น้ำเสียงตื่นเต้นทำให้เป็นคำชวนเล่าเรื่องอย่างสนิทสนม (บริบท: ขอรู้เรื่องให้มากขึ้น)
-
เข้าโครงการใหม่
A: Could you fill me in on the project before tomorrow?
(แปล: ช่วยเล่าเรื่องโครงการให้ฉันฟังก่อนพรุ่งนี้ได้ไหม)
B: Of course. I'll explain the goals and who's involved.
(แปล: ได้เลย ฉันจะอธิบายเป้าหมายกับคนที่เกี่ยวข้องให้ฟัง)
คำอธิบาย: ผู้พูดอาจยังไม่มีพื้นฐานเลยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเคยอยู่ในวงสนทนา (บริบท: ขอข้อมูลพื้นฐาน)
-
ตามเรื่องซ่อมบ้าน
A: The builder called while you were out.
(แปล: ช่างโทรมาตอนคุณออกไปข้างนอก)
B: Fill me in. Did he confirm a date?
(แปล: เล่าให้ฉันฟังหน่อย เขายืนยันวันมาหรือยัง)
คำอธิบาย: คำถามถัดไปบอกข้อมูลเฉพาะที่อยากได้ (บริบท: ขอความคืบหน้า)
-
ไม่ได้ดูช่วงต้นเกม
A: I only caught the last ten minutes. Fill me in.
(แปล: ฉันได้ดูแค่สิบนาทีสุดท้าย เล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น)
B: We scored twice in the first half.
(แปล: ทีมเราทำได้สองประตูในครึ่งแรก)
คำอธิบาย: ใช้ขอเหตุการณ์ที่เกิดก่อนช่วงที่ตนได้ดู (บริบท: ขอสรุปเหตุการณ์)
-
ขอคุยเป็นการส่วนตัว
A: It's a long story, and the train's here.
(แปล: เรื่องมันยาว แล้วรถไฟก็มาถึงแล้วด้วย)
B: Okay, fill me in later.
(แปล: โอเค ไว้เล่าให้ฉันฟังทีหลังนะ)
คำอธิบาย: later เลื่อนการรับข้อมูลออกไป โดยยังแสดงว่าอยากรู้เรื่อง (บริบท: ขอรายละเอียดภายหลัง)
วลีใกล้เคียง
Keep me posted
❬คีพ-มี-โพส-ทิด❭
ความหมาย: ช่วยแจ้งความคืบหน้าให้ฉันทราบด้วย
A: The repair may take a few days.
(แปล: การซ่อมอาจใช้เวลาหลายวัน)
B: Keep me posted, please.
(แปล: ช่วยแจ้งความคืบหน้าให้ฉันทราบด้วยนะ)
คำอธิบาย: เน้นข่าวใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ส่วน Fill me in มักขอข้อมูลที่มีอยู่แล้วแต่ตนยังไม่รู้
Let me know
❬เล็ท-มี-โนว❭
ความหมาย: บอกฉันด้วย
A: I'll check whether the room is free.
(แปล: ฉันจะดูว่าห้องว่างไหม)
B: Thanks. Let me know.
(แปล: ขอบคุณนะ บอกฉันด้วย)
คำอธิบาย: ใช้ขอให้แจ้งข้อมูลหรือคำตอบได้กว้างกว่า ไม่จำเป็นต้องสรุปเรื่องราวให้ตามทัน