Wedcy เว็บไซต์แปล ภาษาไทย-อังกฤษ ภาษาอังกฤษ-ไทย พร้อมข้อมูลความหมายคำศัพท์แบบละเอียด

What I'm getting at is

❬ว็อต-ไอม์-เก็ต-ทิง-แอต-อิซ❭

ระดับภาษา: ทั่วไป

ความหมาย: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ, ประเด็นที่ฉันพยายามจะบอกคือ

การใช้งาน: ใช้ทำเจตนาหรือประเด็นของตนให้ชัด เมื่ออธิบายอ้อมไปหรือผู้ฟังเข้าใจคนละเรื่อง get at ในที่นี้หมายถึงมุ่งสื่อความหมาย ไม่ใช่เดินทางไปถึงสถานที่หรือโจมตีใคร ควรตามด้วยข้อสรุปที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการพูดจริง

หมายเหตุ: เป็นโครงเกริ่นที่ต้องมีใจความตามหลัง is อาจตามด้วย that แล้วเป็นประโยค หรือคำนามที่บอกประเด็น ไม่ใช้เป็นประโยคจบลอย ๆ

ประโยคการใช้งาน

  1. ชี้เหตุผลของคำถามเรื่องเวลา

    A: Why do you keep asking when we finish?

    (แปล: ทำไมเธอถามตลอดว่าเราเลิกเมื่อไร)

    B: What I'm getting at is that we need time to clean up.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ เราต้องเผื่อเวลาเก็บกวาด)

    คำอธิบาย: B ทำให้เห็นว่าคำถามเรื่องเวลาเป็นการวางแผน ไม่ใช่เพียงอยากกลับก่อน (บริบท: บอกเจตนาที่อยู่เบื้องหลัง)

  2. ไม่ให้ตีความคำวิจารณ์ผิด

    A: Are you saying the whole design is bad?

    (แปล: เธอกำลังบอกว่าแบบทั้งหมดไม่ดีหรือ)

    B: What I'm getting at is that the text needs more space.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ ตัวหนังสือต้องมีพื้นที่มากกว่านี้)

    คำอธิบาย: B จำกัดคำวิจารณ์ไว้ที่พื้นที่ข้อความ ไม่ได้ตัดสินงานทั้งชิ้น (บริบท: อธิบายประเด็นที่แท้จริง)

  3. ชี้ปัญหาของตาราง

    A: But the meeting only lasts an hour.

    (แปล: แต่ประชุมแค่ชั่วโมงเดียวเอง)

    B: What I'm getting at is that no one has time to prepare.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ ไม่มีใครมีเวลาเตรียมตัว)

    คำอธิบาย: B เปลี่ยนจุดสนใจจากความยาวประชุมไปที่เวลาเตรียมซึ่งเป็นประเด็นของตน (บริบท: บอกข้อกังวลให้ตรงจุด)

  4. สรุปข้อเสนอเรื่องการเดินทาง

    A: You've mentioned three different routes.

    (แปล: เธอพูดถึงเส้นทางต่างกันมาสามทางแล้ว)

    B: What I'm getting at is that taking the train would be simpler.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ นั่งรถไฟจะง่ายกว่า)

    คำอธิบาย: B บอกผลที่ต้องการให้เห็นหลังอธิบายทางเลือกหลายแบบ (บริบท: เผยเจตนาของการเปรียบเทียบ)

  5. พูดเรื่องการแบ่งงาน

    A: Do you think I'm not working hard enough?

    (แปล: เธอคิดว่าฉันทำงานไม่เต็มที่หรือ)

    B: What I'm getting at is that we need clearer roles.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ เราต้องแบ่งหน้าที่ให้ชัดกว่านี้)

    คำอธิบาย: B ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ระบบแบ่งงาน ไม่ใช่ความขยันของ A (บริบท: ไม่ให้เข้าใจว่าโทษบุคคล)

  6. อธิบายเหตุผลของการซ้อม

    A: We already know our lines.

