Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

Welcome to my world

❬เวล-คัม-ทู-มาย-เวิลด์❭

ระดับภาษา: เป็นกันเอง

ความหมาย: ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร / นี่แหละสิ่งที่ฉันเจออยู่ประจำ ใช้เมื่ออีกฝ่ายเพิ่งประสบสถานการณ์ที่ผู้พูดคุ้นเคยดี โดยมากเป็นเรื่องยุ่งยาก

การใช้งาน: พูดตอบหลังอีกฝ่ายบ่นหรือประหลาดใจกับประสบการณ์ที่ตนเจอซ้ำ ๆ มักตามด้วยรายละเอียดว่าตนต้องรับมืออย่างไร ในความหมายนี้ world หมายถึงสภาพชีวิตหรือประสบการณ์ของผู้พูด ไม่ได้เป็นคำเชิญเข้ามาในสถานที่จริงเสมอไป

หมายเหตุ: เป็นภาษาพูดแบบกันเอง มักแซวหรือประชดเบา ๆ ว่าอีกฝ่ายเพิ่งรู้ว่าตนต้องเจออะไร อาจฟังเหมือนซ้ำเติมหากอีกฝ่ายกำลังเดือดร้อนจริง

ประโยคการใช้งาน

  1. เพิ่งลองเดินทางเส้นเดิมของเพื่อน

    A: I spent forty minutes waiting for that bus.

    (แปล: ฉันรอรถเมล์คันนั้นตั้งสี่สิบนาที)

    B: Welcome to my world. That’s my usual journey to work.

    (แปล: นี่แหละที่ฉันเจออยู่ประจำ เป็นการเดินทางไปทำงานตามปกติของฉันเลย)

    คำอธิบาย: ผู้พูดคุ้นกับการรอรถ ส่วนอีกฝ่ายเพิ่งได้สัมผัสปัญหานั้น (บริบท: นี่แหละการเดินทางที่ฉันเจอทุกวัน)

  2. เพิ่งช่วยดูแลเด็ก

    A: I couldn’t finish a cup of tea without being interrupted.

    (แปล: ฉันดื่มชาให้หมดสักแก้วยังไม่ได้เลย มีคนเรียกตลอด)

    B: Welcome to my world. That’s every afternoon with the twins.

    (แปล: ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร ทุกบ่ายกับลูกแฝดก็แบบนี้แหละ)

    คำอธิบาย: น้ำเสียงแซวทำให้อีกฝ่ายเห็นภาพภาระประจำวันจากประสบการณ์ตรง (บริบท: ทีนี้เข้าใจแล้วว่าฉันยุ่งแค่ไหน)

  3. เพิ่งทำหน้าที่ประสานงาน

    A: Everyone sent me a different meeting time.

    (แปล: ทุกคนส่งเวลาประชุมมาให้ฉันไม่ตรงกันเลย)

    B: Welcome to my world. I spend half my morning sorting out calendars.

    (แปล: นี่แหละโลกของฉัน ฉันใช้เวลาครึ่งเช้าจัดตารางให้ลงตัว)

    คำอธิบาย: world เปรียบถึงลักษณะงานที่ต้องรับมือซ้ำ ๆ ไม่ใช่สถานที่ (บริบท: นี่คือความวุ่นวายที่ฉันคุ้นเคย)

  4. ลองใช้โต๊ะทำงานที่เสียงดัง

    A: I can hear every conversation from this desk.

    (แปล: นั่งโต๊ะนี้ได้ยินทุกคนคุยกันหมดเลย)

    B: Welcome to my world. Now you know why I wear headphones.

    (แปล: ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร รู้แล้วนะว่าทำไมฉันใส่หูฟัง)

    คำอธิบาย: เชื่อมประสบการณ์ใหม่ของผู้ฟังกับพฤติกรรมที่ผู้พูดทำมานาน (บริบท: ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมฉันทำงานยาก)

  5. เริ่มรับงานที่มีแก้หลายรอบ

    A: They changed the brief again after I finished the draft.

    (แปล: พอฉันทำฉบับร่างเสร็จ เขาก็เปลี่ยนโจทย์อีกแล้ว)

    B: Welcome to my world. I always leave time for another round of changes.

    (แปล: นี่แหละที่ฉันเจอประจำ ฉันเลยเผื่อเวลาสำหรับแก้งานอีกรอบเสมอ)

    คำอธิบาย: มีนัยว่าผู้พูดมีประสบการณ์มาก่อน แล้วแบ่งปันวิธีวางแผนของตัวเอง (บริบท: นี่คือเรื่องที่ฉันเจอเป็นปกติ)

  6. ลองทำงานหน้าร้าน

    A: I answered the same question twenty times today.

    (แปล: วันนี้ฉันตอบคำถามเดิมไปยี่สิบครั้ง)

    B: Welcome to my world. You’ll develop a very short answer soon.

