Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

No offense

❬โน-อะ-เฟนซ์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: ไม่ได้ตั้งใจให้ขุ่นเคือง, อย่าถือสานะ - เกริ่นหรือกำกับคำพูดที่อาจกระทบความรู้สึก

การใช้งาน: ใช้ก่อนหรือหลังคำวิจารณ์ การปฏิเสธ หรือความเห็นตรง ๆ เพื่อบอกว่าไม่ได้มุ่งทำร้ายความรู้สึก มักพบในบทสนทนาเป็นกันเอง หากข้อความตามมาดูหมิ่นคนอื่น วลีนี้อาจยิ่งฟังประชด ควรวิจารณ์สิ่งที่แก้ไขได้และใช้ถ้อยคำระมัดระวัง

หมายเหตุ: สะกดแบบอังกฤษว่า No offence ได้เช่นกัน การพูดวลีนี้ไม่ได้รับประกันว่าผู้ฟังจะไม่รู้สึกเสียใจหรือถูกดูถูก

ประโยคการใช้งาน

  1. ให้ความเห็นเรื่องอาหาร

    A: How is the sauce?

    (แปล: ซอสเป็นอย่างไรบ้าง)

    B: No offense, but it's a little too salty for me.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่สำหรับฉันมันเค็มไปนิด)

    คำอธิบาย: B บอกความชอบส่วนตัวเพื่อลดการตัดสินฝีมือของ A แต่ A ยังอาจรู้สึกไม่ดีได้ (บริบท: เกริ่นคำวิจารณ์รสชาติ)

  2. ช่วยตรวจสไลด์

    A: Do these slides look ready?

    (แปล: สไลด์พวกนี้พร้อมใช้หรือยัง)

    B: No offense, but the text is too small to read.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ตัวหนังสือเล็กจนอ่านยาก)

    คำอธิบาย: B เกริ่นก่อนชี้ปัญหาที่แก้ไขได้ ไม่ได้ตำหนิความสามารถของ A ทั้งหมด (บริบท: วิจารณ์สิ่งที่ปรับปรุงได้)

  3. ปฏิเสธเพลงที่เปิด

    A: Shall I play another song by this band?

    (แปล: เปิดอีกเพลงของวงนี้ไหม)

    B: No offense, but I'd prefer something quieter.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ฉันอยากฟังอะไรที่เบากว่านี้)

    คำอธิบาย: B ไม่ต้องการให้ผู้เลือกเพลงรู้สึกถูกตำหนิ จึงเกริ่นก่อนขอเปลี่ยนแนว (บริบท: บอกความชอบที่ต่างกัน)

  4. เลือกเสื้อผ้า

    A: Does this jacket go with the trousers?

    (แปล: เสื้อตัวนี้เข้ากับกางเกงไหม)

    B: No offense, but I think the darker jacket works better.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ฉันว่าเสื้อตัวสีเข้มเข้ากว่าค่ะ)

    คำอธิบาย: B เสนอทางเลือกแทนการดูถูกหน้าตาหรือรูปร่างของ A (บริบท: ให้ความเห็นตรง ๆ กับเพื่อน)

  5. ปฏิเสธคำชวนเล่นเกม

    A: Want to play that game again?

    (แปล: อยากเล่นเกมนั้นอีกไหม)

    B: No offense, but I'd rather try a different one.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ฉันอยากลองเกมอื่นมากกว่า)

    คำอธิบาย: B ปฏิเสธกิจกรรมที่เสนอ ไม่ใช่ปฏิเสธมิตรภาพกับ A (บริบท: ไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าถูกปฏิเสธเป็นการส่วนตัว)

  6. พูดหลังคำวิจารณ์

    A: This room feels cluttered. No offense.

    (แปล: ห้องนี้ดูของแน่นไปหน่อยนะ ไม่ได้ตั้งใจให้ขุ่นเคือง)

    B: None taken. I need to clear the table.