    (แปล: เราจำบทได้แล้วนะ)

    B: What I'm getting at is that we haven't practiced together.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ เรายังไม่ได้ซ้อมด้วยกัน)

    คำอธิบาย: B เน้นการประสานกันของทีม แทนการท่องจำบทของแต่ละคน (บริบท: ทำข้อเสนอให้เข้าใจตรงกัน)

  7. ชี้ประเด็นเรื่องการใช้พื้นที่

    A: You don't like the new table?

    (แปล: เธอไม่ชอบโต๊ะใหม่หรือ)

    B: What I'm getting at is that it blocks the doorway.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ มันวางขวางประตู)

    คำอธิบาย: B อธิบายว่าข้อกังวลเกี่ยวกับทางเข้าออก ไม่ใช่รสนิยมเรื่องโต๊ะ (บริบท: ให้เหตุผลที่ไม่ใช่รูปลักษณ์)

  8. ย้ำวัตถุประสงค์กิจกรรม

    A: So you only care about getting more visitors?

    (แปล: งั้นเธอสนใจแค่ให้มีคนมาเพิ่มหรือ)

    B: What I'm getting at is that everyone should feel welcome.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ ทุกคนควรรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับ)

    คำอธิบาย: B แก้ความเข้าใจเรื่องเจตนาว่าเน้นประสบการณ์ผู้ร่วมงาน ไม่ใช่ยอดคนอย่างเดียว (บริบท: บอกสิ่งสำคัญเหนือจำนวนคน)

  9. ชี้ความจำเป็นของตัวอย่าง

    A: I've explained the rule twice already.

    (แปล: ฉันอธิบายกฎไปสองครั้งแล้ว)

    B: What I'm getting at is that a concrete example would help.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ ตัวอย่างที่เห็นภาพจะช่วยได้)

    คำอธิบาย: B เสนอวิธีอธิบายที่ต่างออกไป ไม่ได้ขอให้พูดกฎเดิมซ้ำเฉย ๆ (บริบท: สรุปประเด็นหลังให้คำแนะนำ)

  10. บอกเจตนาในการถามข้อมูล

    A: Why do you need to know how many chairs we have?

    (แปล: ทำไมต้องรู้ด้วยว่าเรามีเก้าอี้กี่ตัว)

    B: What I'm getting at is whether we need to borrow more.

    (แปล: สิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อก็คือ เราจำเป็นต้องยืมเก้าอี้เพิ่มหรือเปล่า)

    คำอธิบาย: B บอกเรื่องที่ต้องการหาคำตอบ รูป whether หลัง is ใช้เสนอประเด็นคำถามได้ (บริบท: แยกความอยากรู้จากการวางแผน)

วลีใกล้เคียง

The thing is

❬เดอะ-ธิง-อิซ❭

ความหมาย: คือว่า หรือประเด็นคือ

A: Why haven't you sent the file?

(แปล: ทำไมยังไม่ส่งไฟล์)

B: The thing is, I need one more photo.

(แปล: คือว่า ฉันยังต้องใช้ภาพอีกหนึ่งใบ)

คำอธิบาย: ใช้เปิดประเด็นหรือข้อขัดข้องสำคัญได้ทันที ส่วนวลีหลักมักชี้ให้ชัดว่าสิ่งที่ตนพูดก่อนหน้านั้นต้องการสื่ออะไร

In other words

❬อิน-อัธ-เธอร์-เวิร์ดส์❭

ความหมาย: พูดอีกอย่างก็คือ

A: The room has to be empty by six.

(แปล: ห้องต้องว่างภายในหกโมง)

B: In other words, we need to pack up before then.

(แปล: พูดอีกอย่างก็คือ เราต้องเก็บของให้เสร็จก่อนเวลานั้น)

คำอธิบาย: ใช้เรียบเรียงข้อมูลใหม่ให้ชัด ส่วนวลีหลักเน้นความตั้งใจหรือประเด็นของผู้พูดเอง