    (แปล: ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร อีกหน่อยเธอจะมีคำตอบแบบสั้นมากเป็นของตัวเอง)

    คำอธิบาย: แซวคนที่เพิ่งเริ่มงานด้วยสิ่งที่ตนคุ้นเคย ควรใช้เมื่อมีความสนิทพอ (บริบท: ทีนี้รู้แล้วว่างานนี้เหนื่อยอย่างไร)

  7. เริ่มดูแลสวนแล้วเจอวัชพืช

    A: I pulled those weeds out last week, and they’re back already.

    (แปล: ฉันเพิ่งถอนวัชพืชพวกนั้นเมื่อสัปดาห์ก่อน มันขึ้นมาอีกแล้ว)

    B: Welcome to my world. I check the beds every weekend.

    (แปล: นี่แหละที่ฉันเจอประจำ ฉันต้องตรวจแปลงทุกสุดสัปดาห์)

    คำอธิบาย: ตอบความแปลกใจของมือใหม่จากมุมคนที่เจอปัญหาซ้ำ ๆ อยู่แล้ว (บริบท: นี่คือปัญหาที่ฉันต้องจัดการตลอด)

  8. เพิ่งทำงานกับไฟล์ชื่อคล้ายกัน

    A: There are six files called final, and none of them match.

    (แปล: มีหกไฟล์ที่ชื่อว่าฉบับสุดท้าย แต่เนื้อหาไม่ตรงกันเลย)

    B: Welcome to my world. I’ve been asking for clearer file names for months.

    (แปล: ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร ฉันขอให้ตั้งชื่อไฟล์ชัด ๆ มาหลายเดือนแล้ว)

    คำอธิบาย: มีน้ำเสียงระอาหรือประชด เพราะปัญหานี้เป็นสิ่งที่ผู้พูดเคยร้องขอให้แก้มานาน (บริบท: ทีนี้เข้าใจความสับสนที่ฉันเจอ)

  9. เพิ่งลองทำงานจากบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

    A: The cat sat on my keyboard during the whole call.

    (แปล: แมวมานั่งบนแป้นพิมพ์ฉันตลอดที่คุยสายเลย)

    B: Welcome to my world. I keep a spare cushion next to the desk for her.

    (แปล: นี่แหละที่ฉันเจอประจำ ฉันเลยวางเบาะไว้ให้มันข้างโต๊ะ)

    คำอธิบาย: พูดขำกับเรื่องรบกวนเล็กน้อยพร้อมบอกวิธีรับมือ ไม่จำเป็นต้องมีความโกรธ (บริบท: นี่คือสิ่งรบกวนประจำของฉัน)

  10. เริ่มฝึกทักษะที่ต้องแก้ซ้ำ

    A: I’ve recorded this short piece ten times and still made a mistake.

    (แปล: ฉันอัดเพลงสั้น ๆ นี้สิบรอบแล้วก็ยังเล่นผิด)

    B: Welcome to my world. Let’s take a break and try again later.

    (แปล: ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเจออะไร พักก่อนแล้วค่อยลองใหม่กัน)

    คำอธิบาย: ผู้พูดมีประสบการณ์ฝึกซ้ำมาก่อน การชวนพักช่วยให้น้ำเสียงเป็นกำลังใจมากกว่าซ้ำเติม (บริบท: ทีนี้รู้แล้วว่าฉันฝึกหนักอย่างไร)

วลีใกล้เคียง

Join the club

❬จอยน์-เดอะ-คลับ❭

ความหมาย: ฉันก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน

A: My train has been cancelled again.

(แปล: รถไฟเที่ยวฉันถูกยกเลิกอีกแล้ว)

B: Join the club. Mine was cancelled this morning.

(แปล: ฉันก็เจอเหมือนกัน เที่ยวของฉันถูกยกเลิกเมื่อเช้า)

คำอธิบาย: เน้นว่าตนเจอเรื่องไม่ดีเหมือนกัน ส่วน Welcome to my world เน้นว่าอีกฝ่ายเพิ่งสัมผัสสิ่งที่ตนคุ้นเคยอยู่ก่อน

Tell me about it

❬เทล-มี-อะ-เบาท์-อิท❭

ความหมาย: เข้าใจเลย / รู้ดีว่าเป็นอย่างไร

A: Getting everyone to reply is harder than organising the event.

(แปล: ทำให้ทุกคนตอบกลับยากกว่าจัดงานเสียอีก)

B: Tell me about it. I’m still waiting for half the replies.

(แปล: เข้าใจเลย ฉันยังรอคำตอบอยู่อีกครึ่งหนึ่ง)

คำอธิบาย: ตอบเห็นด้วยอย่างมีประสบการณ์ร่วม ส่วน Welcome to my world มีนัยเพิ่มว่าเดี๋ยวนี้อีกฝ่ายจึงเข้าใจชีวิตของผู้พูด