Get on like a house on fire
ความหมาย: เข้ากันได้ดีมากอย่างรวดเร็ว, สนิทและถูกคอกันเป็นพิเศษ
การใช้งาน: ใช้กับคนที่พบกันแล้วมีเรื่องคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ รูปอดีตคือ got on like a house on fire ใช้เล่าความสัมพันธ์อย่างเป็นกันเอง ส่วน like a house on fire ที่ไม่มี get on อาจขยายความเร็วของกิจกรรมอื่นได้
หมายเหตุ: เป็นภาพเปรียบถึงความเข้ากันได้อย่างรวดเร็วและคึกคัก ไม่ได้หมายถึงทะเลาะกันหรือเกิดไฟไหม้
ประโยคการใช้งาน
-
จับคู่เพื่อนร่วมชั้น
A: How are the new project partners doing?
(แปล: คู่ทำโครงงานใหม่เป็นยังไงบ้าง)
B: They get on like a house on fire. They’re always swapping ideas.
(แปล: พวกเขาเข้ากันได้ดีมาก แลกไอเดียกันตลอดเลย)
คำอธิบาย: การคุยงานอย่างคึกคักช่วยสื่อความเข้ากันได้ของทั้งคู่ (บริบท: ถูกคอทันทีที่ได้ทำงานร่วมกัน)
-
พาเพื่อนไปพบครอบครัว
A: Did your brother like my friend?
(แปล: พี่ชายเธอชอบเพื่อนฉันไหม)
B: They got on like a house on fire and stayed up talking.
(แปล: พวกเขาถูกคอกันมาก นั่งคุยจนดึกเลย)
คำอธิบาย: got เป็นอดีต เล่าความสัมพันธ์ที่เริ่มดีในครั้งที่พบกัน (บริบท: สนิทกับครอบครัวได้เร็ว)
-
พบคนรักหนังเหมือนกัน
A: I want you to meet someone from my film club.
(แปล: อยากให้เธอเจอคนหนึ่งจากชมรมหนังของฉัน)
B: Do you think we’ll get on like a house on fire?
(แปล: คิดว่าเราจะถูกคอกันมากเลยไหม)
คำอธิบาย: เป็นคำถามคาดการณ์ก่อนรู้จักอีกฝ่ายจริง (บริบท: เริ่มคุยได้ไม่หยุด)
-
เพื่อนบ้านเริ่มรู้จักกัน
A: You and the new neighbour seem close already.
(แปล: เธอกับเพื่อนบ้านใหม่ดูสนิทกันแล้วนะ)
B: We get on like a house on fire. We both love growing vegetables.
(แปล: เราเข้ากันได้ดีมาก ต่างคนต่างชอบปลูกผัก)
คำอธิบาย: ความสนใจร่วมอธิบายเหตุที่ความสัมพันธ์พัฒนาเร็ว (บริบท: สนิทกันจากกิจกรรมร่วม)
-
เพื่อนต่างวัย
A: Is the age gap awkward?
(แปล: อายุต่างกันแล้วคุยกันเกร็งไหม)
B: Not at all. We get on like a house on fire.
(แปล: ไม่เลย เราถูกคอกันมาก)
คำอธิบาย: วลีบอกคุณภาพความสัมพันธ์ ไม่จำกัดว่าต้องวัยเดียวกัน (บริบท: ถูกคอกันแม้อายุต่างกัน)
-
วงดนตรีได้สมาชิกใหม่
A: How did the singer and drummer get along?
(แปล: นักร้องกับมือกลองเข้ากันได้ไหม)
B: They got on like a house on fire from the first rehearsal.
(แปล: พวกเขาเข้ากันได้ดีมากตั้งแต่ซ้อมครั้งแรก)
คำอธิบาย: from the first rehearsal ระบุช่วงที่เริ่มถูกคอกัน (บริบท: เข้ากันได้รวดเร็วในการซ้อม)
-
พบเพื่อนร่วมทริป
A: Were you worried about travelling with strangers?
(แปล: กังวลไหมที่ต้องเที่ยวกับคนไม่รู้จัก)
B: A little, but we got on like a house on fire.
(แปล: นิดหน่อย แต่พวกเราถูกคอกันมาก)
คำอธิบาย: ใช้กับคนหลายคนในกลุ่มได้ ไม่จำกัดเพียงสองคน (บริบท: เริ่มสนิทระหว่างเดินทาง)
-
สังเกตความถูกคอของแขก
A: Have those two met before?
(แปล: สองคนนั้นเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า)
B: No, but they’re getting on like a house on fire.
(แปล: ไม่เคย แต่ตอนนี้คุยกันถูกคอมากเลย)
คำอธิบาย: รูปกำลังดำเนินอยู่เน้นสิ่งที่สังเกตเห็นในงานขณะนั้น (บริบท: แขกใหม่คุยกันคึกคัก)
-
พูดถึงความคาดหวังที่ไม่เกิดขึ้น
A: I thought you two would get on like a house on fire.
(แปล: ฉันนึกว่าเธอสองคนจะถูกคอกันมาก)
B: We’re polite to each other, but we have very different interests.
(แปล: เราสุภาพต่อกัน แต่สนใจคนละเรื่องมาก)
คำอธิบาย: คำตอบแยกการมีมารยาทออกจากความสนิทคึกคัก (บริบท: ไม่ได้สนิทกันรวดเร็วอย่างที่คิด)
-
กลับมาเจอคนที่เคยถูกคอ
A: Was the reunion awkward after so many years?
(แปล: ไม่เจอกันหลายปี งานรวมรุ่นเกร็งไหม)
B: No. We got on like a house on fire, just as before.
(แปล: ไม่เลย เราถูกคอกันมากเหมือนเมื่อก่อน)
คำอธิบาย: แม้ใช้บ่อยกับการเริ่มรู้จัก ก็ใช้เมื่อพบกันอีกแล้วกลับมาคุยได้ดีได้ (บริบท: กลับมาคุยสนิทเหมือนเดิม)
วลีใกล้เคียง
Hit it off
❬ฮิท-อิท-ออฟ❭
ความหมาย: ถูกคอกันตั้งแต่เริ่มรู้จัก
A: Did you hit it off with your new colleague?
(แปล: เธอกับเพื่อนร่วมงานใหม่ถูกคอกันไหม)
B: Yes. We spent lunch sharing travel stories.
(แปล: ใช่ เราคุยเรื่องเที่ยวกันตลอดมื้อกลางวัน)
คำอธิบาย: ใกล้เคียงมากและสั้นกว่า เน้นจุดเริ่มที่เข้ากันได้ ส่วนสำนวนหลักเน้นว่าถูกคอเป็นพิเศษ
Get along
❬เก็ต-อะ-ลอง❭
ความหมาย: อยู่ร่วมกันได้ดี
A: We get along, even though we have different tastes.
(แปล: เราเข้ากันได้ แม้รสนิยมต่างกัน)
B: That makes sharing a flat easier.
(แปล: แบบนั้นก็แชร์ห้องกันง่ายขึ้น)
คำอธิบาย: get along ไม่จำเป็นต้องสนิทอย่างรวดเร็วหรือคุยกันคึกคักเท่าสำนวนหลัก