    (แปล: ไม่ถือหรอก ฉันต้องเก็บโต๊ะหน่อยแล้ว)

    คำอธิบาย: A วางวลีหลังคำวิจารณ์ ส่วน B ตอบรับว่าไม่ขุ่นเคืองจริง ผู้พูดไม่ควรสรุปแทนผู้ฟัง (บริบท: วางวลีไว้ท้ายความเห็น)

  7. เลือกร้านนัดพบ

    A: Let's go back to my favorite café.

    (แปล: กลับไปร้านกาแฟโปรดของฉันกันเถอะ)

    B: No offense, but it was too crowded for me last time.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ครั้งก่อนคนแน่นเกินไปสำหรับฉัน)

    คำอธิบาย: B อธิบายประสบการณ์ตนแทนการบอกว่ารสนิยมของ A ไม่ดี (บริบท: ปฏิเสธตัวเลือกของเพื่อน)

  8. ขอให้ใช้คำง่ายขึ้น

    A: Was my explanation clear?

    (แปล: ฉันอธิบายชัดไหม)

    B: No offense, but I got lost in all the technical terms.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ฉันตามศัพท์เทคนิคพวกนั้นไม่ทัน)

    คำอธิบาย: B ยอมรับว่าตนตามไม่ทันและชี้จุดที่ควรปรับ ไม่โจมตีตัวผู้พูด (บริบท: เกริ่นก่อนทักเรื่องวิธีอธิบาย)

  9. ความเห็นเรื่องภาพถ่าย

    A: Should I use this photo for the invitation?

    (แปล: ใช้ภาพนี้ทำบัตรเชิญดีไหม)

    B: No offense, but the other photo is much clearer.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ภาพอีกใบชัดกว่ามาก)

    คำอธิบาย: B มีเหตุผลด้านคุณภาพภาพรองรับคำแนะนำ จึงลดความรู้สึกว่าแค่ไม่ชอบสิ่งที่ A เลือก (บริบท: บอกข้อสังเกตที่อาจทำให้ผิดหวัง)

  10. รับรู้ว่าคำพูดกระทบใจ

    A: No offense, but that idea sounds lazy.

    (แปล: อย่าถือสานะ แต่ความคิดนั้นฟังดูขี้เกียจไปหน่อย)

    B: That still hurts. Could you explain what needs improving?

    (แปล: ฟังแล้วก็ยังเสียใจนะ บอกได้ไหมว่าต้องปรับตรงไหน)

    คำอธิบาย: คำตอบของ B แสดงว่าแม้ A เกริ่นไว้ คำตัดสินว่าเกียจคร้านก็ยังทำร้ายความรู้สึกได้ (บริบท: คำเกริ่นไม่ได้ลบผลของคำวิจารณ์)

วลีใกล้เคียง

Don't take it personally

❬โดนท์-เทค-อิท-เพอร์-เซอะ-นะ-ลี❭

ความหมาย: อย่าคิดว่าเป็นการโจมตีตัวเอง

A: Why did you reject my draft?

(แปล: ทำไมถึงไม่รับร่างของฉัน)

B: Don't take it personally. The topic doesn't fit this issue.

(แปล: อย่าคิดว่าเป็นการโจมตีตัวเองนะ หัวข้อนี้ไม่ตรงกับฉบับนี้)

คำอธิบาย: ขอให้ผู้ฟังไม่มองการตัดสินเป็นเรื่องส่วนตัว ส่วน No offense เน้นเจตนาของผู้พูดว่าไม่ได้ต้องการให้ขุ่นเคือง ทั้งสองวลีควรมีเหตุผลประกอบ

No hard feelings

❬โน-ฮาร์ด-ฟีล-ลิงส์❭

ความหมาย: ไม่โกรธเคืองกัน

A: I'm sorry I couldn't accept your offer.

(แปล: ขอโทษนะที่ฉันรับข้อเสนอของเธอไม่ได้)

B: No hard feelings. I understand.

(แปล: ไม่โกรธกันหรอก ฉันเข้าใจ)

คำอธิบาย: ผู้รับการปฏิเสธยืนยันว่าไม่ขุ่นเคือง ขณะที่ No offense มักเป็นฝ่ายที่จะพูดสิ่งกระทบใจบอกเจตนาของตน