Sorry to bother you
ความหมาย: ขอโทษที่รบกวน, ขอรบกวนหน่อย
การใช้งาน: ใช้ยอมรับว่ากำลังขอเวลาและความสนใจจากอีกฝ่ายก่อนพูดธุระ มักไม่ได้หมายความว่าได้ทำผิดร้ายแรง หากอีกฝ่ายไม่สะดวกควรให้โอกาสเลื่อนการคุย และไม่ใช้คำเกริ่นนี้แทนรายละเอียดสิ่งที่ต้องการ
หมายเหตุ: ใช้ขึ้นต้นอย่างสุภาพเมื่อจะถาม ขอความช่วยเหลือ หรือขัดจังหวะ ไม่จำเป็นต้องสนิทกัน ควรตามด้วยคำถามที่ชัดเจนและคำนึงถึงเวลาของอีกฝ่าย
ประโยคการใช้งาน
-
ถามทางจากคนแปลกหน้า
A: Sorry to bother you. Is the station this way?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน สถานีไปทางนี้ใช่ไหม)
B: Yes, keep walking until the lights.
(แปล: ใช่ เดินต่อไปจนถึงไฟจราจร)
คำอธิบาย: ใช้เกริ่นก่อนขอความช่วยเหลือจากคนที่ไม่ได้กำลังคุยกับเราอยู่ (บริบท: ขอรบกวนเพื่อถามข้อมูล)
-
ถามเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำงาน
A: Sorry to bother you. Do you have a minute?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน มีเวลาสักครู่ไหม)
B: I do. What do you need?
(แปล: มีสิ ต้องการอะไรหรือ)
คำอธิบาย: ถามความสะดวกก่อนช่วยให้อีกฝ่ายเลือกว่าจะคุยตอนนี้ได้หรือไม่ (บริบท: ขอเวลาสั้น ๆ)
-
ขอให้ตรวจข้อมูลในงาน
A: Sorry to bother you, but could you check this date?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน แต่ช่วยตรวจวันที่นี้ให้หน่อยได้ไหม)
B: Sure. Let me look at the schedule.
(แปล: ได้สิ ขอฉันดูตารางก่อน)
คำอธิบาย: but ใช้เชื่อมเข้าคำขอได้ โดยยังควรระบุสิ่งที่ต้องการให้ชัด (บริบท: เกริ่นก่อนขอความช่วยเหลือ)
-
สอบถามเจ้าหน้าที่
A: Sorry to bother you. Where can I collect my ticket?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ฉันรับตั๋วได้ที่ไหน)
B: At the counter beside the entrance.
(แปล: ที่เคาน์เตอร์ข้างทางเข้า)
คำอธิบาย: ใช้กับเจ้าหน้าที่ได้ แม้การตอบคำถามเป็นส่วนหนึ่งของงานเขา (บริบท: เริ่มถามอย่างสุภาพ)
-
โทรหาในเวลาที่อาจไม่สะดวก
A: Sorry to bother you. Is now a bad time to call?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ตอนนี้โทรมาไม่สะดวกหรือเปล่า)
B: I’m just leaving. Can you call in twenty minutes?
(แปล: ฉันกำลังจะออกไป โทรอีกทีในยี่สิบนาทีได้ไหม)
คำอธิบาย: คำตอบอาจขอเลื่อนเวลาได้ ไม่ควรถือว่าคำขอโทษทำให้อีกฝ่ายต้องคุยทันที (บริบท: เช็กความพร้อมก่อนคุย)
-
ขอหยิบสิ่งของที่เอื้อมไม่ถึง
A: Sorry to bother you. Could you pass me that folder?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ช่วยส่งแฟ้มนั้นให้ฉันหน่อยได้ไหม)
B: Of course. This blue one?
(แปล: ได้เลย แฟ้มสีน้ำเงินนี้ใช่ไหม)
คำอธิบาย: เหมาะกับคำขอสั้นที่ระบุสิ่งของชัดเจน (บริบท: ขอความช่วยเหลือเล็กน้อย)
-
สอบถามในห้องสมุด
A: Sorry to bother you. Is this seat taken?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ที่นั่งนี้มีคนนั่งไหม)
B: No, you can sit here.
(แปล: ไม่มี คุณนั่งตรงนี้ได้)
คำอธิบาย: ใช้เกริ่นเมื่ออีกฝ่ายอาจกำลังอ่านหรือทำงานอยู่ โดยปรับเสียงให้เหมาะกับสถานที่ (บริบท: ขัดจังหวะอย่างเบา ๆ)
-
ติดต่อเรื่องของที่ลืม
A: Sorry to bother you. Did I leave my jacket there?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ฉันลืมเสื้อแจ็กเก็ตไว้ที่นั่นไหม)
B: Let me check the meeting room.
(แปล: ขอฉันตรวจห้องประชุมก่อน)
คำอธิบาย: ความเกรงใจเกี่ยวกับการขอให้คนอื่นสละเวลาตรวจ ไม่ใช่ความผิดจากการโทรเสมอไป (บริบท: ขอให้ช่วยตรวจสอบ)
-
ถามรายละเอียดหลังประชุม
A: Sorry to bother you. Could you explain the last point again?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ช่วยอธิบายประเด็นสุดท้ายอีกทีได้ไหม)
B: Certainly. Which part was unclear?
(แปล: ได้เลย ส่วนไหนยังไม่ชัดเจน)
คำอธิบาย: ใช้ขอความชัดเจนอย่างสุภาพ และควรบอกส่วนที่ไม่เข้าใจเมื่ออีกฝ่ายถาม (บริบท: ขอคำชี้แจงเพิ่มเติม)
-
เพื่อนร่วมงานยังไม่ว่าง
A: Sorry to bother you. Can I ask about tomorrow’s meeting?
(แปล: ขอโทษที่รบกวน ขอถามเรื่องประชุมพรุ่งนี้ได้ไหม)
B: Can we talk after three? I’m finishing something.
(แปล: คุยหลังบ่ายสามได้ไหม ฉันกำลังทำบางอย่างให้เสร็จ)
คำอธิบาย: คำเกริ่นสุภาพเปิดการสนทนา แต่การเคารพเวลาของอีกฝ่ายยังสำคัญ (บริบท: ยอมรับการขอเลื่อน)
วลีใกล้เคียง
Excuse me
❬อิก-สคิวซ-มี❭
ความหมาย: ขอโทษนะ, ขอรบกวนหน่อย
A: Excuse me, where is the information desk?
(แปล: ขอโทษนะ จุดประชาสัมพันธ์อยู่ที่ไหน)
B: It’s next to the lifts.
(แปล: อยู่ข้างลิฟต์)
คำอธิบาย: ใช้เรียกความสนใจได้สั้นและกว้างกว่า ส่วน Sorry to bother you เน้นว่าตระหนักถึงการรบกวนเวลา
Do me a favor
❬ดู-มี-อะ-เฟ-เวอร์❭
ความหมาย: ช่วยฉันหน่อย
A: Could you do me a favor and check the door?
(แปล: ช่วยฉันเช็กประตูหน่อยได้ไหม)
B: Sure. I’ll make sure it’s locked.
(แปล: ได้สิ ฉันจะดูให้ว่าล็อกแล้ว)
คำอธิบาย: มุ่งขอให้ช่วยทำบางอย่าง ส่วน Sorry to bother you เป็นคำเกริ่นก่อนบอกคำขอและไม่ระบุงานในตัวเอง