On second thought
ความหมาย: พอคิดดูอีกที, เปลี่ยนใจแล้ว
การใช้งาน: ใช้เมื่อต้องการปรับ เปลี่ยน หรือถอนคำพูดและการตัดสินใจก่อนหน้า หลังนึกถึงข้อมูลหรือเหตุผลเพิ่มเติม มักวางต้นประโยคแล้วตามด้วยสิ่งที่คิดใหม่
หมายเหตุ: รูปนี้พบมากในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ใช้นำความคิดหรือคำตอบใหม่หลังทบทวน ไม่ใช่การนับว่าคิดเป็นครั้งที่สองตามตัวอักษร
ประโยคการใช้งาน
-
เปลี่ยนเครื่องดื่ม
A: I'll have a coffee. On second thought, make that tea.
(แปล: ฉันขอกาแฟ พอคิดดูอีกที เปลี่ยนเป็นชาดีกว่า)
B: Tea it is.
(แปล: ได้เลย ชานะ)
คำอธิบาย: ผู้พูดเปลี่ยนคำสั่งจากกาแฟเป็นชาในช่วงเดียวกัน (บริบท: แก้คำสั่งซื้อ)
-
เปลี่ยนวิธีเดินทาง
A: Shall I book a taxi?
(แปล: ให้ฉันจองแท็กซี่ไหม)
B: Yes. On second thought, let's take the train. Traffic looks bad.
(แปล: เอาสิ พอคิดดูอีกที นั่งรถไฟกันดีกว่า ดูเหมือนรถติดมาก)
คำอธิบาย: ข้อมูลเรื่องรถติดทำให้ผู้พูดแก้คำตอบที่เพิ่งให้ (บริบท: ทบทวนแผน)
-
กลับมารับคำชวน
A: I thought you weren't coming.
(แปล: ฉันนึกว่าคุณจะไม่มาเสียอีก)
B: On second thought, I'd love to join you.
(แปล: พอคิดดูอีกที ฉันอยากไปด้วยนะ)
คำอธิบาย: มีการตัดสินใจก่อนหน้าอยู่ในบริบท แม้ไม่ได้พูดซ้ำในประโยคเดียวกัน (บริบท: เปลี่ยนจากไม่ไปเป็นไป)
-
แก้จำนวนที่สั่ง
A: Two copies should be enough.
(แปล: สองชุดก็น่าจะพอ)
B: On second thought, let's print three in case someone else joins.
(แปล: พอคิดดูอีกที พิมพ์สามชุดดีกว่า เผื่อมีคนมาร่วมเพิ่ม)
คำอธิบาย: ทบทวนแล้วเปลี่ยนเฉพาะจำนวน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งแผน (บริบท: เปลี่ยนรายละเอียด)
-
ไม่ส่งงานทันที
A: Are you ready to send the file?
(แปล: พร้อมส่งไฟล์หรือยัง)
B: Yes. On second thought, I should check the figures once more.
(แปล: พร้อมแล้ว พอคิดดูอีกที ฉันควรตรวจตัวเลขอีกรอบ)
คำอธิบาย: แก้ความตั้งใจว่าจะส่งทันทีเป็นตรวจซ้ำก่อน (บริบท: ชะลอหลังนึกได้)
-
ปรับความเห็นต่อแบบงาน
A: You said the darker cover was too plain.
(แปล: คุณบอกว่าปกสีเข้มเรียบเกินไปนี่)
B: On second thought, I think it suits the book better.
(แปล: พอคิดดูอีกที ฉันว่ามันเข้ากับหนังสือมากกว่า)
คำอธิบาย: ใช้เปลี่ยนความเห็นได้ ไม่จำกัดเฉพาะการเลือกซื้อหรือทำกิจกรรม (บริบท: ยอมเปลี่ยนความเห็น)
-
ขอยกเลิกสิ่งที่เพิ่งขอ
A: Could you carry this box? On second thought, leave it here for now.
(แปล: ช่วยยกกล่องนี้หน่อยได้ไหม พอคิดดูอีกที วางไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่า)
B: Okay, I won't move it yet.
(แปล: ได้ ฉันจะยังไม่ย้ายมัน)
คำอธิบาย: ส่วนหลังแทนที่คำขอเดิม จึงไม่ต้องยกกล่องตามที่พูดตอนแรก (บริบท: ถอนคำขอ)
-
เปลี่ยนเวลานัด
A: Let's meet at nine.
(แปล: เจอกันตอนเก้าโมงนะ)
B: On second thought, ten would give us more time to prepare.
(แปล: พอคิดดูอีกที สิบโมงน่าจะทำให้เรามีเวลาเตรียมมากกว่า)
คำอธิบาย: เสนอแก้เวลานัดพร้อมเหตุผล ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง (บริบท: เสนอเวลาใหม่หลังทบทวน)
-
เปลี่ยนใจรับของกิน
A: You don't want any dessert, right?
(แปล: คุณไม่เอาของหวานใช่ไหม)
B: On second thought, I'll share a slice with you.
(แปล: พอคิดดูอีกที ฉันแบ่งเค้กกับคุณสักชิ้นดีกว่า)
คำอธิบาย: เปลี่ยนจากไม่รับเป็นรับบางส่วนหลังคิดใหม่ (บริบท: กลับคำตอบเดิม)
-
คงของเดิมไว้
A: Shall I replace the old photo?
(แปล: ให้ฉันเปลี่ยนรูปเก่าไหม)
B: On second thought, let's keep it. It means a lot to everyone.
(แปล: พอคิดดูอีกที เก็บรูปเดิมไว้เถอะ มันมีความหมายกับทุกคนมาก)
คำอธิบาย: ผลของการทบทวนอาจเป็นการเลือกคงสิ่งเดิมไว้ แทนแผนที่จะเปลี่ยน (บริบท: ยกเลิกการเปลี่ยนที่วางแผนไว้)
วลีใกล้เคียง
I'll think it over
❬ไอล์-ธิงค์-อิท-โอ-เวอร์❭
ความหมาย: ฉันจะลองคิดให้รอบคอบดู
A: Would you like to change your booking?
(แปล: คุณอยากเปลี่ยนการจองไหม)
B: I'll think it over and reply later.
(แปล: ฉันจะลองคิดให้รอบคอบดู แล้วตอบทีหลัง)
คำอธิบาย: บอกว่าจะเริ่มพิจารณา ส่วน On second thought ใช้นำสิ่งที่คิดใหม่แล้ว
Think twice
❬ธิงค์-ทไวซ์❭
ความหมาย: คิดให้ดีอีกทีก่อน
A: I might throw this drawing away.
(แปล: ฉันอาจทิ้งภาพวาดนี้)
B: Think twice. You may want to keep it.
(แปล: คิดให้ดีอีกทีก่อน คุณอาจอยากเก็บมันไว้นะ)
คำอธิบาย: เป็นคำเตือนให้ทบทวนก่อนทำ ส่วน On second thought บอกผลจากการทบทวนของผู้พูด